และก่อนที่นางจางจะเดินออกไป นางยังหันมามองซูหวั่นอย่างลึกซึ้งอีกด้วย
แต่ซูหวั่นกลับไม่จริงจังกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
หลังจากปิดประตูต่อหน้านางจางแล้ว เมื่อกลับไปที่ห้องก็พบว่านางจางยังคงไม่ได้กินข้าวครึ่งชามนั้นจนหมด คาดว่านางคงฟังความเคลื่อนไหวด้านนอกอยู่ตลอดเวลา
นางได้กำชับเอาไว้แล้วว่า ไม่ว่าจะมีเสียงอะไรดังขึ้นมา นางหลี่และซูเหลียนเฉิงก็ไม่สามารถส่งเสียงใดๆออกมาได้
อยากมีชีวิตที่ดีต้องตั้งกฎเกณฑ์ จะยอมจำนวนต่อคนของแม่เฒ่าเซี่ยงที่มาอาละวาดหรืออยากได้อะไรก็ให้ไปหมดแบบนี้ไม่ได้
งั้นการแยกครอบครัวออกมาก็เหมือนกับไม่แยกแล้ว
ซึ่งมันจะทำให้ชีวิตของตัวเองยุ่งเหยิงไปเสียหมดด้วย นั่นเป็นสิ่งที่ซูหวั่นไม่อยากเห็นเลยแม้แต่น้อย
ในเมื่อนางได้รับร่างของเจ้าของเดิมแล้ว นางจำเป็นต้องทำให้ครอบครัวของใครเขามีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้ได้ แบบนี้ถึงจะไม่เป็นการเสียเปล่าที่นางได้เกิดมาใหม่
นางหลี่ถามอย่างไม่มีรสชาติในปากว่า“อาหวั่น พวกท่านย่าของเขาไปกันหมดแล้วเหรอ?”
“ไปแล้วค่ะ”
นางหลี่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แม่เฒ่าเซี่ยงไม่ใช่คนที่พูดง่ายอะไรมาโดยตลอดนี่นา“เจ้าใช้วิธีการแบบไหนล่ะ?”
“ท่านแม่ ท่านแม่อย่าถามเรื่องนี้เลยนะคะ ยังไงข้าก็ไม่ได้ทำเรื่องที่คอขาดบาดตายอะไรหรอกค่ะ”
ซูหวั่นขอให้นางหลี่กินข้าวต่อ
ขณะที่นางเดินเข้าไปในห้องที่ซูชิงอยู่ หลังจากที่เห็นว่าพวกเขาได้กินเสร็จเรียบร้อยแล้วถึงพูดขึ้นมาว่า“ท่านลุงทุกท่านคะ พรุ่งนี้ข้าต้องรบกวนพวกท่านอีกครั้งนะคะ!”
“ไม่รบกวนเลย ไม่รบกวนเลย”ซูชิงมองออกไปด้านนอก เมื่อไม่พบกับพวกแม่เฒ่าเซี่ยง เขาก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมาด้วยเช่นกัน
แต่ว่านี่คือเรื่องในครอบครัวของคนอื่นเขา
มันไม่ใช่เรื่องที่คนนอกอย่างพวกเขาจะเข้าไปยุ่มย่ามด้วย หลังจากที่พวกเขาได้เดินออกมาจากบ้านสกุลซู ภาพลักษณ์ของแม่เฒ่าเซี่ยงและคนอื่นๆก็มืดมนไปจากเดิมอีกครั้ง
หลังจากที่ซูหวั่นส่งแขกออกไปแล้ว นางก็กลับมาต้มน้ำให้ซูลิ่วหลางอาบ
จากนั้นก็ต้มยาให้พ่อและแม่อีกครั้ง
ยาของซูเหลียนเฉิงแบ่งออกเป็นยาที่ใช้ภายในและภายนอก ยาที่ติดเอาไว้ที่ขาจำเป็นต้องโขลกให้ละเอียดเสียก่อน จากนั้นก็ย่างจนร้อนแล้ววางให้เย็น จากนั้นก็ค่อยติดตรงที่บาดเจ็บ
ส่วนยาที่ใช้ภายในเป็นยาแผนปัจจุบัน
ผสมกับยาสมุนไพรที่ซูหวั่นหามาได้แล้วดื่มเข้าไป
และคำพูดนี้ก็มีการลองถามแฝงอยู่ด้วย
ซูหวั่นหมดคำพูดอย่างสุดหัวใจ และแทบจะร้องไห้ไม่มีน้ำตา
พ่อแม่ของนางช่างเจ็บแล้วไม่จำเสียจริงๆ จิตใจดีเกินไปจนคนอื่นรังแกเอาได้ง่ายๆ และเมื่อมองดูท่าทางที่ระมัดระวังของนางหลี่แบบนี้แล้ว นางก็รู้ได้ทันทีว่าจะต้องเป็นความปรารถนาของนางหลี่และซูเหลียนเฉิงอย่างแน่นอน
หากไม่ยอมให้พวกเขาไปส่งซุปไก่แล้วละก็ คาดว่าทั้งสองจะต้องกระวนกระวายใจ
จนนอนไม่หลับอย่างแน่นอน
นางก้มหน้าและยัดฟืนไปที่ใต้หม้อ จากนั้นก็พูดด้วยเสียงอู้อี้ออกมาว่า“ท่านแม่ ท่านแม่อยากจะไปก็ไปเถอะ แต่หลังจากส่งซุปไก่เสร็จก็ให้กลับมาทันที อย่าอยู่ที่นั่นนานๆเลยนะ”
นางหลี่ตอบรับในทันที
นางยืนขึ้นและเดินไปที่บ้านใหญ่โดยถือชามซุปไก่เอาไว้ในมือ
ซูหวั่นเฝ้าหม้อต้มยาของซูเหลียนเฉิง ส่วนซูลิ่วหลางก็กำลังอาบน้ำอยู่ มีเพียงนางหลี่เท่านั้นที่เดินออกไป
แต่ซูหวั่นสามารถรับรู้ถึงลางร้ายอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา