“ท่านแม่ เรื่องนี้ให้ข้าจัดการเถอะ ท่านแม่แค่ปักก็พอแล้ว”
นางหลี่เชื่อมั่นลูกสาวอย่างไม่มีเงื่อนไข เมื่อเห็นว่าซูหวั่นมั่นใจขนาดนี้ นางก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
แค่พยักหน้ายอมรับเท่านั้น
เพราะกลัวว่าคนของบ้านใหญ่จะมาอาละวาด สองแม่ลูกจึงเริ่มกินมื้อเย็นตั้งแต่เนิ่นๆ
โดยขอให้ซูชิงและคนอื่นๆทนเสร็จและกลับไปก่อน หลังจากนางหลี่ป้อนข้าวซูเหลียนเฉิงเสร็จ ตัวนางเองถึงเริ่มจะเริ่มกิน
ส่วนซูหวั่นก็ไปต้มน้ำอาบ
ซูลิ่วหลางคอยช่วยซูหวั่นอยู่ข้างๆ ซูหวั่นหยิบฟืนท่อนหนึ่งมา และเขียนไปบนพื้น“นี่คือคำว่าซู เป็นแซ่ของเจ้า ส่วนนี่คือหวั่น ตัวหนังสือชื่อของพี่ รู้จักหรือเปล่า?”
ซูลิ่วหลางมองดูอย่างตั้งใจ
ท้ายที่สุดก็ส่ายหน้าไปมา เพราะเขาจำไม่ได้“ท่านพี่ ข้าไม่เข้าใจ”
ซูหวั่นลูบศีรษะของซูลิ่วหลาง แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม“นี่คือตัวอักษร เจ้าไม่เข้าใจ งั้นเราก็ค่อยๆเรียนรู้ พี่จะสอนเจ้าช้าๆนะ”
“ข้าจะตั้งใจเรียนอย่างแน่นอน!”
ซูลิ่วหลางพยักหน้า หยิบกิ่งไม้ที่อยู่ข้างๆมาวาดรูปคนเล็กๆสองคน
ตัวโตหนึ่งคน ตัวเล็กหนึ่งคน
แม้ว่าจะเป็นนามธรรมมาก แต่ก็สามารถบ่งบอกความหมายได้อย่างชัดเจน
“นี่คือท่านพี่” ซูลิ่วหลาง ชี้ไปที่คนตัวใหญ่ จากนั้นก็ชี้ไปที่คนตัวเล็ก “นี่ข้าเอง”
หลังจากคิดทบทวน ดูเหมือนว่าเขาจะรู้สึกว่ามันยังไม่เพียงพอ จากนั้นก็วาดคนอีกสามคน
“นี่คือพี่ใหญ่ของข้า นี่คือท่านพ่อและท่านแม่ เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป และพี่ใหญ่ของข้าก็จะกลับมาจากสนามรบ เขาสัญญากับข้าและท่านพี่เอาไว้ เขาจะไม่มีวันผิดคำสัญญาอย่างแน่นอน!”
พี่ใหญ่ของพวกเขา?
ในหมู่บ้านซีสุ่ย รวมถึงท่านพ่อและท่านแม่ต่างก็ยอมรับว่าพี่ใหญ่ได้เสียชีวิตไปในสนามรบแล้ว
ไม่เช่นนั้นก็คงมีจดหมายและข่าวคราวใดๆส่งมาบ้างแล้ว ต่อให้พี่ใหญ่จะไม่รู้หนังสือ เขาก็สามารถให้คนอื่นๆมาส่งข่าวหรือเขียนแทนก็ได้นี่นา
โดยที่ท่านพ่อและท่านแม่ก็เคยไปสอบถามข่าวคราวจากตัวเมือง แต่กลับไม่สามารถตรวจสอบการมีชีวิตอยู่ของพี่ใหญ่ได้เลย
และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ใหญ่อยู่ที่ค่ายไหนกันแน่
นางหวางตวาดเสียงดังออกมา และสามารถดึงดูดความสนใจของชาวบ้านโดยรอบได้ไม่น้อย
“ข้ารู้ดีอะไร เจ้าผลักซานหลางลงไปในน้ำ ทั้งๆที่รู้ว่าเขาว่ายน้ำไม่เป็น เจ้ายังทำได้ลง นี่เจ้ากำลังฆ่าคนอยู่นะ เจ้ารู้หรือเปล่า!”
“ทำไมข้าจะต้องผลักเขาด้วย?” ซูหวั่นถามอย่างใจเย็น
“ก็เพราะว่าซานหลางจับกระต่ายป่าตัวหนึ่งได้น่ะสิ พอถามจะเอากลับมาจากเจ้า เจ้าก็ไม่ยอม ซานหลางต่อว่าเจ้าไปสองสามคำ แต่เจ้ากลับคิดแค้นอยู่ในใจ แล้วก็ผลักเขาไปในน้ำ ซานหลางบอกกับข้าหมดแล้ว!”
นางหวางพูดจบในรวดเดียวด้วยใจที่หวาดหวั่น
จากนั้นนางก็ผลักซานหลางและซื่อหลางที่กำลังร้องไห้ต่อหน้าผู้คน“เจ้าดูสิ จนกระทั่งตอนนี้เสื้อผ้าของซานหลางยังเปียกอยู่เลย ปากก็ขาวซีดขนาดนี้ เกือบจะตายแล้วนะ อาหวั่นทำไมเจ้าถึงจิตใจเหี้ยมโหดขนาดนี้!”
คนในหมู่บ้านที่มามุงดูต่างก็รู้ว่านางหวางเป็นคนกลับกลอกขนาดไหน และจะเชื่อในคำพูดของนางไม่ได้
แต่ซานหลางดูแล้วน่าสงสารจริงๆ
พวกเขาไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร ได้แต่มองไปยังซูหวั่นด้วยความเคลือบแคลงใจเท่านั้น
เมื่อนางหลี่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็ได้ออกมาจากห้อง หลังจากที่ได้ยินนางหวางพูดแบบนี้แล้ว นางหลี่ก็ไม่สามารถยับยั้งความโกรธเอาไว้ได้“หวางอวิ๋น เจ้าจะมาพูดพล่อยๆทำลายชื่อเสียงของลูกสาวแบบนี้ได้ยังไง ทั้งๆที่เรื่องมันไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าพูดเลย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา