หลิงเยี่ยนเอ๋อร์มองเฟิ่งจิ่วเหยียนราวคนเสียสติ
“เจ้าไม่มีทางเลือกอื่น! นางสารเลว ส่งข้ากลับวัง ข้าต้องการพบฝ่าบาท!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่สะทกสะท้าน
“ข้าทำได้มากที่สุดคือให้เจ้าจากที่แห่งนี้ไป”
“ข้าต้องการพบฝ่าบาท!” ท่าทีหลิงเยี่ยนเอ๋อร์แน่วแน่
เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวอย่างสุขุม
“เจ้าก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ ให้เจ้าไปพบฝ่าบาท ข้ายังจะมีชีวิตรอดงั้นรึ?”
หลิงเยี่ยนเอ๋อร์พยายามทำให้สถานการณ์แย่ลงอีก แสยะยิ้ม “เช่นนั้นก็ไปตายให้หมด ตายให้หมด——”
นางคิดที่จะแสร้งทำเป็นไม่สนใจ ทว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนมองออก สายตาเย็นยะเยือกทันที
“เจ้ารักฝ่าบาทเพียงนั้น จะปล่อยให้เขาตายได้จริงหรือ?
“ทว่าข้าทำได้
“เพราะข้าไม่มีความรู้สึกอันใดกับฝ่าบาท และไม่สนใจว่าจะเขาจะอยู่หรือตาย
“ข้าเข้าวัง เพื่อแก้แค้นเท่านั้น
“ขอเพียงแค่จับบุคคลลึกลับนั้นได้อีก ข้าก็สมความปรารถนาแล้ว
“ด้วยเหตุนี้ ข้าสามารถแสร้งทำเป็นเชื่อฟัง สังหารฝ่าบาทก่อน ดังนั้น คนที่จะตายคือพวกเจ้า และข้าจะมีชีวิตอยู่จนวาระสุดท้าย”
พูดจบ นางแสร้งว่าจะจากไป
หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ตกใจอย่างมาก
“ไม่! เจ้ามิกล้า!
“หรือว่าเจ้าไม่ต้องการจดหมายสองฉบับนั้นแล้วหรือ!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนหันหลังให้นางในความมืด
“จดหมายนั้น เป็นเพียงสิ่งที่ใจข้าปรารถนาเท่านั้น คิดว่าด้านในคงจะมีเบาะแสอันใดอยู่บ้าง ทว่าตอนนี้คิดดูแล้ว เชื่อฟังบุคคลลึกลับ ไม่ช้าก็เร็วสักวันหนึ่งข้าก็จะเห็นเขาตัวเป็น ๆ ไยต้องมายุ่งหย่ามกับจดหมายสองฉบับในมือเจ้า”
“เจ้ากล้าประทุษร้ายจักรพรรดิ! นางสารเลว เจ้าเสียสติไปแล้ว!” หลิงเยี่ยนเอ๋อร์หลงคิดว่าเป็นเรื่องจริง
เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“ข้าไม่เพียงแต่จะประทุษร้ายจักรพรรดิเท่านั้น แต่ยังจะป่าวประกาศไปทั่วหล้า หวงกุ้ยเฟยที่เคยได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาทอย่างท่วมท้น มิใช่สตรีที่เพียบพร้อม ความโปรดปรานทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องเสแสร้ง”
หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ทรุดตัวลงกับพื้น คอแหบแห้งและเจ็บปวด
“อ้าก ๆ ๆ ๆ! นางสารเลว! ข้าจะฆ่าข้าเจ้า!”
เมื่อเห็นว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนจวนจะจากไป หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ตะโกนอย่างจนตรอก
“หยุดก่อน! เจ้าอย่าเพิ่งไป! ข้ายอมรับข้อเสนอ ข้ารับปากว่าจะเอาจดหมายให้เจ้า! ข้าไม่ไปพบฝ่าบาทก็ได้ ทว่าข้าต้องการออกจากที่นี่!”
มือของเฟิ่งจิ่วเหยียนเพิ่งจะสัมผัสลูกบิดประตู พอได้ยินดังนั้น ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
......
ด้านนอกหอนางโลมใต้ดิน
อู๋ไป๋ได้รับข่าว จึงขับรถม้ามารอที่นี้ หลังจากที่เห็นเฟิงจิ่วเหยียน รีบรุดหน้าขึ้นมาทันที
“นายท่าน จะพาสตรีนางนั้นไปจริง ๆ หรือ?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“สิ่งที่นางสมควรได้รับก็รับไปแล้ว
“ไว้ชีวิตนางไว้ ในอนาคตยังต้องให้นางออกหน้าเป็นพยาน”
“พ่ะย่ะค่ะ!” อู๋ไป๋รับคำสั่ง
หลังจากนั้น พวกเขาก็แยกจากกัน
ถึงแม้ตอนแรกนางจะอยากพาเวยเฉียงหนี ด้วยนิสัยของเวยเฉียง จะไม่หนีไปกับนางเด็ดขาด
......
“ยาบำรุงนี้มีฤทธิ์อัศจรรย์จริง ๆ สามารถใช้ได้” หลังจากที่ซ่งหลีดูแล้ว ไม่พบปัญหา เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงวางใจ
ซ่งหลีทุ่มเทเวลากับเวยเฉียงเป็นอย่างมาก นางจะอาการกำเริบช่วงกลางคืนเป็นส่วนใหญ่ เพื่อที่จะดูแลได้สะดวกขึ้น เขาจึงย้ายมาอาศัยบริเวณใกล้เคียงชั่วคราว
เรื่องเหล่านี้ เฟิ่งจิ่วเหยียนทราบทั้งหมด
นางทำความเคารพให้กับเขาอย่างจริงจัง
“พี่ซ่ง ขอบคุณมาก”
ซ่งหลีพยุงแขนของนางขึ้น “สหายซู ระหว่างเจ้ากับข้าอย่าทำเป็นคนอื่นคนไกลเช่นนี้เลย เจ้าเคยช่วยชีวิตข้าไว้ สองสามปีมานี้ เครื่องปรุงยาจีนที่เจ้าส่งมาให้ข้า ล้วนหาได้ยาก เงินจำนวนมากก็ซื้อไม่ได้ ตอนนี้สามารถช่วยเจ้าได้ ข้า...”
ทันใดนั้น มีเงาสีแดงปรากฏขึ้นบนหลังคา
“ใช้ได้เลยนี่! ซูฮ่วน! หลายปีที่ผ่านมานี้เจ้าเงียบหายไป กลับยังรู้ว่าต้องส่งเครื่องปรุงยาจีนให้ซ่งหลี!”
เจียงหลินเหมือนมาจับชู้สองคน รุดหน้าเข้ามาด้วยความเดือดดาล
ซ่งหลีถอนหายใจออกมาหนึ่งครั้ง
“เจ้ามาได้เยี่ยงไร? มิใช่ว่าหลับไปแล้วรึ?”
สองสามวันนี้เจียงหลินพักอาศัยอยู่กับซ่งหลี่ ไล่ก็ไม่ไป
เขาพุ่งตัวมาด้านหน้าเฟิ่งจิ่วเหยียน มองพินิจพิเคราะห์นางอย่างเหลือเชื่อ
“พันธมิตรอู่หลินถูกเจ้าระดมพลขึ้นเหนือไปหมดแล้ว ไยเจ้ายังอยู่ที่นี้อีก?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนขมวดคิ้ว
ขึ้นเหนือ? เมื่อใดกัน?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...