บทที่ 172 การรุกคืบของหลินไห่ถัง
เห็นหลินไห่ถังนอนหลับสนิท สวี่หยางก็ส่ายหน้า หยิบเสื้อคลุมตัวนอกจากถุงเก็บของมาห่มให้นาง
หลังจากนั้นเขาก็แตะโล่ศิลาไม้ที่สวมมือไว้ ค่อย ๆ ถ่ายพลังเข้าไป
โล่ศิลาไม้เป็นอาวุธคุ้มกัน ปกป้องการจู่โจมรุนแรงได้หลายครั้ง ยามว่างเขามักเอาในออกมาถ่ายพลังเพื่อ เก็บไว้ใช้ในอนาคต
สองวันต่อมา
สวี่หยางกับหลินไห่ถังตัดสินใจไม่ออกไปข้างนอกเพื่อเลี่ยงความเดือดร้อนโดยใช่เหตุ ทำเพียงติดต่อโลกภายนอกทางข้อความ
ตอนนี้เขากำลังคุยกับเฉินหู่
สองวันที่ผ่านมา ข้อจำกัดในภวังค์จิตของหลินไห่ถังถูกคลี่คลายลงไปมาก
หลงเหลือเพียงเล็กน้อย
ดูคล้ายทุกอย่างจะเป็นไปในทางที่ดี
ทว่าในวันที่สามกลับเกิดปัญหาขึ้น
ข้อจำกัดส่วนใหญ่ถูกปลดได้แล้ว แต่เมื่อลงมือต่อในวันนี้ หลินไห่ถังตกอยู่ในความเจ็บปวดเจียนตาย
จากนั้นข้อจำกัดก็เริ่มแผ่ขยายไปทั่วภวังค์จิตอีกครั้ง
ทันใดนั้นยันต์พันธนาการก็ปรากฏขึ้นหลายสิบแห่ง ดำดิ่งลงไปในภวังค์จิตของนาง
หากยันต์เหล่านี้ครอบงำภวังค์จิตของหลินไห่ถังได้สมบูรณ์ นางจะกลายเป็นคนบ้าคลั่ง!!!
เนื่องจากไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สวี่หยางจำต้องผละมือ
หลินไห่ถังเองก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นกัน
นางมองหน้าเหยเกของอีกฝ่ายแล้วยิ้ม เอื้อมมือมาจับแขนเขาแล้วบอก “ข้าเป็นคนที่ตายไปแล้ว ไม่เป็นไร”
สวี่หยางขมวดคิ้ว “ข้าจะหาทางให้ได้”
นางสบตาเขาแล้วส่ายหน้า “ไม่เป็นไรจริง ๆ อย่ากดดันตัวเองนักเลย ไม่อย่างนั้น หากความตายของข้าทำให้เจ้าอารมณ์ไม่คงที่ คงไม่ดีต่อการเข้าสู่ขอบเขตจินตานในภายภาคหน้า”
แม้นางจะเอ่ยเช่นนั้น แต่สีหน้ายังซีดเซียว กำมือจิกเล็บขยุ้มชายกระโปรงแน่น ล้วนบ่งบอกว่านางกลัวตาย!!
ใช่แล้ว ใครไม่กลัวตายบ้างเล่า
นางเป็นหญิงสาวงดงามราวเทพธิดา ทว่ามันไม่ได้หมายความว่านางจะรอดพ้นอารมณ์ต้อยต่ำได้
คนเรามักกลัวตาย
“น่าเสียดายที่ข้ายังไม่ได้แก้แค้น”
“เอ่อ…”
สวี่หยางพูดไม่ออก เขากล่าวสำทับ “อย่าคิดมากเลย ข้าจะลองใช้จิตเทวะดู ตามหลักการแล้ว จิตเทวะของข้ามีพลังจินตาน ย่อมแก้ปัญหาของเจ้าได้โดยง่าย ตอนนี้ที่ยังทำไม่สำเร็จ เพราะข้าอาจใช้วิธีไม่เหมาะสม”
หลินไห่ถังเป็นผู้หญิงฉลาด
นางรู้ว่าแก่ใจว่าเขาสาธยายขนาดนี้เพื่อปลอบใจนาง
หญิงสาวยิ้มและมองหน้าเขา “เจ้าเป็นคนดี”
สิ้นคำก็โน้มกายจุมพิตเขา
สวี่หยาง “…”
พ่อหนุ่มคนดีถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว
เขาตกตะลึงและแน่นิ่งไปในท่วงท่าที่ถูกจุมพิต
หลินไห่ถังเห็นสีหน้าเก้อเขินของเขาแล้วยกยิ้ม “สหายเต๋าสวี่มีชีวิตรักโชกโชน นึกไม่ถึงว่าแค่นี้เจ้าจะเขินอาย”
“เอ่อ… มันแค่กะทันหันเกินไป สหายเต๋าหลิน เจ้า…”
“ข้าจะไม่มีชีวิตรอดแล้ว ก่อนตาย ได้รู้จักสหายอย่างเจ้า นับว่าไม่เสียดายแล้ว”
สวี่หยางคลายคิ้วขมวดมุ่นก่อนบอก “อย่าคิดในแง่ร้ายเลย”
“ข้าคิดในแง่ร้ายหรือเจ้าแค่ปลอบใจข้า”
“คือว่า…”
“ข้าเผชิญเคราะห์ร้ายตั้งแต่เด็ก แต่ข้าก็แข็งแกร่งมาก สหายเต๋าสวี่ รับรู้หัวใจของข้าสิ!”
นางคว้ามือสวี่หยางมาวางแนบอกตนเอง
สวี่หยาง “…”
แตงโมแสนหวานลูกโต สัมผัสนุ่มนิ่ม
“อันที่จริงเมื่อสองวันก่อน ตอนที่เราเผชิญหน้ากับหุ่นเชิดของผู้บำเพ็ญมาร ตอนนั้นเจ้าเสี่ยงชีวิตช่วยข้า ข้าตกหลุมรักเจ้าแล้ว”
อาจเพราะข้ากำลังจะตาย
หลินไห่ถังเอ่ยอย่างขึงขังผิดวิสัยและว่าสำทับ “ถึงอย่างไรข้าก็ใกล้ตายแล้ว สหายเต๋าสวี่ ให้อภัยที่ข้าสารภาพสิ่งเหล่านี้ด้วย”
สวี่หยางรับรู้ได้ถึงจังหวะใจเต้นระรัวของนาง
เขาโอบกอดนางโดยไม่รู้ตัว “ข้าจะพยายามช่วยเจ้าสุดกำลัง”
“หากมีคนห่วงใยข้าเพียงนี้ก่อนตาย ต่อให้ตายก็ไม่เสียดายชีวิตแล้ว”
หลินไห่ถังยิ้ม ใบหน้าสวยขยับเข้าประชิดเขา
กลิ่นหอมกรุ่นคละคลุ้งปลายจมูก สวี่หยางกอดนางไว้ในอ้อมแขน สอดมือรุกล้ำโดยไม่รู้ตัว ชวนให้นางร่างสั่นระริก
ด้วยนิสัยตามปกติแล้วหลินไห่ถังไม่ใช่ฝ่ายรุกคืบแบบนี้
อย่างไรก็ตาม นางรู้สึกว่าหมดหวังจะรอดชีวิตไปได้ จึงใจกล้าขึ้นมาก
ไม่นานก็เหลือเพียงเสื้อชั้นในตัวบางติดกาย
แม้เสื้อชั้นในของนางจะทำจากวัสดุธรรมดา มันก็ยังเป็นไหมคุณภาพดี ให้สัมผัสลื่นมือและรู้สึกยอดเยี่ยม
หลินไห่ถังตัวอ่อนระทวย นางซบไหล่สวี่หยางพลางเว้าวอน “อ่อนโยนหน่อย…”
เชิญชวนเพียงนี้ ไหนเลยสวี่หยางจะไม่รู้
ปฏิเสธตอนนี้ก็เหมือนหักหาญน้ำใจนาง
เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป ทั้งสองพัลวันกัน
“สหายเต๋าสวี่ เจ้าอ่อนโยนมาก เจ้าดูแลข้าเช่นนี้ก่อนล่วงลับ ข้าตายตาหลับแล้ว”
นางอดตื่นเต้นดีใจไม่ได้ ชั่วขณะต่อมายันต์พันธนาการอีกชิ้นก็ถูกขุดออก
เพียงพริบตาเดียว เวลาก็ผ่านพ้นไปครึ่งชั่วยาม
ยันต์พันธนาการสี่ชิ้นถูกกำจัดไปแล้ว
หากไม่ใช่เพราะสวี่หยางเหนื่อยล้า คงเอาออกไปได้มากกว่านี้!
หลินไห่ถังกอดเขาแล้วบอกอย่างมีความสุข “ขอบใจ!”
ยามนี้นางรู้สึกได้ว่าตนเองมีโอกาสรอดชีวิต
“ยังเหลือยันต์พันธนาการอีกหกชิ้น พรุ่งนี้เราจะเริ่มกันตั้งแต่เช้าตรู่”
สวี่หยางยิ้ม จ้องใบหน้างดงามของนางนิ่ง “แค่ขอบใจหรือ”
นางชะงักก่อนงุนงงในใจ “แล้วเจ้าต้องการอะไร”
“เจ้าว่าอะไรเล่า”
นิ้วลูบใบหน้าสวยของนาง จับคางเชยขึ้นเบา ๆ
หญิงสาวหน้าขึ้นสีก่อนถามเสียงแผ่ว “เจ้าไหวหรือ”
อะไรกัน มีหรือจะไม่ไหว
เขาจับนางนั่งบนตัว เมื่อมีครั้งแรกแล้วครั้งสองก็ง่ายดาย หลินไห่ถังยินยอมพร้อมใจเป็นฝ่ายนำ
ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
สวี่หยางรักษาให้หลินไห่ถังต่อ
ยามเที่ยง ยันต์พันธนาการสี่ชิ้นก็ถูกขจัดไป
“เหลืออีกแค่สองชิ้น ข้ารู้สึกดีขึ้นมาก”
นางเอ่ยด้วยความตื่นเต้น
ชิ้ง!
สวี่หยางนำกระบี่คู่ยวนยางออกมาอีกครั้ง ส่งกระบี่เล่มสั้นให้นาง
“ตอนนี้เจ้าขัดเกลามันได้แล้ว พอเราผสานกระบี่นี้คู่นี้เข้าด้วยกัน ก็จะปลดปล่อยพลังที่เทียบเท่ากับผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตจินตานได้ มันจะเป็นประโยชน์กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า”
สวี่หยางเอ่ยในแง่ดี
คราวนี้หลินไห่ถังไม่ปฏิเสธ
สำหรับพวกเขา ตอนนี้ยิ่งมีกำลังก็ยิ่งทำให้มีโอกาส
คิดได้เช่นนี้ หลินไห่ถังก็หยิบกระบี่ นั่งขัดสมาธิมุมหนึ่ง ก่อนเริ่มขัดเกลามัน
สวี่หยางเปิดหน้าต่างระบบ สีหน้าอารมณ์ดี
ในตารางรายชื่อภรรยามีคนเพิ่มขึ้นมา หลินไห่ถังนั่นเอง
อีกทั้งรางวัลและความโปรดปรานของหลินไห่ถังก็ปรากฏขึ้นด้วย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน