อวิ๋นฝูหลิงชิมน้ำแกงเห็ดคำหนึ่ง ต่อหมั่นโถวอีกคำด้วยความเพลิดเพลิน
หลังคราวโลกวิบัติอมนุษย์ครองเมือง พืชพันธุ์กลายพันธุ์ ทำให้อาหารขาดแคลน จะหาเห็ดป่าหอมหวานสดใหม่เช่นนี้ได้จากที่ไหนอีก
แม้ต่อมาฐานปฏิบัติการจะพยายามวิจัยเพาะพันธุ์พืชบางชนิด แต่ผลผลิตที่ได้กลับน้อยนิด
หมั่นโถวสิบกว่าลูกที่อวิ๋นฝูหลิงเก็บเอาไว้ในมิติ ก็ล้วนเป็นสิ่งที่นางใช้เส้นสาย พึ่งคะแนนสมทบซื้อมาได้อย่างยากลำบาก
เมื่อครู่ให้พวกลูกพี่อู๋ทั้งสี่คนไป อาลัยอาวรณ์เสียจนหืดขึ้นคอ
แต่ถ้าอยากให้ม้าวิ่งก็มีแต่ต้องให้อาหารม้า
นางต้องการชักนำพวกลูกพี่อู๋มาเป็นพวกของนางโดยเบ็ดเสร็จ ให้พวกเขาจงรักภักดีเชื่อฟังนางอย่างสุดจิตสุดใจแต่เพียงผู้เดียว การลงทุนด้วยหมั่นโถวขาวสี่ลูกนี้จึงนับว่าได้หว่านเมล็ดแล้ว
อีกอย่าง จากการสังเกตคร่าวๆ โลกนี้มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งไม่ได้อยู่ในช่วงระส่ำระสาย การหุงหาอาหารจึงไม่ใช่เรื่องยากนัก
อวิ๋นฝูหลิงมีความคิดแล่นโลดอยู่ในใจ วางแผนชีวิตวันข้างหน้าของตน
ทว่าลูกพี่อู๋ทั้งสี่ต่างเมียงมองดูหมั่นโถวขาวในมือ ค่อยๆ กลืนน้ำลายลงเฮือก
หมั่นโถวจากแป้งขาวเชียวนะ!
แม่นางอวิ๋นไม่เพียงแต่แบ่งอาหารให้พวกเขา ยังถึงขั้นสละหมั่นโถวแป้งขาวให้พวกเขากินด้วย
พวกเขาตกต่ำถึงขั้นกลายมาเป็นเดนสังคม ฐานะทางบ้านก็ไม่ดีนัก บางคนถึงกับไร้บ้านอาศัย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงบ้านเรือนหรือไร่นา
ทุกวันต้องพึ่งพาการลักไก่ขโมยหมา ประทังปากท้องให้รอดไปวันๆ มีที่ไหนจะได้กินอาหารดีๆ
ลูกพี่อู๋นิ่งอยู่นานจึงพูดขึ้น "กินเถอะ"
คนจมูกงุ้มหลายคนพลันล้อมรอบหม้อเหล็ก คำหนึ่งหมั่นโถว คำหนึ่งน้ำแกงเห็ด
ลูกพี่อู๋เคี้ยวหมั่นโถวคำโต ใจยากจะสงบลง
บางทีการติดตามแม่นางอวิ๋น ก็เป็นหนทางที่ไม่เลวนักเมื่อเทียบกับการเป็นเดนสังคม
อย่างไรเสียแม่นางอวิ๋นก็มีความสามารถ ช่วยคนได้ ใช้พิษเป็น
แม้จะโหดร้ายเข้าถึงยาก ทว่าใจจริงก็ไม่ได้เลวร้าย
หลังมื้อค่ำ อวิ๋นฝูหลิงก็สั่งพวกลูกพี่อู๋ไปขัดหม้อล้างจาน
ชาวบ้านคนอื่นๆ ไม่ได้สะดวกสบายเช่นนี้
บางคนเก็บฟืนแห้งไม่ทันการณ์ ฟืนชื้นจุดไม่ติด ก็หมดหนทางหุงอาหารแล้ว ทำได้เพียงกินอาหารแห้งประทังความหิว
บางคนโชคร้ายยิ่งกว่า ต้องหนีตายจนไม่มีเวลาเก็บเสบียงอาหาร ไม่ก็สูญหายไปพร้อมกับสัมภาระอื่นระหว่างทาง ทำได้เพียงหิ้วท้องหิวต่อไป
ฟ้ามืดลงแล้ว อวิ๋นจิงมั่วหาวหวอด “ท่านแม่ ข้าง่วงแล้ว”
“ล้างหน้าล้างตาเสียก่อนค่อยเข้านอน”
อวิ๋นฝูหลิงนำผ้าขนหนูขาวสะอาด ใช้น้ำอุ่นเช็ดหน้าล้างตา ถูตามท่อนแขนขาให้อวิ๋นจิงมั่วอย่างง่ายๆ
ภายใต้แสงไฟส่องสว่าง อวิ๋นฝูหลิงพบว่าเท้าซ้ายของอวิ๋นจิงมั่วมีนิ้วเท้าถึงหกนิ้ว
ชาติที่แล้วนางเคยพบเจอเรื่องแปลกพิสดารมามากแล้ว คนจะมีนิ้วเท้าหกนิ้วย่อมไม่นับเป็นอะไร
เช็ดเนื้อตัวให้อวิ๋นจิงมั่วแล้ว อวิ๋นฝูหลิงก็เคลื่อนกองไฟไปอีกด้านหนึ่ง
ปูหญ้าแห้งในที่เดิมที่เคยใช้ก่อไฟ ก่อนนำเสื้อกันฝนที่ตากไว้จนแห้งสนิทเมื่อตอนเย็นปูทับลงด้านบน
นางสังเกตดูแล้ว สีของเสื้อกันฝนนี้คล้ายกับผ้าเคลือบน้ำมันของโลกนี้อยู่มาก แม้รูปแบบเสื้อกันฝนจะต่างจากเสื้อฟางของที่นี่อยู่บ้าง แต่ก็ไม่นับว่ามากเกินไป
ดังนั้นจึงไม่ได้ดึงดูดความสงสัยจากชาวบ้านแต่อย่างใด
อวิ๋นฝูหลิงเห็นเช่นนั้น จึงนำเสื้อกันฝนมาใช้อย่างโจ่งแจ้ง
นำเอาเสื้อกันฝนปูไว้ข้างใต้ นอกจากช่วยกันชื้นแล้วยังกันหนาวได้ดีอีก
อวิ๋นฝูหลิงนอนลงบนเสื้อกันฝน รู้สึกถึงระลอกไออุ่นแผ่ออกมาจากพื้นดินก็อดประหลาดใจไม่ได้
อวิ๋นฝูหลิงหยิบเอาผ้าห่มผืนน้อยจากตะกร้าไม้ไผ่ มาคลุมบนตัวให้ลูกชาย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องกับพระชายาพาลูกหนีภัยธรรมชาติ