บทที่ 148 สร้างรากฐาน! สร้างรากฐาน! สร้างรากฐาน!
ขณะเหล่าศิษย์ร่วมสำนักเข้ามาในลานเล็ก ๆ ของถ้ำหลินไห่ถัง พวกเขาก็สังเกตเห็นสวี่หยางเช่นกัน
“สหายเต๋าสวี่กับข้าได้ระดมทุนเพื่อกลั่นโอสถขึ้นมา โชคดีนักที่คุณภาพของยาสร้างรากฐานเกินความคาดหมายไปมาก”
หลินไห่ถังสนทนากับบรรดาศิษย์ร่วมสำนักทั้งหลาย
สวี่หยางสังเกตเห็นว่าขณะนางกำลังสนทนา โจวตงไฉไม่แม้แต่เหลียวมองด้วยซ้ำ
สิ่งนี้ทำให้โจวตงไฉผู้มักอวดดีหยิ่งทะนงมาตลอดรู้สึกไม่พอใจเขาปริปากด้วยใบหน้าน่าเกลียด “ศิษย์พี่หลิน มีอย่างหนึ่งที่ข้าไม่เข้าใจ สองครั้งแรกที่เจ้ากลั่นโอสถ พวกมันเป็นเพียงยาสร้างรากฐานธรรมดาเท่านั้น แล้วเจ้าจะกลั่นยาสร้างรากฐานสามเส้นวิถีกับสองเส้นวิถีได้อย่างไร มันเกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ??”
“โจวตงไฉ เจ้ากำลังตั้งคำถามไร้สาระกับข้างั้นหรือ?”
“มิกล้า ข้าแค่สงสัยน่ะ”
โจวตงไฉก้มศีรษะด้วยท่าทียอมจำนน
“เหอะ ข้าแค่สัมผัสบางอย่างก็เลยทำให้การกลั่นยาพัฒนาขึ้นอย่างไรล่ะ หลังจากนี้ ข้าจะสร้างรากฐานร่วมกับสหายเต๋าสวี่”
“หืม? การให้เขาสร้างรากฐานในสำนักชิงหยางไม่เท่ากับเป็นการผิดกฎหรอกหรือ?”
ดวงตาของโจวตงไฉสั่นไหว
ความตั้งใจเดิมของเขาคือคิดว่าหากสวี่หยางออกจากที่นี่ เขาอาจจะสามารถหาโอกาสเล่นงานอีกฝ่าย ชิงยาสร้างรากฐานมาเป็นของตนเอง
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าสวี่หยางตั้งใจจะสร้างรากฐานที่นี่ ดังนั้นเขาจึงตั้งคำถามทันที
“ไม่ทราบว่ามันผิดกฎตรงไหนหรือ เขาสร้างรากฐานในถ้ำของข้า เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก”
หลินไห่ถังตอบตามตรง
“สหายเต๋าหลิน ตอนนี้ข้ารู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย ขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะ”
สวี่หยางประสานมือ
เนื่องจากมีคนอยู่ที่นี่มากเกินไป อีกทั้งไม่คุ้นชินกับพวกเขา ดังนั้นหลังจากพูดคุยกันสวี่หยางจึงปลีกตัวออกไป
หลังกลับไปถึงที่พัก ใบหน้าของสวี่หยางเผยร่องรอยความตื่นเต้น
เดิมทีเขาคิดว่าอย่างมากตนน่าจะได้ยาสร้างรากฐานหนึ่งเส้นวิถี แค่นั้นก็พึงพอใจแล้ว
ไม่คิดเลยว่าเขาจะได้รับยาสร้างรากฐานสามเส้นวิถี!
“คราวนี้ข้าเดิมพันถูกฝั่งแล้ว ข้ายังเหลือสมุนไพรที่จำเป็นต่อการสร้างรากฐานอีกตั้งครึ่งหนึ่ง หากม่านอวิ๋นไปถึงระดับเก้าเมื่อไหร่ ข้าก็สามารถเตรียมมันให้นางได้”
“ยิ่งไปกว่านั้น หวั่นชิงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับยาสร้างรากฐานหนึ่งเส้นวิถี ข้าสามารถมอบสามเส้นวิถีให้นางก็ยังได้!”
สวี่หยางคลี่ยิ้ม เขาจินตนาการแล้วว่าหลินหวั่นชิงจะรู้สึกอย่างไรหลังจากทราบข่าว
…
หลังจากนี้ เขาจะใช้เวลาสามถึงสี่วันที่นี่
สวี่หยางอาบน้ำและจุดเครื่องหอม
เขาเข้าไปในถ้ำบำเพ็ญภายใต้สายตาของหวงเสี่ยวเหมยกับหลินไห่ถัง
เขานั่งขัดสมาธิขณะถือยาสร้างรากฐานสามเส้นวิถีไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างถือสมุนไพรเสริมที่จำเป็นต่อการสร้างรากฐาน
เมื่อเคล็ดวิชาหล่อเลี้ยงปราณพฤกษาวารีถูกใช้งาน จิตใจก็เปรียบได้กับผิวน้ำสงบนิ่ง
เขานึกถึงเศษเสี้ยวของช่วงเวลาก่อนหน้านี้ขึ้นในใจ
เมื่อพละกำลังของเขาเพิ่มขึ้น และเข้าไปพัวพันกับการต่อสู้ระหว่างผู้นำระดับสูงของตระกูลหลิน ศัตรูที่เขาเผชิญก็ยิ่งแข็งแกร่ง
ขอบเขตกลั่นลมปราณเริ่มไม่เพียงพอ
มันคือสาเหตุที่เขาอยากกลั่นยาสร้างรากฐานให้ได้
นอกจากนี้ เพราะพละกำลังของเขาต่ำเกินไป ตระกูลหลินก็เลยต่อต้านความสัมพันธ์ระหว่างเขากับหลินหวั่นชิง!
ทว่าหากเขาเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานได้ เรื่องทั้งหมดนี้ก็จะหายไป
เกรงว่าตระกูลหลินจะต้องขอให้เขาไปแต่งงานกับหลินหวั่นชิงด้วยซ้ำ
สวี่หยางเริ่มเข้าสู่สมาธิขณะปรับลมหายใจ
ในความเป็นจริง เขาเพิ่งเข้าสู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้ามาสองปีกว่า ดังนั้นจึงเป็นการดีกว่าที่จะปักหลักต่อไปอีกสองสามปี
แต่ตอนนี้เขามียาสร้างรากฐานสามเส้นวิถีแล้ว มันจึงไม่สำคัญอีกต่อไป
ผ่านไปอีกสองวัน
เขาได้ทำการปล่อยวางอย่างสมบูรณ์
เขาสัมผัสได้ว่าพลังวิญญาณ พลังยุทธ์ รวมถึงกายเนื้อไปถึงจุดสูงสุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน!
“จงตื่นขึ้น!!”
สวี่หยางโคจรเคล็ดวิชาหล่อเลี้ยงปราณพฤกษาวารีในร่างอย่างบ้าคลั่ง พลังวิญญาณพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภา
“ยาสร้างรากฐานสามเส้นวิถี อัตราความสำเร็จในการสร้างรากฐานคือเก้าในสิบส่วน เพียงพอแล้ว!!”
สวี่หยางยิ้มบางขณะสัมผัสได้ถึงความเชื่อมั่นอันแรงกล้าในใจ
ไม่เพียงอัตราความสำเร็จสูงเท่านั้น แต่ผลของการสร้างรากฐานยังทรงพลังมากอีกด้วย
นี่จะทำให้ก้าวต่อไปในการสร้างจินตานเป็นเรื่องง่ายขึ้น
แม้จะเต็มไปด้วยความมั่นใจ ถึงกระนั้น สวี่หยางยังคงโคจรพลังอย่างสุดกำลัง
การสร้างรากฐานถูกแบ่งออกเป็นสามองค์ประกอบหลัก
องค์ประกอบแรกย่อมเป็นพลังวิญญาณ
ความแข็งแกร่งของพลังวิญญาณส่งผลต่อความก้าวหน้าของการบำเพ็ญ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งความบริสุทธิ์ของพลังวิญญาณ โดยพื้นฐานแล้ว การสร้างรากฐานคือการควบแน่นพลังวิญญาณ
ยิ่งความบริสุทธิ์ของพลังวิญญาณสูงเท่าไหร่ กระบวนการควบแน่นก็จะยิ่งราบรื่น แล้ววิวัฒนาการสำคัญก็จะเกิดขึ้น
ในช่วงขอบเขตกลั่นลมปราณ หากอาศัยโอสถในการพัฒนา ความบริสุทธิ์ของพลังวิญญาณก็จะลดลง ทำให้ยากต่อการควบแน่น
สวี่หยางอาศัยยาทะลวงขั้นในช่วงเวลาสำคัญของขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสามและหก ส่งผลให้ความบริสุทธิ์ของพลังวิญญาณลดลงในระดับหนึ่ง
แต่หลังจากทำการฝึกฝนเคล็ดวิชาหล่อเลี้ยงปราณพฤกษาวารี ข้อบกพร่องนี้ก็ได้รับการแก้ไขจนสมบูรณ์แบบ
ประกอบกับเคล็ดที่เขาฝึกฝนไปถึงขั้นปรมาจารย์ ดังนั้นพลังวิญญาณในตอนนี้จึงทั้งบริสุทธิ์และแข็งแรงยิ่งนัก
ขณะโคจรพลังวิญญาณ หินวิญญาณในมือของสวี่หยางก็แตกละเอียด กลายเป็นพลังวิญญาณบริสุทธิ์ที่ถ่ายทอดเข้าสู่ร่างกายของเขา
เขาสามารถสัมผัสได้ว่าพลังวิญญาณในร่างกายเริ่มควบแน่นทีละน้อย
สวี่หยางยิ้ม ในเวลาเพียงหนึ่งก้านธูป พลังวิญญาณของเขาเพิ่มขึ้นจากก่อนหน้าถึงสามในสิบส่วน
องค์ประกอบหลักที่สองของการสร้างรากฐาน
จุดตันเถียนกับกายเนื้อ!
สวี่หยางเคยประสบกับสิ่งนี้ในกระบวนการพัฒนาครั้งก่อน
ตอนแรก รากฐานของเขายังไม่สู้ดีมากนัก ในระหว่างกระบวนการพัฒนา เส้นลมปราณกายเนื้อก็ไม่อาจทนต่อปราณวิญญาณมหาศาลที่โถมเข้ามาได้
ในท้ายที่สุด เขาทำได้เพียงกินโอสถเพื่อขยายกายเนื้อจึงจะช่วยคลี่คลายปัญหาไปได้
ในตอนนี้ ปราณวิญญาณยิ่งควบแน่น ทำให้ความต้องการของเส้นลมปราณยิ่งสูงขึ้น
โชคยังดีที่เขาฝึกฝนเคล็ดวิชาหล่อเลี้ยงปราณพฤกษาวารี แล้วกายเนื้อของเขาได้รับการพัฒนาด้วยพลังวิญญาณพฤกษาจนไร้ที่ติ
ปราณและโลหิตพลุ่งพล่าน เส้นลมปราณแข็งแกร่ง เขาจึงไม่ต้องห่วงว่าร่างกายจะทนไม่ไหวอีกต่อไป
แน่นอนว่ามันเป็นอย่างที่เขาคิดเอาไว้
ร่างกายของเขาประหนึ่งเหล็กที่มิอาจทำลายได้ ไม่ว่าพลังวิญญาณที่ควบแน่นจะส่งผลกระทบแค่ไหน เขาก็ยังคงไม่ขยับเขยื้อน
เขาผ่านการทดสอบกายเนื้อเช่นกัน
ในตอนนี้ คอขวดได้ถูกทะลวงแล้ว พลังของขอบเขตสร้างรากฐานพลุ่งพล่านไปทั่วกาย
“สร้างรากฐาน… สำเร็จแล้ว!!”
…
“ก็จริง ข้าอิจฉาเจ้าเหลือเกิน”
“ขอแสดงความยินดีกับสหายเต๋าสวี่ที่สร้างรากฐานสำเร็จ”
หลินไห่ถังทะยานเข้ามาพลางโค้งคำนับเล็กน้อย “โอ้ตายจริง ข้าดันเรียกผิดไปเสียได้ ต้องเรียกว่าผู้อาวุโสสวี่ถึงจะถูก”
สวี่หยางหัวเราะพลางส่ายหน้า “สหายเต๋าหลินอย่าล้อข้าเล่นแบบนี้เลย พวกเราปฏิบัติต่อกันในฐานะสหายแบบเดิมดีกว่า”
สตรีทั้งสองหัวเราะร่วน
“สหายเต๋าสวี่ เจ้าจะฉลองที่สร้างรากฐานสำเร็จเมื่อไหร่หรือ พวกข้าอยากไปฉลองเต็มแก่แล้ว”
หลินไห่ถังถาม
“สหายเต๋าหลินกำลังจะสร้างรากฐานใช่หรือไม่?”
หลินไห่ถังส่ายหน้า “ครั้งนี้ร่างกายของข้าได้รับบาดเจ็บตอนทำการกลั่นยา ข้ากังวลว่าการสร้างรากฐานในตอนนี้จะเป็นการรีบเร่งเกินไป เพราะงั้นเลยอยากพักฟื้นอีกสักพัก”
สวี่หยางพยักหน้าด้วยความเข้าใจ
แม้จะใช้พลังวิญญาณพฤกษาเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บให้หลินไห่ถังแล้ว แต่จิตใจของหลินไห่ถังยังคงได้รับผลกระทบอยู่
มันคือสิ่งที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยพลังวิญญาณพฤกษา มันต้องใช้เวลาในการสร้างความมั่นใจในตัวเอง
“ถ้าอย่างนั้น กลับไปถึงบ้านเมื่อไหร่ ข้าจะส่งจดหมายเรื่องจัดงานฉลองการสร้างรากฐานก็แล้วกัน”
สวี่หยางแย้มยิ้ม ทันใดนั้นก็สัมผัสได้ว่าหวังสวี่เฉียงกำลังเข้ามา
“ออกไปกันเถอะ ช่วงเวลาน่ายินดีแบบนี้ ข้ามีของขวัญจะมอบให้ทุกคน”
สวี่หยางเอามือไพล่หลังก่อนจะเดินออกไป
“พี่สวี่” ใบหน้าของหวังสวี่เฉียงเต็มไปด้วยฝุ่น เขาสังเกตเห็นกลิ่นอายขอบเขตสร้างรากฐานบนร่างของอีกฝ่ายก่อนจะรีบประสานมือ “ขอแสดงความยินดีกับพี่สวี่ที่สร้างรากฐานได้สำเร็จ! วิถีเซียนในภายภาคหน้าจะอยู่ยืนยงและมีความหวังในการมุ่งสู่ขอบเขตจินตาน”
“ขอมอบคำพูดเหล่านั้นคืนให้กับพี่หวังเช่นกัน”
สิ้นคำ สวี่หยางก็หยิบกล่องออกมาแล้วมอบให้หวังสวี่เฉียง
“นี่คือ…”
“มันคือชารักขามรกต ข้าขอมอบให้พี่หวัง”
“นี่…”
หวังสวี่เฉียงตกตะลึง แน่นอนว่าเขารู้จักชานี้ มันคือชาที่มีชื่อเสียง ราคาจับต้องได้ยากและมีผลในการหล่อเลี้ยงปราณวิญญาณกับพลังจิต
“แพงเกินไปแล้ว!”
“ไม่สำคัญหรอก มาสนุกกันดีกว่า”
เมื่อผู้บำเพ็ญที่อยู่ด้านหลังหวังสวี่เฉียงเห็นเช่นนั้น พวกเขาก็ถอนหายใจให้กับความใจกว้างของสวี่หยาง
ทุกคนต่างชื่นชอบคนใจกว้าง ดังนั้นพวกเขาจึงทักทายอีกฝ่ายอย่างเป็นมิตรมากกว่าเดิม
คาดไม่ถึงว่าสวี่หยางจะมอบของให้กับทุกคน ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกดีกับสวี่หยางมากกว่าเดิม
แน่นอนว่าโจวตงไฉไม่ได้อะไรเลยสักชิ้น
หลังจากสนทนาสักพัก หวังสวี่เฉียง หลินไห่ถัง และหวงเสี่ยวเหมยก็อาสาจะไปส่งเขา
“ขอบคุณมาก”
สวี่หยางพยักหน้า
สิ้นคำ เขาก็มองไปทางหวงเสี่ยวเหมย “หวงเสี่ยวเหมย หลังจากนี้ข้าอยากกลั่นยาสร้างรากฐานให้กับภรรยา หากสะดวกใจ พวกเราสามารถระดมทุนร่วมกันได้”
“ได้สิ” หวงเสี่ยวเหมยพยักหน้า “เจ้าช่างดีกับภรรยาเหลือเกิน”
“นั่นสิ ข้าชักอิจฉานิดหน่อยเสียแล้วสิ” หลินไห่ถังหัวเราะคิกคัก
พวกเขาทั้งสี่ทะยานไปสู่ตีนเขาของสำนักชิงหยางพร้อมกับสนทนาไปตลอดทาง
จากนั้นเขาก็ทะยานออกไป
“สหายเต๋าสวี่ ยังมีเวลาเหลือก่อนที่ดินแดนลับธารทมิฬจะเปิด เจ้าอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้นแล้ว สนใจจะเข้าไปหรือไม่?” ดวงตากระจ่างชัดของหลินไห่ถังจับจ้องสวี่หยางจากด้านข้าง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน