แม่เฒ่าเซี่ยงไม่ได้พูดอะไร นางเดินเข้าไปในห้อง ถอดเสื้อและนอนลงบนเตียงอิฐไฟ
แล้วก็นอนหันหลังให้กับพ่อเฒ่าซู
พ่อเฒ่าซูมักจะรู้สึกเสมอว่าภรรยาของตัวเองกำลังจะมีเจตนาไม่ดี แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป แค่พูดขึ้นมาว่า“เจ้าใช้ชีวิตให้มันดีๆเถอะ อย่าได้เที่ยวไปหาเรื่องอะไรเลย แบบนี้มันดีต่อทุกคน!”
แม่เฒ่าเซี่ยงกลอกตามองบนไปสองที แล้วก็ดึงผ้าห่มมาคลุมตัว
ทำเหมือนไม่ได้ยิน
นางสัมผัสเงินที่หนักๆในอ้อมแขนของตัวเอง และหลับฝันดี ในฝันนั้นเต็มไปด้วยเงินทอง เพชรนิลจินดา และนางก็แทบจะหายใจไม่ทันแล้ว
……
ท้องฟ้ายังคงมืดอยู่ ซูหวั่นก็ได้พาซูลิ่วหลางออกเดินทางแล้ว
นางยังคงไปยืมรถเทียมวัวของป้าหวังเช่นเดิม อีกทั้งนางยังให้เนื้อตุ๋นชามใหญ่เป็นค่าที่ยืมรถเทียมวัวอีกด้วย ป้าหวังไม่ยอมที่จะรับเนื้อนี้มา แต่มันหอมจนเกินไป ก็เลยอดใจไม่ไหวกับการยั่วยวนนี้
โดยเฉพาะซูหวั่นได้พูดขึ้นมาว่า“ลุงสือชอบดื่มเหล้าไม่ใช่เหรอคะ ใช้เป็นกับแกล้มก็ดูเหมาะมากเลยนะคะ”
เมื่อซูเม่าสือที่อยู่ข้างๆได้ยินประโยคนี้ เขาก็รีบให้ป้าหวังรับไว้ทันที“เร็วเข้า อย่าเกรงใจอาหวั่นไปเลย เดี๋ยวจะเสียเวลาของนาง อาหวั่น ต่อไปหากมีปัญหาอะไรก็มาหาลุงได้เลยนะ”
ซูหวั่นพยักหน้าให้กับซูเม่าสือ
ป้าหวังยิ้มๆ พร้อมกับก่นด่าออกมาว่า“ลุงสือของเจ้าแค่ได้ยินคำว่าเหล้าอะไรก็ไม่สนทั้งนั้นแล้ว เจ้าอย่าถือสาเลยนะ เดี๋ยวข้าจะไปพูดกับเขาให้”
ซูหวั่นก็หัวเราะด้วยเช่นกัน จากนั้นก็บอกลาครอบครัวของป้าหวัง แล้วขับรถเทียมวัวมุ่งหน้าไปที่ตลาดทันที
ระหว่างทาง ซูลิ่วหลางพึมพำอะไรบางอย่างออกมา
สักพักก็พูดว่า “สูตรลับบรรพบุรุษ หมูตุ๋น เนื้อตุ๋น อร่อยสุดๆ แวะมาดูหน่อยนะครับ ถ้ารสชาติไม่ดีก็ไม่ต้องจ่าย ท่านพี่ เป็นแบบนี้หรือเปล่า?”
ซูหวั่นตบก้นวัวเบาๆด้วยก้านไม้ไผ่ พยักหน้าแล้วพูดว่า“ลิ่วหลางฉลาดมาก ฝึกสักสองสามรอบนะ”
ซูลิ่วหลางพูดได้คล่องมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากมาถึงตลาด เขาก็สามารถพูดประโยคที่สมบูรณ์ได้อย่างต่อเนื่องด้วยเสียงที่ดังและชัดเจน
“นังหนู มันก็คือไส้หมูกับหัวหมูไม่ใช่เหรอ?” แม่บ้านสาวคนหนึ่งชำเลืองมองมายังกะละมังอย่างรังเกียจ แต่ก็รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่า ทำไมเนื้อพวกนี้ช่างหอมเสียเหลือเกิน
เมื่อซูหวั่นเห็นว่ามีคนถาม นางจึงพูดอย่างฉะฉานขึ้นมาว่า“ท่านน้าคะ นี่ไม่ใช่ไส้หมูและหัวหมูธรรมดาๆ นี่คือสูตรลับของบรรพบุรุษเรา มันคือเนื้อตุ๋น เมื่อทานคู่กับซอสจิ้มสูตรของเรา รสชาติดีมากเลยนะคะ เทียบกับพ่อครัวในวังได้เลยนะคะ หากท่านไม่เชื่อก็ลองชิมดูได้ หากไม่ชอบไม่คิดเงินหรอกค่ะ!”
พูดจบ ซูหวั่นก็ยื่นถ้วยเล็กๆและตะเกียบหนึ่งคู่ให้กับนาง
แม่บ้านสาวลังเลอยู่สักพัก และก็ยื่นมือไปรับและชิมหนึ่งชิ้นท่ามกลางสายตาของผู้คน“เจ้าพูดเองนะว่า ไม่อร่อยก็ไม่ต้องจ่าย ข้าจะลองชิมดู”
ซูหวั่นรีบพูดขึ้นมาทันทีว่า“ต่อหน้าพ่อแม่พี่น้องมากมายขนาดนี้ ข้าจะโกหกไปทำไมกัน ไม่อร่อยไม่ต้องจ่ายอยู่แล้ว!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ แม่บ้านสาวก็เอาเนื้อเข้าปาก
สัมผัสนุ่มในปาก มันแต่ไม่เลี่ยน มีกลิ่นหอมของสมุนไพร โดยที่ซอสนั้นก็มีรสชาติที่ยอดเยี่ยมมาก ไม่เค็มไม่จืด มันน่ายกนิ้วให้จริงๆ
และสำหรับเนื้อตุ๋นนี้ แม่บ้านสาวรู้สึกว่านางสามารถกินได้สามชามเลยทีเดียว!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา