เข้าสู่ระบบผ่าน

ย่างก้าวสู่วิถีเซียน นิยาย บท 138

บทที่ 138 มีคนอยากจัดการหวงเหวินหลินงั้นหรือ?

เป็นเวลาสองวันติดต่อกันที่สวี่หยางสร้างยันต์ป้องกันขั้นสูงระดับหนึ่งสามใบกับยันต์โจมตีขั้นสูงระดับหนึ่งสามใบ

เมื่อเทียบกันแล้ว ยันต์โจมตีสร้างยากกว่าและใช้เวลานานกว่ายันต์ป้องกันเล็กน้อย

ด้วยเหตุนี้ สวี่หยางจึงมีความมั่นใจมากขึ้น

หลังจากบอกลาภรรยาทั้งสอง สวี่หยางก็ทะยานไปที่เมืองเป่ยไห่เพื่อไปพบหลินหวั่นชิง

คาดไม่ถึงว่าสวี่หยางจะได้รับการติดต่อจากหลินหวั่นชิงหลังจากเดินทางได้เพียงครึ่งทาง นางบอกให้เขาใช้หน้ากากปกปิดใบหน้าก่อนเข้าเมืองเป่ยไห่

แต่ไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก

สวี่หยางจึงสวมหน้ากากจำแลงกายที่หลินหวั่นชิงมอบให้

ในตอนนี้ เขาดูเหมือนชายหนุ่มธรรมดาติดไปทางอัปลักษณ์นิด ๆ สวมเสื้อคลุมขั้นกลางระดับหนึ่ง ซึ่งนับว่าไม่สูงเท่าไหร่นัก

ส่วนการบำเพ็ญอยู่ที่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปด

เมื่อมาถึงท่าเรือเมืองเป่ยไห่

สวี่หยางก็เข้าใจทันทีว่าเหตุใดหลินหวั่นชิงถึงขอให้เปลี่ยนรูปลักษณ์

ปรากฏว่าหลินหวั่นชิงอยู่กับคนจากตระกูลหวง ซึ่งหนึ่งในนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหวงเหวินหลิน

“สามี หวงเหวินหลินบอกว่าเขาจะไปด้วย ผู้นำตระกูลกับลุงใหญ่ต่างเห็นชอบด้วย ข้าจึงไม่อาจปฏิเสธคำขอปุบปับเช่นนี้ได้”

หลินหวั่นชิงลอบส่งกระแสจิตถึงสวี่หยาง น้ำเสียงของนางจนใจยิ่ง

สวี่หยางยังคงสงบเพื่อแสดงว่าเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“คุณหนูหลิน”

สวี่หยางเดินเข้ามาด้วยความเคารพ เพราะตอนนี้เขาเป็นเพียงสมาชิกผู้น้อยของตระกูลหลินเท่านั้น

“นี่คือทาสที่สหายเต๋าหลินพูดถึงงั้นหรือ…”

หวงเหวินหลินมองสวี่หยางก่อนจะหัวเราะแผ่วเบา

“ใช่แล้ว ชื่อของเขาคือจางจ่างเฟิง อยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปด คราวนี้ข้าจะออกไปล่าสัตว์อสูร ต้องไปสถานที่ไม่คุ้นเคย แต่จางจ่างเฟิงคุ้นเคยกับมันดี ข้าจึงให้เขามาช่วยนำทางน่ะ”

หลินหวั่นชิงตอบอย่างไม่ใส่ใจ

หวงเหวินหลินยิ้มคลี่ยิ้ม “อย่างนี้นี่เอง สหายเต๋าจางจ่างเฟิง ข้ามาจากตระกูลหวง นามว่าหวงเหวินหลิน”

“นับถือ นับถือ”

สวี่หยางหัวเราะพลางเอ่ยถาม “ครั้งนี้คุณชายหวงจะออกเดินทางด้วยใช่หรือไม่?”

“อื้ม บังเอิญว่าข้าจะออกไปล่าสัตว์อสูรพอดี ข้าอยากรู้ว่าจะสามารถหาลูกสัตว์อสูรเพื่อนำกลับมาเลี้ยงได้หรือไม่ แล้วก็…”

เขามองหลินหวั่นชิงด้วยสายตาลึกซึ้ง “ข้าได้ยินมาว่าคุณหนูหลินหวั่นชิงมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ ข้าจึงนับถือในตัวนางยิ่งนัก ดังนั้นข้าจึงอยากติดตามนางเพื่อออกล่าสัตว์อสูรด้วย”

เขาเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา

เนื่องจากครั้งนี้หลินหวั่นชิงต้องการขัดเกลาด้วยประสบการณ์ จึงไม่ใช่เรื่องดีที่จะคนมามากเกินไป

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาทั้งสามก็ออกเดินทาง

หลายวันต่อมา

เรือเหาะของหลินหวั่นชิงพาสวี่หยางกับหวงเหวินหลินบินเข้าไปในป่า เบื้องหน้าคือภูเขาสีเขียวไกลสุดลูกลูกตา

หลินหวั่นชิงสวมชุดสีเขียวดูสง่างามกำลังควบคุมเรือเหาะอยู่ด้านหน้า

ส่วนสวี่หยางอยู่ด้านหลังท่าทางสงบยิ่ง แต่ความจริงแล้ว เขากำลังลอบสื่อสารกับหลินหวั่นชิง

สวี่หยางเหลือบมองหวงเหวินหลินขณะชั่งใจ เขาตั้งใจจะใช้โอกาสนี้เพื่อโจมตีและสังหารอีกฝ่าย

“ฆ่าเขาหรือ?”

หลินหวั่นชิงยิ่งกังวล “ถึงอย่างไรหวงเหวินหลินก็เป็นอัจฉริยะของตระกูลหวง หากเขาตายระหว่างออกไปกับข้า มันจะทำให้เกิดปัญหากับตระกูลหลินเอาได้”

หลินหวั่นชิงย่อมอยากสังหารหวงเหวินหลิน แต่ผลที่ตามมานั้นหนักหนาเกินไป

ส่วนจะสามารถจัดการกับหวงเหวินหลินได้หรือไม่ นางค่อนข้างมั่นใจพอสมควร

ทั้งสองมียันต์แสงทองอยู่ในมือ ไพ่ตายก็ไม่ใช่น้อย

ท้ายที่สุด ทั้งสองตกลงกันว่าจะรอโอกาสที่ดีกว่านี้ในการลงมือสังหารหวงเหวินหลิน

ใช่แล้ว แม้วิธีนี้จะมีความเสี่ยงมากกว่า แต่ก็เป็นแนวทางปลอดภัยที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

ทันทีที่หวงเหวินหลินตาย เรื่องกังวลทั้งหมดก็จะหายไป

ส่วนตระกูลหวงจะตอบโต้หรือไม่ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลแต่อย่างใด

แม้ตระกูลหวงจะมียอดฝีมือขอบเขตจินตาน แต่พวกเขาอยู่ไกลจากที่นี่ จึงไม่อาจส่งผู้บำเพ็ญจำนวนมากมาที่นี่ได้อย่างทันท่วงที

อีกอย่าง ตระกูลหวงยังมีศัตรูจำนวนไม่น้อย ดังนั้นไม่จำเป็นต้องลงทุนลงแรงในเรื่องของหวงเหวินหลินขนาดนั้น

แต่หลินหวั่นชิงไม่มีแรงจูงใจในการฆ่าหวงเหวินหลิน!!

นี่คือจุดที่สำคัญที่สุด

สวี่หยางกับหลินหวั่นชิงลอบมองหน้ากัน แล้วในที่สุดก็พยักหน้าเล็กน้อย ถือว่าเป็นการตกลงในการร่วมมือครั้งนี้

หลังจากสนทนาสักพัก ทันใดนั้นสวี่หยางก็นึกบางอย่างขึ้นได้ก่อนจะลอบหัวเราะออกมา “หวั่นชิง ไม่รู้ทำไมข้าถึงรู้สึกขบขันนิดหน่อย”

“เจ้าหัวเราะอะไร?” หลินหวั่นชิงส่งกระแสจิตกลับด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“เจ้าคิดว่าบทสนทนาเมื่อครู่เหมือนกับคู่รักตัวร้ายวางแผนฆ่าคนหรือเปล่า?”

หลินหวั่นชิงไม่คาดคิดว่าความคิดของสวี่หยางจะบรรเจิด ทำเอานางพูดไม่ออกอยู่พักใหญ่

ทว่าเมื่อคิดตามคำพูดของสวี่หยาง นางก็พลันตระหนักบางอย่างขึ้นมาได้

เพราะนางคิดถึงคำพูดที่ไม่ค่อยดีขึ้นมา

ยกตัวอย่างเช่น ‘ชายหญิงสำส่อน คู่รักเหี้ยมโหด พัวกิมเน้ย*[1] และซีเหมิน ชิ่ง*[2]…’

อื้ม ในโลกเซียนก็ยังมีนวนิยายกับคำพูดเกี่ยวกับโลกมนุษย์อยู่ด้วย

แม้นางกับสวี่หยางจะไม่ได้ข้องเกี่ยวกับพัวกิมเน้ยและซีเหมิน ชิ่ง แต่ความจริงที่พวกเขาเป็นพวกสารเลวที่สมคบคิดกันทำร้ายผู้อื่นก็สามารถย้ำเตือนผู้อื่นให้นึกถึงเรื่องนั้นได้ดี

หลังจากพึมพำว่าตัวเองไม่ใช่พวกสารเลว นางก็อธิบาย “พวกเราทำแบบนี้ก็เพื่อปกป้องตัวเอง สหายเต๋าสวี่ อย่าคิดมากเลย”

หลินหวั่นชิงพลันติดต่อกลับไปว่าบุคคลลึกลับที่กำลังติดตามนางได้เปลี่ยนเส้นทางไปหาพวกเขาแล้ว

ทว่าเป้าหมายเหมือนจะไม่ใช่พวกเขา แต่เป็นหวงเหวินหลิน

“มีคนอยากจัดการกับหวงเหวินหลินงั้นหรือ?” สวี่หยางไม่อยากเชื่อ

หลินหวั่นชิง “ใช่แล้ว คนผู้นี้มีกลิ่นอายสัตว์อสูรอยู่บนร่างกาย การบำเพ็ญของอีกฝ่ายอยู่ที่ขอบเขตสร้างรากฐาน การที่ไว้ชีวิตข้าก็หมายความว่าไม่ได้พยายามจะทำอันตรายตั้งแต่แรก แม้แต่เจ้าก็ไม่ตกเป็นเป้า มีเพียงหวงเหวินหลินเท่านั้นที่โดนเพ่งเล็ง!”

มีกลิ่นอายของสัตว์อสูรอยู่บนร่างกาย อีกทั้งยังอยู่ขอบเขตสร้างรากฐาน…

สวี่หยางวิเคราะห์เงียบ ๆ

หวงเหวินหลินยังมีศัตรูอื่นอีกงั้นหรือ?

ทันใดนั้น สวี่หยางก็นึกถึงความเป็นไปได้อื่น

“ข้าพอจะรู้แล้วว่าเป็นใคร”

“น้องจางจ่างเฟิง ข้างหน้าพวกเรามีเสือดำสองตัว พวกมันมีกลิ่นอายสายเลือดขั้นสูงระดับหนึ่ง ข้าคิดว่าพวกเราควรอ้อมไป”

ในตอนนี้ หวงเหวินหลินยิ้มขณะหันมาเอ่ยกับสวี่หยาง

“หืม??”

สวี่หยางพลันตระหนักได้ว่าเสือดำตรงหน้าอยู่ค่อนข้างไกล แล้วหวงเหวินหลินรู้ได้อย่างไร?

หรือว่าเขาก็มีการรับรู้ที่แข็งแกร่งเหมือนกัน?

ไม่น่าเป็นไปได้

“อะไร?? น้องจางสงสัยหรือว่าเหตุใดข้าถึงรู้?”

“ใช่แล้ว คุณชายหวงฝึกฝนทักษะการรับรู้ชั้นเลิศหรือ?” สวี่หยางถามตามจริง

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า…”

หวงเหวินหลินหัวเราะ แล้วหนูขนสีขาวที่มีขนาดเท่ากับตุ่นก็ปีนขึ้นมาบนไหล่

“นี่คือสัตว์เลี้ยงของข้า มันมีความรู้สึกไวต่อกลิ่นมาก สามารถตรวจจับกลิ่นภายในรัศมียี่สิบถึงสามสิบลี้ได้”

“โห?”

สวี่หยางประหลาดใจ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง งั้นกลิ่นบนร่างกายของเขาก็…

“สวี่หยาง เจ้ายังคิดว่าข้าไม่รู้ตัวตนแท้จริงของเจ้าอยู่อีกหรือ?”

ฟ่าว!!

สวี่หยางใช้ร่มพันกลออกมาทันที

แต่หวงเหวินหลินก็เคลื่อนไหวเช่นกัน อีกฝ่ายหยิบกระดานค่ายกลออกมา “วันนี้ เจ้าต้องตาย!!!”

[1] พัวกิมเน้ย เทพประจำอาชีพโสเภณี

[2] ซีเหมิน ชิ่ง ตัวเอกในเรื่องบุปผาในกุณฑีทอง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน