อาวุธลับมาอย่างกะทันหัน เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ทันสังเกต แต่ก็หลบทันตามสัญชาตญาณของร่างกาย
อาวุธลับนั้นก็ได้ตกลงไปในน้ำ
หลังจากนั้น มีคนหนึ่งปรากฏตัว
“พี่สะใภ้ฝีมือไม่ธรรมดาเลยนี่นา”
รุ่ยอ๋องอีกแล้ว!
เขายืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาตกอยู่ใต้เงาร่มไม้
ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนเยือกเย็น จ้องมองมาที่เขาโดยไม่พูดจา จากนั้นก็ตวัดกริชแหลมคมออกมาจากแขนเสื้อ
ในเมื่อได้เผยตัวแล้ว เช่นนั้น…
ใบหน้าของรุ่ยอ๋องประดับไปด้วยความอ่อนโยน ถามกลั้วยิ้ม
“ช่วงนี้มีคนแฝงตัวเข้ามาในจวนของกระหม่อมบ่อยครั้ง เหมือนอยากมาสืบอะไรบางอย่าง
“เรื่องนี้ พี่สะใภ้รู้หรือไม่?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนย่อมรู้ดี
ในเมื่อสงสัยรุ่ยอ๋อง ก็ต้องตามสืบเรื่องในจวนของเขาอยู่แล้ว
ทว่า เขามั่นใจขนาดนั้นเลยหรือว่าเป็นนาง ทั้งยังวิ่งแจ้นไปซักถามในวัง?
รุ่ยอ๋องเดินมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ใบหน้ายังคงประดับไปด้วยรอยยิ้ม
“พี่สะใภ้ คนเราต่างมีความลับเป็นของตัวเอง
“กระหม่อมไม่ได้เปิดโปงเรื่องที่ท่านมีวิชายุทธ์และเรื่องที่แอบหนีออกจากวัง ไยท่านยังบีบคั้นกระหม่อมอีกล่ะ?”
นัยน์ตาของเขาทอประกายมืดมนเล็กน้อย “ท่านคิดว่า กระหม่อมสู้กลับไม่เป็นหรือ?”
สายตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนทอดมองมาที่เขาอย่างราบเรียบ
“ข้าเริ่มสงสัยแล้วสิ ว่าความลับของเจ้าคืออะไร”
หลังจบคำพูด นางก็โผล่พรวดทันที นำกริชมาจ่อที่คอของรุ่ยอ๋องไว้ ในเวลาเดียวกัน ก็สกัดจุดลมปราณของเขาไว้
กระแสลมพลันปั่นป่วน พัดพาเส้นผมและอาภรณ์ของทั้งสองคน
รุ่ยอ๋องยืนอยู่กับที่ไม่ไหวติง เชือกผูกผมบริเวณท้ายทอยปลิวไสว
เส้นผมตกลงบนสันคมของกริช ชั่วขณะนั้นพลันเกิดเป็นภาพเส้นผมถูกตัดด้วยกริช
เส้นผมที่ขาดตกลงบนพื้น เสียงของเฟิ่งจิ่วเหยียนดังสะท้อนข้างหูของเขา
“พูดความจริงมา แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”
มุมปากของรุ่ยอ๋องยกขึ้นเล็กน้อย กึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม ราวโกรธก็ไม่ปาน
“พี่สะใภ้ อยากได้ชีวิตของกระหม่อมจริงหรือ?”
“พูดมา” เฟิ่งจิ่วเหยียนขยับคมมีดเข้าไปใกล้ บาดลำคอของเขาจนมีเลือดไหลซิบออกมาจาง ๆ
นางไม่พูดพร่ำให้เสียเวลา ดวงตาทั้งสองข้างแจ่มชัดและเยือกเย็น
นั่นคือไอสังหารที่น่ากลัวอีกรูปแบบหนึ่ง
รุ่ยอ๋องทิ้งแขนลงข้างลำตัว แล้วพูดด้วยรอยยิ้มบางเบา
“ก็ได้ บอกพี่สะใภ้ไปก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่
“กระหม่อมคิดถึงสหายเก่า ถึงได้เข้าไปรำลึกความหลังในวัง”
“สหายเก่าของเจ้าคือผู้ใด” เฟิ่งจิ่วเหยียนถามต่อ
รุ่ยอ๋องตอบอย่างให้ความร่วมมือ “หรงเฟยผู้ล่วงลับไปแล้ว คือสหายเก่าของข้า”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเคยได้ยินมาบ้าง ว่าเขา หรงเฟย และเซียวอวี้ ทั้งสามคนเติบโตและร่ำเรียนมาด้วยกัน จึงมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น
“และให้ข้ามีชีวิต เพื่อเล่นงานหลิงเยี่ยนเอ๋อร์
“พอนางถูกเนรเทศ เป้าหมายของเจ้าก็สำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง
“ตอนนี้เจ้ายังอยากฆ่าข้าสินะ
“เจ้าคงคิดว่าเจ้าสามารถวางแผนเล่นงานทุกคนได้ ทว่า วันนี้แหละข้าจะฆ่าเจ้าให้ตายคามือ!”
หัวคิ้วของรุ่ยอ๋องขมวดมุ่น
“พี่สะใภ้ ท่านกำลังพูดอะไร?
“ข้าไม่รู้เรื่องหลักฐานความผิดของหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ จะไปข่มขู่นางได้เช่นไร แล้วมีเหตุผลอันใดต้องไปเล่นงานท่าน?
“ส่วนอาวุธลับเมื่อครู่ แค่อยากลอง…”
เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดตัดบทเขา
“ตั้งแต่ที่ข้าเข้ามาในวัง เจ้าก็ยุยงให้ข้าแย่งชิงความโปรดปรานอย่างตั้งใจและไม่ตั้งใจ ที่บอกว่าฝ่าบาทชอบสตรีขี่ม้าเก่ง ไม่ใช่เพราะอยากปลุกปั่นให้ข้ากับหลิงเยี่ยนเอ๋อร์แข่งขันกันหรอกหรือ! แน่นอน สิ่งที่เจ้าทำไม่ได้มีเพียงเท่านี้”
สิ้นคำพูดได้ไม่ทันไร รุ่ยอ๋องก็โต้แย้งกลับไปอย่างอึ้ง ๆ
“กระหม่อมนึกว่า ท่านรักใคร่เสด็จพี่ ถึงได้อยากช่วยท่านแย่งชิงความโปรดปราน ช่วงวันแข่งขันม้าโปโล กระหม่อมก็พยายามนัดหมายเสด็จพี่ไปที่สนามม้าหลวง…”
เฟิ่งจิ่วเหยียนผลักแขนของเขา
“ตลก! เจ้าจะช่วยข้าไปทำไม?”
“เพื่อตอบแทนบุญคุณ!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนขมวดคิ้ว
บุญคุณ?
ตอบแทนบุญคุณอะไร?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...