เข้าสู่ระบบผ่าน

ท่านอ๋องกับพระชายาพาลูกหนีภัยธรรมชาติ นิยาย บท 11

อวิ๋นฝูหลิงชิมน้ำแกงเห็ดคำหนึ่ง ต่อหมั่นโถวอีกคำด้วยความเพลิดเพลิน

หลังคราวโลกวิบัติอมนุษย์ครองเมือง พืชพันธุ์กลายพันธุ์ ทำให้อาหารขาดแคลน จะหาเห็ดป่าหอมหวานสดใหม่เช่นนี้ได้จากที่ไหนอีก

แม้ต่อมาฐานปฏิบัติการจะพยายามวิจัยเพาะพันธุ์พืชบางชนิด แต่ผลผลิตที่ได้กลับน้อยนิด

หมั่นโถวสิบกว่าลูกที่อวิ๋นฝูหลิงเก็บเอาไว้ในมิติ ก็ล้วนเป็นสิ่งที่นางใช้เส้นสาย พึ่งคะแนนสมทบซื้อมาได้อย่างยากลำบาก

เมื่อครู่ให้พวกลูกพี่อู๋ทั้งสี่คนไป อาลัยอาวรณ์เสียจนหืดขึ้นคอ

แต่ถ้าอยากให้ม้าวิ่งก็มีแต่ต้องให้อาหารม้า

นางต้องการชักนำพวกลูกพี่อู๋มาเป็นพวกของนางโดยเบ็ดเสร็จ ให้พวกเขาจงรักภักดีเชื่อฟังนางอย่างสุดจิตสุดใจแต่เพียงผู้เดียว การลงทุนด้วยหมั่นโถวขาวสี่ลูกนี้จึงนับว่าได้หว่านเมล็ดแล้ว

อีกอย่าง จากการสังเกตคร่าวๆ โลกนี้มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งไม่ได้อยู่ในช่วงระส่ำระสาย การหุงหาอาหารจึงไม่ใช่เรื่องยากนัก

อวิ๋นฝูหลิงมีความคิดแล่นโลดอยู่ในใจ วางแผนชีวิตวันข้างหน้าของตน

ทว่าลูกพี่อู๋ทั้งสี่ต่างเมียงมองดูหมั่นโถวขาวในมือ ค่อยๆ กลืนน้ำลายลงเฮือก

หมั่นโถวจากแป้งขาวเชียวนะ!

แม่นางอวิ๋นไม่เพียงแต่แบ่งอาหารให้พวกเขา ยังถึงขั้นสละหมั่นโถวแป้งขาวให้พวกเขากินด้วย

พวกเขาตกต่ำถึงขั้นกลายมาเป็นเดนสังคม ฐานะทางบ้านก็ไม่ดีนัก บางคนถึงกับไร้บ้านอาศัย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงบ้านเรือนหรือไร่นา

ทุกวันต้องพึ่งพาการลักไก่ขโมยหมา ประทังปากท้องให้รอดไปวันๆ มีที่ไหนจะได้กินอาหารดีๆ

ลูกพี่อู๋นิ่งอยู่นานจึงพูดขึ้น "กินเถอะ"

คนจมูกงุ้มหลายคนพลันล้อมรอบหม้อเหล็ก คำหนึ่งหมั่นโถว คำหนึ่งน้ำแกงเห็ด

ลูกพี่อู๋เคี้ยวหมั่นโถวคำโต ใจยากจะสงบลง

บางทีการติดตามแม่นางอวิ๋น ก็เป็นหนทางที่ไม่เลวนักเมื่อเทียบกับการเป็นเดนสังคม

อย่างไรเสียแม่นางอวิ๋นก็มีความสามารถ ช่วยคนได้ ใช้พิษเป็น

แม้จะโหดร้ายเข้าถึงยาก ทว่าใจจริงก็ไม่ได้เลวร้าย

หลังมื้อค่ำ อวิ๋นฝูหลิงก็สั่งพวกลูกพี่อู๋ไปขัดหม้อล้างจาน

ชาวบ้านคนอื่นๆ ไม่ได้สะดวกสบายเช่นนี้

บางคนเก็บฟืนแห้งไม่ทันการณ์ ฟืนชื้นจุดไม่ติด ก็หมดหนทางหุงอาหารแล้ว ทำได้เพียงกินอาหารแห้งประทังความหิว

บางคนโชคร้ายยิ่งกว่า ต้องหนีตายจนไม่มีเวลาเก็บเสบียงอาหาร ไม่ก็สูญหายไปพร้อมกับสัมภาระอื่นระหว่างทาง ทำได้เพียงหิ้วท้องหิวต่อไป

ฟ้ามืดลงแล้ว อวิ๋นจิงมั่วหาวหวอด “ท่านแม่ ข้าง่วงแล้ว”

“ล้างหน้าล้างตาเสียก่อนค่อยเข้านอน”

อวิ๋นฝูหลิงนำผ้าขนหนูขาวสะอาด ใช้น้ำอุ่นเช็ดหน้าล้างตา ถูตามท่อนแขนขาให้อวิ๋นจิงมั่วอย่างง่ายๆ

ภายใต้แสงไฟส่องสว่าง อวิ๋นฝูหลิงพบว่าเท้าซ้ายของอวิ๋นจิงมั่วมีนิ้วเท้าถึงหกนิ้ว

ชาติที่แล้วนางเคยพบเจอเรื่องแปลกพิสดารมามากแล้ว คนจะมีนิ้วเท้าหกนิ้วย่อมไม่นับเป็นอะไร

เช็ดเนื้อตัวให้อวิ๋นจิงมั่วแล้ว อวิ๋นฝูหลิงก็เคลื่อนกองไฟไปอีกด้านหนึ่ง

ปูหญ้าแห้งในที่เดิมที่เคยใช้ก่อไฟ ก่อนนำเสื้อกันฝนที่ตากไว้จนแห้งสนิทเมื่อตอนเย็นปูทับลงด้านบน

นางสังเกตดูแล้ว สีของเสื้อกันฝนนี้คล้ายกับผ้าเคลือบน้ำมันของโลกนี้อยู่มาก แม้รูปแบบเสื้อกันฝนจะต่างจากเสื้อฟางของที่นี่อยู่บ้าง แต่ก็ไม่นับว่ามากเกินไป

ดังนั้นจึงไม่ได้ดึงดูดความสงสัยจากชาวบ้านแต่อย่างใด

อวิ๋นฝูหลิงเห็นเช่นนั้น จึงนำเสื้อกันฝนมาใช้อย่างโจ่งแจ้ง

นำเอาเสื้อกันฝนปูไว้ข้างใต้ นอกจากช่วยกันชื้นแล้วยังกันหนาวได้ดีอีก

อวิ๋นฝูหลิงนอนลงบนเสื้อกันฝน รู้สึกถึงระลอกไออุ่นแผ่ออกมาจากพื้นดินก็อดประหลาดใจไม่ได้

อวิ๋นฝูหลิงหยิบเอาผ้าห่มผืนน้อยจากตะกร้าไม้ไผ่ มาคลุมบนตัวให้ลูกชาย

ราคาของเราเพียงแค่ 1/4 ของผู้ให้บริการรายอื่น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องกับพระชายาพาลูกหนีภัยธรรมชาติ