ลุงอู๋เจะปาก“ก็ต้องเป็นร้านอาหารเค่อเยว่อยู่แล้ว จำนวนแขกในร้านตงไหลเทียบไม่ได้กับร้านเค่อเยว่เลยนะ เจ้าถามไปทำไมกัน หรือว่าคนของตงไหลมาก่อกวนเจ้า?”
ทายอีกก็ถูกอีก
ดูเหมือนว่าคนของตงไหลจะทำเรื่องแบบนี้บ่อยมาก
ซูหวั่นคิดอยู่ในใจ พยักหน้า และไม่ได้ปิดบังลุงอู๋แต่อย่างใด“เจ้าของร้านเปาของตงไหลมาหาข้าเมื่อครู่นี้ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ให้ข้ามาขายเนื้อตุ๋นอีกแล้วค่ะ”
เมื่อลุงอู๋ได้ยินว่าซูหวั่นไม่สามารถมาขายเนื้อตุ๋นได้อีกแล้ว
ก็พอจะดึงสติกลับมาได้บ้าง
“เจ้าไม่มาแล้วข้าจะเอาอะไรกิน เจ้าอันธพาลพวกนั้นสมองกลวงแล้วหรือ”
ซูหวั่นไม่ได้พูดคุยกับลุงอู๋ต่อ เพียงแค่ถามว่า“ร้านอาหารเค่อเยว่ไปทางไหนหรือคะ?”
“ตรงไปจากถนนสายนี้ อยู่ตรงข้ามกับร้านตงไหลน่ะ” ลุงอู๋ชี้ไปและกินเนื้อตุ๋นอีกชิ้น
หลังจากซูหวั่นมองซูหวั่นแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจว่าซูหวั่นกำลังคิดจะทำอะไรอยู่
เขาบุ้ยๆปาก แล้วพูดตักเตือนว่า“คนของเค่อเยว่ก็ไม่ได้ดีอะไรหรอกนะ เจ้าระวังตัวหน่อย อย่าให้ใครเขาเอาเปรียบได้ล่ะ”
ซูหวั่นรู้ดีว่าลุงอู๋กำลังจงใจเตือนนางอยู่
ลุงอู๋เอาแต่พูดพร่ำตลอดทั้งวัน และก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเมาหรือแอลกอฮอล์ทำให้สมองเลอะเลือนกันแน่ ใช้ชีวิตอย่างมั่วๆ พูดจาและทำอะไรก็ไม่มีตรรกะเอาเสียเลย
ซูหวั่นไม่รอช้า นางหยิบเนื้อตุ๋นที่เหลือ และพาซูลิ่วหลางเข้าไปในร้านอาการเค่อเยว่ทันที
ทันทีที่พนักงานในร้านมองเห็นนาง เขาก็ไม่ได้ถามอะไร และก็วิ่งไปด้านบนทันที
หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าของร้านหลิวของเค่อเยว่ก็ได้ลงมา เจ้าของร้านหลิวมองสำรวจมายังซูหวั่นเป็นอันดับแรก จากนั้นก็มองไปที่ร้านอาหารเค่อเยว่ฝั่งตรงข้าม
จากนั้นเขาก็พูดว่า“นังหนูซูใช่มั้ย?”
ซูหวั่นหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง และสังเกตเห็นการกระทำของเจ้าของร้านหลิว
และพึมพำอยู่ในใจว่า ไอ้จิ้งจอกเฒ่า!
คาดว่าเขาก็กำลังรอการมาของนางเช่นกัน ไม่อย่างนั้นแล้วพนักงานในร้านก็คงจะไม่มีท่าทีแบบนั้น และนั่นก็หมายความว่า เขาได้รู้ว่าเจ้าของร้านเปาได้ไปหานางแล้ว
แค่รอให้นาง“ตกหลุมพรางด้วยตัวเอง”เท่านั้น
เพียงแต่ว่า หลุงพลางของเขานั้นจะใหญ่หรือไม่ และพอที่จะผูกมัดนางเอาไว้ได้หรือเปล่าก็เท่านั้นเอง!
ต่อมาเขาก็ให้พ่อครัวใหญ่ที่ร้านลองกินด้วย และยังลองเลียนแบบวิธีการของซูหวั่น แล้วก็ทำออกมาเล็กน้อยด้วย
แต่ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เพียงแต่ไม่อร่อยเท่านั้น แต่ยังมีกลิ่นเหม็นอีกด้วย
ซึ่งก็กินไม่ลงเลยจริงๆ ไม่ว่าจะล้างกี่ครั้ง ไส้หมูก็ยังมีกลิ่นที่แปลกๆอยู่ดี
เจ้าของร้านหลิวพูดอย่างเหม่อลอยว่า“ไม่เคยกินนะ หนูซูกำลังหมายถึงอะไรรึ?”
“ในเมื่อเจ้าของร้านหลิวไม่เคยทาน งั้นข้าก็ขอตัวก่อนนะคะ” ซูหวั่นถอยกลับและจงใจสังเกตสีหน้าของเจ้าของร้านหลิว
นางไม่เชื่อคำพูดของเจ้าของร้านหลิวหรอกนะ
เพราะคนที่เปิดร้านอาหาร โดยปกติแล้วจะดูความเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว
เมืองนี้ไม่เล็กหรือใหญ่ เรื่องที่นางขายเนื้อตุ๋นจะต้องแพร่กระจายออกไปทั่วแล้วอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าของร้านเปาก็ยังไปที่แผงขายของนางแล้วด้วย
นางจึงไม่เชื่อว่า เจ้าของร้านหลิวจะไม่รู้อะไรเลย
ซึ่งก็แค่อยากจะเสแสร้งกับนางก็เท่านั้นเอง
เมื่อเจ้าของร้านหลิวเห็นว่าซูหวั่นกำลังจะจากไปแล้วจริงๆ โดยที่ข้าวของและเนื้อตุ๋นก็เก็บเรียบร้อยแล้ว เขาจึงลุกขึ้นแล้วพูดว่า“นังหนูซู เจ้าของร้านเปาไม่ได้พูดง่ายเหมือนข้าหรอกนะ เจ้าออกไปแล้ว พรุ่งนี้คงไม่ได้มาขายเนื้อตุ๋นอีกแล้วล่ะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา