เซียวอวี้มองเซวียฉือที่คุกเข่าบนพื้นอย่างเยือกเย็น “บอกให้ละเอียด กุ้ยเฟยออกคำสั่งเจ้าอย่างไร”
เซวียฉือรีบตอบกลับ
“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมมิสามารถเข้าออกราชวังในได้ หากกุ้ยเฟยมีแผนการอะไร มักจะส่งขันทีในวังมาบอกต่อ
“แม้นไม่รู้ว่าขันทีผู้นั้นคือใคร แต่กระหม่อมจำหน้าเขาได้ เห็นแล้วรู้ทันที”
เซียวอวี้ออกคำสั่งเสียงแข็งกร้าว
“เรียกตัวขันทีในตำหนักหลิงเซียวมาให้หมด”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
กุ้ยเฟยได้รับความโปรดปรานอย่างล้นหลาม ตำหนักหลิงเซียวจึงมีขันทีทั้งสิ้นห้าสิบคน
พวกเขาเข้ามาในห้องทรงพระอักษรทีละสิบคน เพื่อให้เซวียฉือชี้ตัว
เมื่อขันทีกลุ่มที่สามเข้ามา ดวงตาทั้งสองข้างของเซวียฉือพลันวาวโรจน์ แล้วชี้ไปยังบุคคลหนึ่งในนั้นอย่างตื่นเต้น
“เขา! เป็นเขา!”
ขันทีที่ถูกชี้หัวใจสั่นวูบ
เซียวอวี้ขมวดคิ้วแน่น
“สอบสวน!”
เพียงหนึ่งประโยค กลับชวนให้รู้สึกหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก
เมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนเห็นขันทีผู้นั้นถูกลากตัวไป ดวงตาพลันมีประกายมืดมัวพาดผ่าน
หลังจากเวลาผ่านไปสองถ้วยชา เฉินจี๋ก็กลับเข้ามาทูลรายงาน
“ฝ่าบาท สอบสวนออกมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ
“ขันทีผู้นั้นสารภาพ ว่าเป็นคนรับคำสั่งของกุ้ยเฟย”
บ่าวรับใช้ถอดแบบมาจากผู้เป็นนาย เฉินจี๋หน้านิ่ง ราวกับไร้ความรู้สึก
นิ้วมือทั้งห้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนหดเข้าหากัน จนกลายเป็นกำปั้น
นางมองไปที่เซียวอวี้
“ฝ่าบาท…”
ทันทีที่นางเอ่ยปาก ใบหน้างดงามของเซียวอวี้ก็ปกคลุมไปด้วยไอเยือกเย็น แล้วพูดตัดบทขึ้นมาว่า
“นำตัวเซวียฉือกลับไปขังในคุกหลวง”
ตอนที่เซวียฉือถูกลากตัวออกไป ยังไม่ลืมขอร้องอ้อนวอน
“ฝ่าบาท กระหม่อมหลงผิดไปชั่วขณะ ฝ่าบาทได้โปรดทรงเมตตา…ฝ่าบาท โปรดเมตตา——”
จากนั้นเซียวอวี้ก็หันมามองเฟิ่งจิ่วเหยียน ดวงตาปกคลุมไปด้วยความเย็นชา
“ใบรับคำสารภาพของเซวียฉือ เหตุใดไปอยู่ในมือของเจ้าก่อน”
เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบอย่างนอบน้อม
“ท่านพี่คิดว่าช่วงเวลาที่แขนได้รับบาดเจ็บนั้น มันบังเอิญเกินไป จึงให้ผู้คุมคุกหลวงไปสอบถามเซวียฉืออย่างลับ ๆ ไม่คาดคิดว่าจะสาวไปถึงกุ้ยเฟย
“ผู้คนทั่วใต้หล้าต่างรู้กันว่าฝ่าบาททรงรักใคร่กุ้ยเฟยมากเพียงใด ดังนั้นหัวหน้าผู้คุมคุกหลวงจึงไม่กล้านำใบรับคำสารภาพมาถวาย ประการแรกกลัวว่าหลักฐานไม่เพียงพอ ฝ่าบาทอาจจะไม่เชื่อ ประการที่สองกลัวว่าจะสร้างความไม่พอใจให้กุ้ยเฟย จนเกิดเป็นการแก้แค้นในภายหลัง
“แต่ท่านพี่คิดว่า คำพูดของเซวียฉือเป็นความจริงทุกอย่าง นั่นหมายความว่า กุ้ยเฟยรู้ล่วงหน้าเกี่ยวกับการแข่งประลองของราชทูตจากรัฐเหลียง เรื่องนี้สามารถเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กก็ได้ หากมองเป็นเรื่องเล็ก กุ้ยเฟยรับรู้ข่าวไว แต่หากพูดไปเป็นเรื่องใหญ่ กุ้ยเฟยมีความน่าสงสัยที่สมรู้ร่วมคิดกับข้าหลวง
“ถวายบังคมฝ่าบาทและฮองเฮา!”
เฉินจี๋กล่าวเสียงดุดัน
“ใต้เท้าลู่ เหตุใดเฟิ่งหมิงเซวียนจึงถูกเลือกเป็นทูตส่งสาส์น อยู่ต่อหน้าฮองเฮา เจ้าจงพูดมาดี ๆ !”
ลู่ซินก้มหน้าลง
“กระหม่อมผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ! คุณชายรองตระกูลเฟิ่งชวนข้าไปร่ำสุราท่องเรือนบุปผาด้วยกันหลายต่อหลายครั้ง กระหม่อมมิอยากไป แต่ แต่พอคิดว่าเขาเป็นน้องชายของฮองเฮา กระหม่อมจึงไม่กล้าขัดใจ จำต้องตามไปด้วย
“เขายังให้เงินกระหม่อมมากมาย บอกว่าอยากได้ตำแหน่ง
“ฝ่าบาท กระหม่อมเกรงกลัว ตั๋วเงินที่คุณชายรองเฟิ่งให้มา กระหม่อมยังไม่กล้าใช้แม้แต่ใบเดียว ตั้งแต่ที่กระหม่อมเป็นขุนนางมา กระหม่อมบริสุทธิ์ใจและมีวินัยตลอด แต่เพราะความสัมพันธ์ของคุณชายรองกับฮองเฮา กระหม่อมจึง…”
เฟิ่งหมิงเซวียนที่ถูกนำตัวมาพร้อมกันในสภาพใบหน้าปูดบวม เอ่ยขอร้องอย่างกำกวม
“ฝ่าบาทโปรดไว้ชีวิต! ข้าผิดไปแล้ว…ข้าไม่ควรติดสินบนใต้เท้าลู่…”
เขานี่โชคร้ายจริง ๆ!
มีพี่สาวเป็นถึงฮองเฮา กลับไม่ได้รับผลประโยชน์อะไร ไม่ง่ายนักที่ได้ตำแหน่งมา ยังกลายเป็นสถานการณ์เช่นนี้อีก
เหตุใดเฟิ่งเหยียนเฉินจึงโชคดีเพียงนั้น ได้กลับไปเป็นพลทหารระดับสาม ทว่า หลังจากที่เขาได้รับบาดเจ็บ กลับต้องถูกลงโทษอีก!
เฟิ่งหมิงเซวียนยอมรับผิดแล้ว หวังเพียงว่าโทษหนักจะกลายเป็นเบา
เซียวอวี้จดจ้องมาที่เฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยสายตาเยือกเย็น
“เฟิ่งหมิงเซวียนติดสินบนเพื่อเข้ารับตำแหน่ง ดูผิวเผินติดสินบนเงิน แต่ความจริงอาศัยบารมีความเป็นฮองเฮาของเจ้า เจ้าหนีความผิดไม่พ้น!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเหลือบมองลู่ซิน ด้วยสายตาที่แฝงไว้ไอสังหาร

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...