ฉู่เชียนหลียืนมือเท้าเอวข้างหนึ่ง อีกมือชี้เฟิงเย่เสวียน ส่วนเฟิงเย่เสวียนนั่งอยู่ ยื่นคอออกมาจูบปลายนิ้วของนางเบาๆ
ภาพหยุดนิ่ง
แสงแดดส่องเฉียงเข้ามาจากหน้าต่าง แสงสีทองอันอบอุ่นกระทบลงบนร่างกายทั้งสอง เป็นภาพที่อ่อนโยนและกลมกลืนมาก ราวกับเป็นภาพวาดจริงๆ
เยว่เอ๋อร์ยืนอยู่ด้านข้าง ถูกรัศมีหวานซึ้งทิ่มตาบอดทันที…
เฟิงเย่เสวียนเงยหน้าขึ้น มองนางอย่างลึกซึ้ง ปลอบเสียงเบา
“เชียนหลี ไม่โกรธ ดีหรือไม่?”
“...” เฟิงเย่เสวียนก้มศีรษะ ให้เกียรติฉู่เชียนหลีมากพอแล้ว เดิมทีฉู่เชียนหลีก็เป็นฝ่ายที่ไม่มีเหตุผล ด่าก็ด่าจบแล้ว ไฟโทสะก็ระบายแล้ว ตอนนี้จะอ้างเหตุผลไม่ยอมคนต่อก็ไม่ดีมากนัก
แค่กๆ!
นางดึงมือกลับ ตบไหล่ของเขาอย่างเย่อหยิ่งทะนงตน
“ครั้งนี้ถือว่าข้าอารมณ์ดี ไม่ถือสากับเจ้า”
“อ่า…แค่ก!”
ตบนี้ทำให้สีหน้าเฟิงเย่เสวียนซีดขาวเล็กน้อย ไออยู่ในลำคอ ร่างกายอันสูงใหญ่อ่อนแอราวกับไม่สามารถรับการโจมตีแม้แต่ครั้งเดียว
“เจ้าเป็นอะไร?!”
ฉู่เชียนหลีตะลึงงันครู่หนึ่ง รีบดึงมือขวาของเขามาจับชีพจร
เลือดออกในตับ…
ยังคงเป็นปัญหาก่อนหน้านี้
นึกถึงตอนอยู่ห้องหนังสือกะทันหัน ภายใต้ความตื่นตระหนก นางคว้าของแข็งชิ้นหนึ่ง ฟาดไปที่ท้องของเขา…
ทั้งที่รู้ว่าสุขภาพของตนเองไม่ดี ยังคิดจะเลียนแบบอันธพาลขืนใจผู้หญิง?
ฮึ่ม!
ฉู่เชียนหลีทำหน้าเย็นชา หันไปกล่าวกับเยว่เอ๋อร์ “เยว่เอ๋อร์ เจ้ารีบไปที่โรงหมอเดี๋ยวนี้ หยิบตังกุย แสลงใจ ต้นตายปลายเป็น…”
นางพูดสูตรยาออกมา
เยว่เอ๋อร์รีบจำ แล้ววิ่งออกไปทันที
“เชียนหลี ข้าไม่เป็นอะไร…แค่ก” เฟิงเย่เสวียนจับมือเล็กของนางไว้ เสียงพูดค่อนข้างเลื่อนลอย พลังส่วนกลางอ่อนแอ ทว่าดวงตากลับเป็นประกาย
เชียนหลีเป็นห่วงเขา…
ฉู่เชียนหลีเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา
“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่เป็นเกี่ยวอะไรกับข้า ข้าแค่ไม่อยากให้เจ้าตาย จะตายก็ต้องมอบหนังสือหย่าให้ข้าก่อน ข้าไม่อยากถูกฝังไปเป็นเพื่อนเจ้า”
ห้ามขี้โกง!
พลบค่ำ
นอกประตูจวนอ๋อง มีรถม้าสีดำที่เรียบง่ายคันหนึ่งจอดไว้อย่างมั่นคง เฟิงเย่เสวียนสวมชุดผาวผ้าแพรสีม่วงเข้ม แลดูสูงศักดิ์แต่ไม่โอ้อวด สุขุมและสูงส่งอย่างไร้ที่ติ ดึงดูดสายตาเป็นพิเศษ
ยังเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วยามกว่า ก็เป็นงานเลี้ยงฉลองแต่งงานครบรอบห้าสิบปีของใต้เท้าหวัง เขากำลังรอฉู่เชียนหลี
ในจวน
เซียวจือฮว่าสวมชุดที่ตนเองรักมากที่สุด และแต่งหน้างดงามมาก กำลังเดินไปทางประตูจวนอ๋อง ภายใต้การประคองของเป่าอวี้
เฟิงเย่เสวียนได้ยินเสียงฝีเท้า เขาหันไปมอง
เดิมทีคิดว่าเป็นฉู่เชียนหลี แต่เมื่อเห็นเซียวจือฮว่า ความปีติในแววตาหายไป กลับมาเรียบเฉยอีกครั้ง
“ได้รับบาดเจ็บไม่พักฟื้นอยู่ในจวนดีๆ ออกไประวังโดนบาดแผล”
เซียวจือฮว่าเป็นหลานสาวของเสด็จแม่ และยิ่งเป็นสายเลือดเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลเซียว
ในปีนั้น ตระกูลเซียวถูกฆ่าล้างตระกูล รวมถึงเสด็จแม่ก็ตายอย่างอนาถ ทั้งตระกูลเหลือเพียงเซียวจือฮว่าคนเดียว
พลันเซียวจือฮว่าได้ยินแล้วกลับปลื้มปีติ
ท่านอ๋องกำลังรอนางจริงด้วย…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องอ่านใจกับชายาแพทย์ทะลุมิติ