“ตอนนี้มันเป็นยังไง ประคบประหงมลูกสะใภ้อย่างกับอะไร บอกว่าไม่กลัวใครเขาจะหัวเราะเยาะและเข้าใจผิดเหรอ”ยิ่งพูดแม่เฒ่าเซี่ยงก็ยิ่งอุกอาจ โดยที่ใบหน้าของพ่อเฒ่าซูนั้นกลับดำคล้ำขึ้นเรื่อยๆ
และเขาก็คิดว่าภรรยาเฒ่าของตัวเองช่างโง่จนเกินเยียวยาแล้วจริงๆ
คำพูดอะไรก็สามารถพูดออกมาได้ทั้งนั้น
“ยัยเฒ่ารีบหุบปากเดี๋ยวนี้นะ!”พ่อเฒ่าซูโกรธจนจุกหน้าอก และแขนขาก็สั่นไปหมด“เจ้ามันพูดไม่คิดเสียจริงๆ ยังกลัวว่าเรื่องจะไม่ใหญ่โตอีกเหรอไง!”
เมื่อเห็นเขาโกรธแบบนี้ แม่เฒ่าเซี่ยงก็คิดเพียงว่าตัวเองได้พูดแทงใจดำพ่อเฒ่าซูเข้าเสียแล้ว และนางก็ยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่“หรือว่าข้าพูดผิดไปงั้นรึ? แกไม่ระวังกาลเทศะเอง แล้วจะมาโทษข้าได้ยังไง!”
“เจ้า!”
พ่อเฒ่าซูหายใจเข้าลึกๆ ใช้มือค้ำโต๊ะเอาไว้ โดยยังไม่ทันได้พูดจบประโยคดี
ร่างกายของเขาก็อ่อนลง
จากนั้นก็ร่วงจากโต๊ะและไปกองอยู่ที่พื้น หายใจอย่างกระหืดกระหอบ
ซูฉางฝูตื่นตระหนก รีบไปคว้าพ่อเฒ่าซูเอาไว้“ท่านพ่อ ท่านพ่อเป็นอะไรไปครับ!”
เมื่อเห็นว่าพ่อเฒ่าซูเป็นลมล้มพับลงไป แม่เฒ่าเซี่ยงก็ตื่นตระหนกจนไม่กล้าพูดอะไรอีก พร้อมกับวิ่งโซซัดโซเซไปหาพ่อเฒ่าซู
“ตาเฒ่าอย่าทำให้ข้าตกใจอย่างนี้สิ บ้านนี้ยังต้องการแกค้ำยันอยู่นะ ข้าจะไม่พูดพล่อยอีกแล้ว อยู่กันมานานขนาดนี้ แกยังไม่รู้นิสัยของข้าอีกเหรอ ครั้งนี้ทำไมถึงได้โมโหขนาดนี้...”
จากนั้นทุกคนก็กุลีกุจอกันใหญ่
ซูหวั่นได้สังเกตเห็นสีหน้าของพ่อเฒ่าซู และพบว่าเป็นเพราะโกรธจัดจนเป็นลม แค่พักผ่อนสักคืนหนึ่งก็จะหายดีแล้ว ไม่มีอะไรที่ร้ายแรงแต่อย่างใด
ดังนั้นนางถึงได้วางใจ
และในตอนนี้ตระกูลซูต้องการพ่อเฒ่าซูค้ำยันเอาไว้จริงๆ ซึ่งเขาจะเป็นอะไรไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด
แม่เฒ่าเซี่ยงหันมามองนางหลี่ ทำปากขมุบขมิบอยากที่จะต่อว่า แต่เพราะพ่อเฒ่าซูยังคงหมดสติอยู่ นางจึงทำได้แค่กัดฟันเอาไว้“คุกเข่าหาพระแสงอะไร ยังไม่รีบไสหัวออกไปอีก ฉางฝู รีบตามหมอมาสิ!”
ในที่สุดซูฉางฝูที่ตื่นตระหนกตกใจอยู่นั้นก็มีสติกลับมาได้ และรีบไปเรียกหมอมาทันที
แม่เฒ่าเซี่ยงชี้ไปที่ลูกสะใภ้ทั้งสองคน“พวกเจ้าสองคนรีบไปต้มน้ำ แล้วชงโสมมา รากเดียวก็พอนะ มากไปท่านพ่อของพวกเจ้าย่อยไม่ไหว”
แต่ทว่าซูหวั่นนั้นคล่องแคล่วมาก
โดยที่แม่เฒ่าเซี่ยงคงไม่สามารถจับตัวนางเอาไว้ได้ ทั้งสองวนโต๊ะไล่ตามกันไปมาอยู่แบบนั้น“ท่านย่า ท่านย่าเกลียดข้าขนาดนั้นเลยรึ? ”
“ข้าจะบอกเจ้าเอาไว้เลยนะ วันๆอย่าคิดแต่จะก่อกวนงานแต่งของพี่ใหญ่เจ้า ครั้งนี้พี่ใหญ่เจ้าจะต้องแต่เข้าตระกูลเจียงได้อย่างแน่นอน”แม่เฒ่าเซี่ยงเตือนนาง
ซูหวั่นไม่เห็นด้วยกับคำพูดนี้“ท่านย่า ข้าไปคิดก่อกวนงานแต่งของพี่ใหญ่ตั้งแต่เมื่อไหร่งั้นรึ? ”
“ยังจะมาพูดว่าไม่ได้คิดอีก เจ้าคิดแผนการก่อกวนนังหนูฝูทั้งที่ลับและที่แจ้งอยู่ที่เมื่อเชื่อวัน คนที่มีตาต่างก็รู้ว่าเจ้ากำลังอิจฉาที่พี่ใหญ่เจ้าได้ออกเรือนกับคนที่ดีๆใช่ไหมล่ะ!”
อิจฉาซูฝูที่ท้องก่อนแต่งเนี่ยนะ?
ซูหวั่นไม่รู้ว่าใครคอยกรอกหูแม่เฒ่าเซี่ยงอยู่ และแม่เฒ่าเซี่ยงก็ยังกลับเชื่อในคำพูดนี้อีกต่างหาก
นางไม่ชื่นชมไม่ได้แล้ว
“ท่านย่า ข้าไม่เคยมีความคิดแบบนี้เลยนะ ท่านชายเจียงเป็นคนที่พี่ใหญ่รักใคร่ แล้วข้าจะเข้าไปแทรกกลางทำไมกัน ยิ่งไปกว่านั้นข้าก็ยังเด็กอยู่ ยังคิดที่จะอยู่กับท่านพ่อท่านแม่อีกสองสามปีนะคะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา