เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา นิยาย บท 41

ซูหวั่นเป็นกังวล หลังจากต้มยาเสร็จแล้วก็ยกเข้าไปในบ้าน

หลังจากบอกกับซูเหลียนเฉิงว่า รอให้เย็นสักหน่อยแล้วค่อยดื่ม นางก็รีบขึ้นไปบนบ้านใหญ่ในทันที แต่ประตูของบ้านใหญ่ปิดอยู่

โดยที่มันถูกล็อกอย่างแน่นหนาจากด้านใน

ไม่ยากเลยที่จะคิดว่า จะต้องมีคนเข้ามาล็อกประตูหลังจากที่นางหลี่ได้เดินเข้าไป เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว หากนางหลี่เข้าไปไม่ได้ นางก็คงจะต้องกลับบ้านหรือตะโกนเรียกอยู่หน้าประตูอย่างแน่นอน

และตอนนี้นางไม่ได้อยู่ที่หน้าประตู งั้นก็แสดงว่าจะต้องเข้าไปข้างในแล้วอย่างแน่นอน

หลังจากนางเข้าไปแล้วถึงจะปิดประตู เพราะป้องกันไม่ให้ซูหวั่นเข้าไปก่อเรื่องหรือเปล่า?

ซูหวั่นหยิบก้อนหินมาวางไว้ที่ข้างกำแพงอย่างเงียบๆ จากนั้นก็ปีนข้ามกำแพงแล้วเปิดประตู

ลานบ้านมืดมาก ไม่ได้จุดไฟตะเกียง

มีแสงไฟสลัวๆ ส่องออกมาจากหน้าต่างก็ห้องหลัก พร้อมกับเสียงก่นด่าของแม่เฒ่าเซี่ยงดังแว่วมา

“กินเหลือแล้วค่อยยกมาใช่ไหมล่ะ!”แม่เฒ่าเซี่ยงเอามือทุบโต๊ะ แทบอยากจะบีบคอนางหลี่ให้ตายเสียรู้แล้วรู้รอดไปเลย “มีแค่นี้ก็กล้ายกขึ้นมางั้นเหรอ เห็นว่าพวกข้าเป็นขอทานหรือไง หลี่เซียงหรู ก่อนหน้านี้ข้าก็ตาบอดเสียเหลือเกิน คิดว่าเจ้าเป็นคนซื่อๆเสียนี่!”

“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะใจจืดใจดำขนาดนี้ ไม่ใช่คนดีอะไรเลย ก่อนหน้านี้ในบ้านเจ้าก็แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน แล้วให้ลูกสาวเจ้ามาลบหลู่คนแก่อย่างข้าได้ตามอำเภอใจ!”

“ตอนนี้ก็แสร้งทำเป็นใจดียกเศษกระดูกมาให้ข้าอย่างลวกๆ ทำเหมือนคนแก่อย่างข้าไม่เคยกินเนื้อไก่อย่างไงอย่างงั้น!”

“หลี่เซียงหรู ต่อให้แยกกันอยู่แล้ว พวกข้าก็ยังเป็นพ่อและแม่ของพวกเจ้าอยู่ เจ้ากับเจ้ารองไม่ควรทำแบบนี้กับพวกข้า พวกเจ้าไม่กตัญญูแบบนี้ ไม่กลัวฟ้าจะผ่าเอาหรือไง!”

หลังจากกลับมา แม่เฒ่าเซี่ยงก็ยิ่งโกรธเกรี้ยวหนักมากกว่าเดิม เพราะคำยุแหย่ของนางหวาง

เมื่อเขาเห็น นางหลี่ เขาก็สาปแช่งเสียงดัง

คำก็นางหลี่สองคำก็นางหลี่ พูดคำยุแหย่เหล่านั้นอยู่อย่างไม่หยุดหย่อน

นางหวางยืนอยู่ด้านข้างอย่างยินดีกับความโชคร้ายของคนอื่น โดยจะพูดประชดประชันมาเป็นระยะๆ แต่สายตานั้นกลับจ้องไปที่เนื้อไก่บนโต๊ะอย่างตะกละตะกลาม

ราคาของเราเพียงแค่ 1/4 ของผู้ให้บริการรายอื่น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา