เข้าสู่ระบบผ่าน

ย่างก้าวสู่วิถีเซียน นิยาย บท 168

บทที่ 168 การปรากฏตัวของผู้บำเพ็ญมาร

หลังฟังคำหลินไห่ถัง สวี่หยางพลันใจหายวาบ

เป็นไปดังคาด สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดได้เกิดขึ้นแล้ว

เขาพยายามติดต่อหวงเสี่ยวเหมย นางสบายดี บอกว่าตนอยู่ที่สำนัก กำลังเตรียมงานชุมนุมผู้ปราบมารกับศิษย์พี่หลายคน

“หวงเสี่ยวเหมยไม่เป็นไร”

สวี่หยางบอกกับหลินไห่ถัง

“ดีแล้ว ว่าแต่เหตุใดถึงไม่ได้ข่าวจากอาจารย์เลยเล่า”

“ตอนที่เจ้ามาที่นี่ อาจารย์อยู่ที่ใด”

“อาจารย์อยู่ที่ลานฝึกทั้งวัน นางไม่ชอบสถานที่ที่ผู้คนพลุกพล่าน ยามปกติไม่ได้ออกไปไหน…”

หลินไห่ถังนิ่วหน้าบอก “ต่อให้นางจะเก็บตัวเงียบ ก็ไม่เคยหายเงียบเช่นนี้ ต้องเกิดเรื่องขึ้นเป็นแน่”

สวี่หยางคิดกับตนเอง “เอาอย่างนี้ ข้าจะลองติดต่อศิษย์พี่หวังสวี่เฉียงดู”

หวังสวี่เฉียงเป็นหน่วยรักษาการณ์ของสำนักชิงหยาง ช่วงนี้เขาเตรียมงานชุมนุมผู้ปราบมาร เขากับหน่วยรักษาการณ์คนอื่นง่วนกับการรักษาความสงบอยู่ภายนอก

หวังสวี่เฉียงตอบรับโดยเร็ว บอกว่ากำลังลาดตระเวนด้านนอก

เขายังไม่แน่ชัดเรื่องการประชุมก่อนงานชุมนุมผู้ปราบมาร

อย่างไรก็ตาม มันตีความได้ว่าไม่จำเป็นต้องไปสำนักชิงหยางนอกเสียจากมีเหตุจำเป็น

ถ้อยคำของหวังสวี่เฉียงลึกล้ำ

ไม่ได้เอ่ยอย่างเฉพาะเจาะจง

ทว่าสวี่หยางรับรู้ได้ถึงความนัย

“ดูเหมือนหวังสวี่เฉียงในฐานะผู้บังคับใช้กฎน่าจะค้นพบเรื่องบางอย่าง!” สวี่หยางนิ่วหน้าขณะอธิบายความนัยของหวังสวี่เฉียงกับหลินไห่ถัง

“มิน่าเล่า…”

“มิน่าเล่าอะไร”

“ช่วงนี้หวังสวี่เฉียงมีข้ออ้างมากมาย ลาดตระเวนด้านนอกไม่แม้แต่จะเข้าสำนัก ตอนนั้นข้าเรียกเขาและล้อว่าพยายามสร้างผลงาน ยามนี้ย้อนนึกดูแล้ว เขาอาจสังเกตเห็นสถานการณ์บางอย่างในตอนนั้น เพียงแค่ไม่เชื่อใจใคร จึงเก็บเงียบมาจนถึงตอนนี้”

สวี่หยางพยักหน้า เข้าใจความคิดของหวังสวี่เฉียง

อย่างก่อนหน้านี้ที่เขาค้นพบกู่ขาว เขาก็บอกเพียงหวงเสี่ยวเหมยกับหลินไห่ถัง

“จากมุมมองนี้ ตอนนี้ก็ยืนยันได้แล้วว่าสำนักชิงหยางมีปัญหา”

“เชิญยอดฝีมือมาเข้าร่วมกับสำนักชิงหยาง หรือว่า…”

สวี่หยางใจเต้นแรง “แผนสมคบคิด ต้องเป็นแผนสมคบคิดแน่!”

เขารีบส่งข่าวให้หวงเสี่ยวเหมย บอกว่าเกิดปัญหาในสำนักชิงหยาง ให้นางลอบสืบสถานการณ์ของอาจารย์ที่ติดต่อไม่ได้

หลังรออยู่ครู่หนึ่ง หวงเสี่ยวเหมยติดต่อกลับมา บอกว่านางไม่สามารถติดต่ออาจารย์ได้เช่นกัน และจะคอยระวังความปลอดภัย

สวี่หยางติดต่อผู้นำตระกูลหลินอีหลุน บังเอิญหลินอีหลุนกำลังพาผู้อาวุโสสูงสุดและผู้อาวุโสรองไปร่วมงานชุมนุมผู้ปรามมารที่สำนักชิงหยาง

เมื่อได้ข่าวจากสวี่หยาง หลินอีหลุนตะลึงงันไปครู่หนึ่ง

เนื่องจากสวี่หยางบอกว่าอาจมีปัญหาเกิดขึ้นในสำนักชิงหยาง!

หลินอีหลุนซึ่งกำลังออกจากโรงเตี๊ยมนิ่งค้างไป

“ท่านประมุข เป็นอะไรไปหรือ”

ด้านหลัง ผู้อาวุโสสูงสุดหลินเวยค้อมศีรษะ ถามเขาอย่างนอบน้อม

หลินอีหลุนยกมือขึ้นพลางส่ายหน้า “หลินเวย”

“ข้าฟังอยู่”

“ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย ท่านไปสำนักชิงหยางแทนข้าที”

“ข้าหรือ”​ หลินเวยพลันผงะ

“อืม ข้าฝึกวิชามาได้ไม่นาน อยู่ ๆ ก็ตระหนักได้ว่าโอกาสนี้หาได้ยากยิ่ง และอาจทำให้เข้าสู่ขอบเขตจินตานได้”

“หากข้าไปแล้วสำนักชิงหยางไม่พอใจ คง…” หลินเวยเป็นกังวลอยู่บ้าง

“ท่านกลัวอะไรหรือ ถึงอย่างไรท่านก็เป็นถึงผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลหลิน ไม่ต้องวิตกไป” หลินอีหลุนตบบ่าหลินเวย “เป็นโอกาสดีที่ท่านจะได้ทำความคุ้นเคยกับผู้นำระดับสูงของสามกองกำลังใหญ่ มันเป็นโอกาสให้ท่านได้สานสัมพันธ์และสร้างคุณงามความดี กลับไปแล้วข้าจะเสนอให้ท่านได้สิทธิ์ครอบครองเกาะซวงจื้ออีกครั้ง”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินเวยก็เอ่ยอย่างลิงโลด “ตกลง ข้าจะไป ทว่าผู้ใดจะไปกับข้าเล่า”

“อืม ตอนนี้สำนักชิงหยางยังไม่อนุญาตให้คนเข้าไปมากนัก เพื่อเลี่ยงคำครหา ท่านสามารถไปเพียงผู้เดียวได้”

“ตกลง ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”​ หลินเวยจากไปอย่างกระตือรือร้น

หลินอีหลุนมองแผ่นหลังอีกฝ่ายและยังคงนิ่งเงียบ

ตอนนี้สวี่หยางกับหลินไห่ถังกลับมาที่โรงเตี๊ยม

หลินไห่ถังจำต้องเปิดอีกห้อง ช่วยไม่ได้ ตอนนี้นางไม่อาจกลับสำนักตนเองได้

สวี่หยางเข้ามาในห้องคนเดียว นั่งลงบนเตียง รับข้อความจากหลินอีหลุน

หลินอีหลุนบอกว่าหลินเวยถูกส่งไปสำนักชิงหยางเพียงลำพัง

“ดูเหมือนผู้นำตระกูลจะถอดใจกับหลินเวยแล้ว”

สวี่หยางพึมพำ

เขาเดินมาริมหน้าต่าง แหงนหน้ามองฟ้า

ฟากฟ้ามืดมิด ค่ายกลทะมึนมหึมาหมุนวน ปกคลุมทั้งเมืองเซียนเอาไว้

เมืองเซียนยามนี้คือกรงขังกว้างใหญ่ คนในไม่อาจออก คนนอกไม่อาจเข้า

บนท้องถนนยังมีผู้คนสัญจร พากันพูดคุยและซักถามสถานการณ์

บางคนอ้างว่ามีคนหนุนหลัง ติดต่อกับสหายสำนักชิงหยางก่อนหน้านี้ แต่คำตอบที่ได้คือทำได้เพียงอยู่ในเมืองเซียน

ล่วงเลยถึงเที่ยงคืน จำนวนผู้คนด้านนอกค่อย ๆ บางตา บางคนกลับไปพักผ่อนแล้ว

สวี่หยางปิดหน้าต่าง บำเพ็ญสงบนิ่ง

ใช้เคล็ดวิชาหล่อเลี้ยงปราณพฤกษาวารี พลังวิญญาณไม้หล่อเลี้ยงร่างกาย ค่อย ๆ เติมเต็มรากฐานและผลักดันให้ก้าวหน้า

ทันใดนั้นเสียงระเบิดอึกทึกก็ดังมาจากพื้นที่ทางใต้ของเมืองเซียน

“ผู้บำเพ็ญมาร!”

“ผู้บำเพ็ญมารอย่างเจ้าเหิมเกริมนัก คอยดูว่าข้าจะฆ่าเจ้าตายตกหรือไม่”

สวี่หยางเปิดหน้าต่าง อาคารทางใต้ไฟลุกโหม ท่ามกลางเสียงการต่อสู้ดุเดือดผิดธรรมดา

ผู้บำเพ็ญหลายคนทะยานไปทางนั้นในยามราตรี

เนื่องจากอยู่ค่อนข้างห่างไกล จิตเทวะของเขาไม่อาจตรวจจับไปถึงทางนั้น

ทว่ามันไม่สำคัญ เขาปล่อยหนูสุ่ยหลิงซ่อนตัวอยู่ตามมุมบ้าน มันวิ่งไปตามทางทอดยาวออกไป

หนูสุ่ยหลิงทราบข่าวผ่านบทสนทนาของผู้คนทางนั้นได้อย่างว่องไว

เหมือนก่อนหน้านี้ คนของสำนักชิงหยางไล่ค้นหาทุกบ้าน

คาดไม่ถึงว่าทั้งครอบครัวจะหายตัวไป หลงเหลือเพียงแม่ชีปริศนาคนหนึ่ง

ระหว่างการสืบสวน แม่ชีผู้นั้นอยู่ ๆ ก็จู่โจมและฆ่าหน่วยลาดตระเวน นำไปสู่การต่อสู้ใหญ่โต

แม่ชีย่อมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ท้ายที่สุดก็ถูกกำราบ เผชิญความตายอนาถคาที่

บัดนี้ทุกคนพากันบอกว่าผู้บำเพ็ญหญิงคนนี้เป็นผู้บำเพ็ญมาร

หลายวันต่อมา

เกิดเหตุผู้บำเพ็ญมารอาละวาดในเมืองหลายครั้ง

บางครั้งผู้บำเพ็ญมารถูกจับได้และฆ่าทิ้งในทันที

บางครั้งผู้บำเพ็ญมารหนีไปได้ หลงเหลือเพียงร่างไร้วิญญาณบนพื้น

เหตุโกลาหลในตอนนี้ทำให้ผู้คนอกสั่นขวัญแขวน

ในขณะเดียวกัน

สวี่หยางพบว่าคะแนนพิเศษที่ได้จากภรรยาทั้งสามนั้นลดลง

[ภรรยาหลินอวี้เป็นห่วงความปลอดภัยของท่าน กังวลจนกินข้าวปลาไม่ลง น้ำหนักลง พ้นราตรีด้วยความเหนื่อยยาก ได้รับคะแนนพิเศษ 5 แต้ม]

[ภรรยาเสิ่นม่านอวิ๋นเป็นห่วงความปลอดภัยของท่าน ท่าทางซูบเซียวและกระสับกระส่าย พ้นราตรีด้วยความเหนื่อยยาก ได้รับคะแนนพิเศษ 6 แต้ม]

[ภรรยาหลินหวั่นชิงเป็นห่วงความปลอดภัยของท่าน นางกระวนกระวายและนอนไม่หลับ พ้นราตรีด้วยความเหนื่อยยาก ได้รับคะแนนพิเศษ 4 แต้ม]

สวี่หยางถึงกับพูดไม่ออก

เมื่อวานยังดีอยู่ เหตุใดจู่ ๆ จึงเป็นเช่นนี้

เขาครุ่นคิดและคาดเดาว่าข่าวทางนี้อาจลอยไปถึงตระกูลหลิน

ทางนั้นคงรู้ว่าที่นี่ถูกปิดทางเข้าออก

หากบอกว่าเมืองถูกปิด ก็เดาได้ไม่ยากว่าต้องเกี่ยวข้องกับผู้บำเพ็ญมารแน่

เสิ่นวั่นเชียน ผู้อาวุโสสำนักชิงหยางปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในวันต่อมา

“งานชุมนุมผู้ปรามมารถูกจัดขึ้น ค้นพบร่องรอยของผู้บำเพ็ญมารแล้ว มันอยู่บนเขาเหิงต่วน ต้องการคนบุกไปที่นั่น! ตามหาตัวผู้บำเพ็ญมารให้พบ”

ทว่าบางคนนึกกังขา

“ผู้อาวุโสเสิ่น แล้วผู้อาวุโสสูงสุดของข้าอยู่ที่ใด”

“ผู้อาวุโสเสิ่น หัวหน้าตระกูลเรายังไม่กลับออกมาเลย”

เสิ่นวั่นเชียนมองคนถามแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “พวกเขาล่วงหน้าขึ้นเขาเหิงต่วนไปหมดแล้ว พวกเจ้าตามไปก็จะพบพวกเขาเอง”

“อะไรกัน แต่ตอนเราเรียกก็ไม่ได้รับการขานรับใด ๆ จากเขา”

“ใช่แล้ว เกิดอะไรขึ้นกันแน่”

เสิ่นวั่นเชียนแค่นเสียงบอก “เจ้าคิดว่าเขาเหิงต่วนเป็นอย่างไร ที่นั่นมีพิษรุนแรง แม้แต่จิตเทวะยังแทบส่งไปไม่ถึง เจ้าถามไปแล้วพวกเขาจะตอบได้อย่างไร”

“แต่ว่า…”

เสิ่นวั่นเชียนกล่าวขัดคำทุกคน

“อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เราต้องการกำลังคนสามพันคน!”

เขาเหลือบมองคนบนท้องถนน

ชี้ไปทางคนกลุ่มหนึ่ง

“ตระกูลของพวกเจ้า มากับข้าให้หมด”

“อะไรกัน อาวุโส…”

ผู้อาวุโสของตระกูลเห็นท่าไม่ดี จึงต้องการรักษาคนไว้

เสิ่นวั่นเชียนแค่นเสียงเย็น แผ่ปราณขอบเขตจินตานออกมา

“ยามนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการกำราบผู้บำเพ็ญมาร ผู้ใดกล้าปฏิเสธต้องตาย!!”

น้ำเสียงเชือดเฉือนและแข็งกร้าวทำให้ทุกคนหวาดผวา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน