เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 78

บทที่ 78 สองอสูรในหนึ่งจิต! บงกชสวรรค์ม่วงทอง!

“เจ้านาย…”

ในตอนที่สัญญาจิตถูกลงทะเบียนเสร็จสิ้น เสียงของเด็กสาวที่ค่อนข้างชัดเจนราวกับระฆังเงินก็ดังขึ้นภายในจิตใจของฉู่โม่ว ฟังดูค่อนข้างอ่อนหวานไม่น้อย

เพียงแค่เสียงนั้นค่อนข้างจะเบามาก ๆ เท่านั้น

ชัดเจนเลยว่า

นกล่าสมบัติตนนี้ ไม่ค่อยจะพอใจนักที่จะต้องถูกบังคับจดจำฉู่โม่วในฐานะเจ้านาย

ถึงอย่างนั้น ฉู่โม่วก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เขาพูดต่อด้วยรอยยิ้ม “ไม่คิดเลยนะเนี่ยว่าแกจะเป็นตัวเมีย”

“ของมันแน่อยู่แล้ว! ในตระกูลนกล่าสมบัติ จะมีเพียงตัวเมียเท่านั้นที่มีพรสวรรค์ในการหาสมบัติได้!”

นกน้อยกล่าวขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

“ในเมื่อเธอมาเป็นสัตว์เลี้ยงของฉันแล้ว ฉันคงต้องหาชื่อไว้เรียกเธอหน่อยแล้วละ” ฉู่โม่วพูด

“เอาสิ เอาสิ!”

แม้ก่อนหน้านี้จะดูไม่พอใจ แต่เมื่อมาถึงเรื่องตั้งชื่อก็ดูเหมือนกับว่าสิ่งนี้จะแอบตื่นเต้นอยู่

ชายหนุ่มมองไปยังนกล่าสมบัติ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้ว เขาก็เอ่ยปากขึ้นมา “เธอมีขนสีม่วงทั่วทั้งตัว แล้วก็มีขนสีดำที่หน้าผากเท่ากำมือ ในเมื่อเป็นแบบนี้… เจ้านกซื่อบื้อแล้วกัน ชอบหรือเปล่า?”

“เฮ้ ๆ …นั่นชื่อเหรอ? ไม่เอา ไม่เอาย่ะ! แล้วมันเกี่ยวกับขนสีม่วงตรงไหนยะ!?”

เสียวเจี๊ยวจ๊าวดังขึ้นจากภายในห้วงจิตของฉู่โม่ว

“จะตีว่าเธอชอบมากก็แล้วกัน เอาละ เจ้านกซื่อบื้อ ยินดีที่ได้รู้จัก!”

ฉู่โม่วไม่สนใจเสียงโวยวายนั้น และตัดสินใจจะเรียกนกล่าสมบัติว่านกซื่อบื้อดังที่หวังเอาไว้ดังเดิม

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว

เขาก็หันกลับไปมองหมูเขียวชอุ่ม

ในตอนนี้ ร่างของสัตว์อสูรรูปร่างหมูนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลเต็มตัวไปหมดแล้ว เพราะการโจมตีของพญาหงส์ปีกทองคำ

แต่เพราะตัวของมันเองมีพลังของธาตุไม้ ร่างกายที่บาดเจ็บสามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะบาดเจ็บแค่ไหน แต่เพียงครู่เดียวก็ถูกรักษาให้หายดี

“อย่างที่คิดเลย พลังของธาตุไม้นี่แข็งแกร่งจริง ๆ ด้วย”

เขาแอบชื่นชมพลังนี้อยู่ในใจ

ถึงแม้ว่าพญาหงส์ปีกทองคำนั้นจะเป็นสัตว์อสูรระดับ 3 ขั้นสุดยอด แต่พลังดั้งเดิมของมันก็นับว่าสูงมาก ๆ รวมถึงยังมีสายเลือดของพญาหงส์ปีกทองคำไหลเวียนอยู่ในร่างอีก

ต่อให้ต้องเจอสัตว์อสูรระดับ 4 ซึ่งสูงกว่า เขาก็เกรงว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่ใช่ศัตรูของพญาหงส์ปีกทองคำในตอนนี้ก็ได้

ทว่าหมูเขียวชอุ่มนั้นต่างออกไป มันแทบจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลยด้วยพลังธาตุไม้ที่แข็งแกร่งของมันนี้!

“ให้ฉันช่วยจบเรื่องนี้เร็ว ๆ ดีกว่า”

เฝ้ามองสถานการณ์ตรงหน้า เขาเริ่มเกรงกลัวว่าพญาหงส์ปีกทองคำอาจจะเอาชนะศัตรูตนนี้ยากขึ้นแน่ ๆ หากสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เพราะงั้นฉู่โม่วจึงจับกระบี่ของตนให้มั่นแล้วพุ่งเข้ามา

ด้วยลมปราณและเลือดที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่าง ฉู่โม่วพุ่งพรวดไปตรงหน้าหมูเขียวชอุ่มได้ในชั่วพริบตา

จากนั้น

ฉัวะ!

เปรี้ยง!

แสงสีเงินสาดส่องพร้อมกับเสียงของสายฟ้าฟาดที่เหมือนจะดังลงมาจากฟากฟ้าทั้งที่ไม่มีเมฆฝน

และด้วยเสียง ‘ฉัวะ’ นั้น หมูยักษ์ที่บาดเจ็บอยู่แล้วซึ่งกำลังพยายามตอบโต้พญาหงส์ก็นิ่งแข็งไป มันล้มลงไปกับพื้นอย่างไม่อาจเลี่ยงได้จนเกิดเสียงดังสนั่นขึ้น!

ที่ลำคอของมัน

บาดแผลขนาดใหญ่เกิดขึ้นลึกพอที่จะเห็นเส้นเลือดได้!

เพียงพริบตารอยนั้นก็ลามไปทั่วทั้งคอส่งให้หัวของมันหลุดออกจากบ่าเสมือนเคยถูกติดไว้ด้วยกาวมาก่อน

เนื่องจากการกระทำนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้เลือดของมันไหลพุ่งออกมาทีหลัง ภายหลังจากหัวและลำตัวกระเด็นแยกออกจากกันแล้ว ในส่วนของเลือดที่สาดเลอะบนใบดาบนั้น เพียงไม่นานมันก็เริ่มแข็งตัวอันเกิดจากไฟฟ้าที่ยังวิ่งเหลืออยู่บนกระบี่ของฉู่โม่ว

เช่นนั้นแล้ว ด้วยสายฟ้าที่เหมือนจะเป็นเอกลักษณ์ของฉู่โม่วไปแล้วนี้ มันเลยส่งผลให้เลือดที่บริเวณปากแผลของสัตว์อสูรนั้นแห้งกรังและอุดตันไปด้วย

มันแสดงให้เห็นแล้วว่า วิชากระบี่ของฉู่โม่แข็งแกร่งจริง ๆ!

“นายท่าน ท่านไม่ต้องเข้ามาช่วยข้าก็ได้นะขอรับ อีกไม่นานข้าก็กำจัดมันได้แล้ว!”

พญาหงส์ปีกทองคำอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น

ได้ยินเช่นนั้น

ฉู่โม่วก็ยังไม่ได้พูดอะไรในทันที ทว่ามันเป็นฝ่ายนกล่าสมบัติที่อยู่ข้าง ๆ เขา ที่จู่ ๆ ก็พูดขึ้นมา เสียงของมันดังขึ้นในจิตใจของฉู่โม่ว “ไอ้เจ้าโง่! ถ้าไม่ใช่เพราะนายท่าน อีกสามวันแกก็ยังเอาชนะเจ้าหมูนี่ไม่ได้หรอกนะ!”

เพราะมันถูกผูกพันจิตวิญญาณไว้กับฉู่โม่ว ดังนั้นจึงไม่แปลกหากสัตว์อสูรสองตนจะได้ยินเสียงกันเอง!

มันเหมือน พวกเขากำลังใช้โทรจิตคุยกันได้ก็มิปาน

หลังจากที่ได้ยินถ้อยคำบาดหูที่นกล่าสมบัติเอ่ยขึ้นแล้ว พญาหงส์ปีกทองคำก็รู้สึกเกรี้ยวโกรธเป็นอย่างมาก “เจ้าเป็นใคร! กล้าดียังไงมาพูดแทรก!”

“ฉันก็เป็นสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของนายท่านยังไงล่ะ!”

นกล่าสมบัติกระพือปีกและเผยร่างของมันออกมา “ฉันคือนกล่าสมบัติ! ฉันสามารถช่วยนายท่านตามล่าสมบัติได้! นายล่ะ! ทำอะไรได้บ้าง?”

“ข้างั้นเหรอ? ข้าก็เป็นผู้ช่วยในหลาย ๆ เรื่อง เช่นช่วยต่อสู้ยังไงล่ะ!”

พญาหงส์ปีกทองคำสยายปีกบ้าง ขนสีทองสลวยของมันเปล่งประกายความยิ่งใหญ่ราวกับแสงจากดวงอาทิตย์ที่คอยมอบความอบอุ่นให้แก่โลกใบนี้

ทว่าพอได้ยินแบบนั้นแล้ว นกล่าสมบัติกลับแสดงท่าทีเหยียดหยามออกมา “ขนาดแค่หมูโง่ ๆ ตัวนึงยังเอาชนะไม่ได้! ยังมีหน้ามาบอกว่าช่วยต่อสู้อีกงั้นเหรอ? น่าไม่อายจริง ๆ! …ไอ้นกขี้อวด!”

“เจ้า…”

นกน้อยส่งเสียงใสแจ๋ว

มันเป็นเรื่องตายตัว ฉู่โม่วไม่ปฏิเสธแต่อย่างใด เขาพูดต่อ “โอเค! งั้นไปหาสมบัติกันก่อน!”

ฟังแบบนั้น

นกล่าสมบัติก็เหลือบมองพญาหงส์ปีกทองคำด้วยท่าทีของผู้มีชัยเหนือกว่า นกสาวกระพือปีกและสะบัดก้นนำทางไปอย่างไม่แยแสนกยักษ์เบื้องหลัง

ปล่อยให้…

พญาหงส์ปีกทองคำที่เฝ้ามองพฤติกรรมน่าหมั่นไส้นี้เฝ้ามองและคิดในใจ ‘นังนี่ ไม่เพียงแต่ปากพล่อยแล้วยังมีจิตใจหยาบช้าอีก… เจ้าคิดจะใช้วิธีนี้เพื่อเอาชนะใจนายท่านงั้นเหรอ!’

‘ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ! ทั้งที่ข้าทั้งฝึกหนักแล้วก็พยายามมาตลอด แต่กลับไม่สามารถเทียบเท่าเจ้านกนี่ได้! หากเป็นแบบนี้ต่อไป ในอนาคตข้าไม่โดนนังนี่ฉี่รดหัวเลยหรือไง!?’

คิดได้ดังนั้น หัวใจของพญานกทองผู้ยิ่งใหญ่ก็รู้สึกเจ็บปวดจี๊ดขึ้นมามากกว่าเดิม

เขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นแน่ ๆ!

ปณิธานใหม่ของพญาหงส์ปีกทองคำก็คือ หลังจากกลับไปที่ฐานแล้ว มันจะไม่อู้ ไม่ขี้เกียจ จะขยันฝึกและล่าสัตว์อสูรตนอื่นอยู่ตลอดเวลา! ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะได้กลายเป็นสัตว์อสูรระดับ 4-5 ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!

ภายใต้การนำทางของนกล่าสมบัติ ฉู่โม่ววิ่งตามอีกฝ่ายไปตลอดทางจนกระทั่งเข้ามายังตรอกซอยเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง

นอกจากที่นี่จะไม่กว้างมากแล้ว มันยังค่อนข้างลึกลับมากเลยด้วย

หากไม่ใช่เพราะนกล่าสมบัติพาเขามาละก็ ฉู่โม่วเองคงจะต้องใช้เวลาอีกมากกว่าจะหาทางเข้านี้ได้

ทว่าเมื่อเข้าไปด้านในแล้ว ดวงตาของเขาก็ราวกับจะมองเห็นธรรม อณูแห่งชีวิตพวยพุ่งออกมาราวกับเป็นอากาศที่อัดแน่นอยู่เนิ่นนาน

“อยู่ทางนั้นค่ะ นายท่าน!”

เสียงของนกล่าสมบัติดังขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง

อันที่จริง ถึงเจ้านกน้อยจะไม่บอก ฉู่โม่วก็กำลังเดินไปยังทิศทางที่ว่าอยู่แล้ว

เขารับรู้ได้ถึงอณูแห่งชีวิตที่เข้มข้นมาก ๆ ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าต้นกำเนิดของมันมาจากสมบัติบรรพกาลตรงหน้านี้แน่ ๆ

ฉู่โม่วเดินตามทางเข้าไป

ไม่นานนัก

เขาก็พบเข้ากับบ่อน้ำขนาดเล็กที่อยู่เบื้องหน้า

ที่บริเวณจุดกลางของบ่อน้ำดังกล่าว ปรากฏขึ้นเป็นดอกบัวดอกหนึ่งที่ถูกปกคลุมไว้ด้วยหมอกสีทองที่ซึ่งปลดปล่อยกลิ่นรุนแรงออกมาตลอดเวลา

“นี่มัน…”

“บงกชสวรรค์ม่วงทอง!?”

หลังจากเห็นดอกบัวดังกล่าว แม้จะเป็นฉู่โม่วเองก็ยังอดที่จะอุทานออกมาไม่ได้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์