เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 195

ระยะทางระหว่างวังหลวงกับวัดต้าเจาใช้เวลาเกือบสองชั่วยาม

หลิวซื่อเหลียงกลับมาอย่างรวดเร็ว

“ฝ่าบาท ฮองเฮาทรงกักตนสวดมนต์ บ่าวไม่อาจเข้าพบพระนางได้ ได้พบเพียงข้าหลวงเหลียนซวง นางบอกว่าพระนางสบายดีทุกอย่าง ไม่ขาดอะไรพ่ะย่ะค่ะ”

เซียวอวี้เลิกคิ้วคมดุจกระบี่ขึ้น

“สวดมนต์ยังต้องกักตน?”

นางกำลังทำอะไรอยู่กัน

ณ วัดต้าเจา

เหลียนซวงใจเต้นรัวตึกตักตึกตัก

นางรีบปิดหน้าต่างอาราม กลัวว่าจะมีคนรู้...ว่าฮองเฮาไม่ได้ทรงประทับอยู่ที่นี่

“ฮองเฮา ท่านรีบเสด็จกลับมาเถิดเพคะ...”

ฝ่าบาทก็ทรงแปลกยิ่ง อยู่ ๆ จะส่งคนมาทำไม? คงไม่ใช่ว่ารู้สึกสงสัยหรอกนะ?

......

การรบระหว่างแคว้นหนานฉีกับรัฐเหลียงนั้นกำลังเป็นไปอย่างคึกคักยิ่ง

ผ่านไปไม่กี่วันก็มีรายงานส่งเข้ามาที่เมืองหลวงแคว้นหนานฉีอีก

“รายงาน! ฝ่าบาท แม่ทัพน้อยเมิ่งใช้กำลังพลสามสิบนายบุกยึดหุบเขาชุ่ยซานได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

ข่าวนี้สร้างความตกตะลึงให้กับเหล่าขุนนางเป็นอย่างยิ่ง

สามสิบคน?!!

“ฝ่าบาท นี่ต้องเป็นการหลอกลวงแน่พ่ะย่ะค่ะ! สามสิบคนจะยึดดินแดนอันตรายอย่างหุบเขาชุ่ยซานมาได้อย่างไรกัน!”

ถ้าสามหมื่นยังพอว่า!

น้อยคนนักที่เซียวอวี้จะรู้สึกนับถือ เมิ่งสิงโจวนับว่าเป็นคนนึง

อายุยังน้อยก็สร้างคุณูปการทางการทหารได้ถึงเพียงนี้ หรือสวรรค์จะคุ้มครอง แคว้นหนานฉีจึงมีแม่ทัพชั้นยอดถึงเพียงนี้

เมื่อบ้านเมืองหนึ่งยินดีปรีดา อีกแห่งย่อมกลัดกลุ้ม

ราชสำนักของทางด้านรัฐเหลียงนั้นกลับเละเทะราวกับโจ๊กหม้อหนึ่ง

ฮ่องเต้เหลียงนั้นแก่ชราแล้ว อารมณ์ก็ร้ายขึ้นทุกวัน

เขาตบลงบนที่วางแขนของบัลลังก์มังกรอย่างโกรธเกรี้ยวจนแทบเต้นเร่า ๆ

“ต้องการทหาร เราก็สั่งโยกย้ายกำลังพลแล้ว! ต้องการทองคำไปจ้างนักฆ่า เราก็ให้แล้ว!

“พวกเจ้าใครบอกเราได้บ้าง หุบเขาชุ่ยซานใหญ่ขนาดนั้น ทหารอารักขามากมายเพียงนั้น เมิ่งสิงโจวมีเพียงทหารสามสิบนาย เขาชนะได้ยังไงกัน!!

“หรือพวกเจ้าคิดว่าเราชราจนเลอะเลือนไปแล้ว ดังนั้นเลยปลอมแปลงข่าวมาหลอกเรา พวกเจ้าอยากจะให้เราโมโหจนตาย จะได้ครองตำแหน่งฮ่องเต้นี่ใช่หรือไม่!”

เหล่าขุนนางบุ๋นบู๊ต่างก้มศีรษะลงต่ำ “ฝ่าบาทโปรดระงับโทสะเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

อัครเสนาบดีที่อยู่ด้านหน้าสุดสีหน้าซีดขาว ท่าทางราวกับถูกทุบตี นัยน์ตาเต็มไปด้วยความงุนงง ปากอ้าค้างอยู่นาน

“อัครเสนาบดี! เจ้าพูดสิ!” ทันใดนั้นฮ่องเต้เหลียงก็เรียกเขา

อัครเสนาบดีเงยหน้าขึ้นทันทีจากนั้นก็คุกเข่าลงอย่างรีบร้อน

“กระหม่อมยินดีส่งคืนตราอัครเสนาบดี แล้วออกรบปกป้องเมืองด้วยตนเอง! ร่วมเป็นร่วมตายกับแม่ทัพและเหล่าทหารหาญพ่ะย่ะค่ะ!”

เหล่าขุนนางร้องคร่ำครวญ

รูม่านตาฮ่องเต้เหลียงหดลงในทันที

คนที่เขาเชื่อถือและพึ่งพาที่สุดก็คืออัครเสนาบดี

นี่เป็นเพราะอัครเสนาบดีชรามากแล้ว หรือเป็นเพราะเมิ่งสิงโจวนั่นเก่งกาจเกินไปกันแน่ อัครเสนาบดีจึงพ่ายแพ้ให้กับเขาถึงหลายครั้งหลายครา

“เจ้าลุกขึ้นมาเถิด ด้วยวัยของเจ้าจะออกไปคุ้มกันเมืองได้อย่างไรกัน”

อัครเสนาบดีลุกขึ้นยืน ทว่าเข่าทั้งสองข้างสั่นเทา

“เพียงแต่ว่าท่านแม่ทัพน้อย ที่ข้าไม่เข้าใจก็คือ ที่จริงพวกเราใช้ทัพใหญ่ห้าหมื่นนายลอบโจมตีหุบเขาชุ่ยซานยามค่ำคืนอย่างลับ ๆ เหตุใดจึงต้องบอกภายนอกว่าใช้คนเพียงสามสิบคนเล่า? นี่เป็นการหลอกลวงเบื้องสูงนะ!”

ความจริงของศึกหุบเขาชุ่นซานนั้นค่ายทหารปิดปากเงียบ

ในความเป็นจริงการที่คิดอยากใช้คนสามสิบคนเอาชนะนั้นเป็นไปไม่ได้จริง ๆ

กำลังหลักที่แท้จริงนั้นคือเหล่าทหารห้าหมื่นนายที่ลอบเคลื่อนไหวและดักซุ่มอยู่ในความมืดมิดอย่างลับ ๆ พวกเขาโจมตีจากทุกทิศทางด้วยเครื่องมือที่แจกจ่ายออกไป ทั้งเข็มพิษ น้ำมันเชื้อเพลิง ดินปืน จนกลายเป็นภาพลวงตาว่าสามสิบคนเอาชนะทหารชาวเหลียงที่มีจำนวนหลายหมื่นได้

แต่จะว่าไปแล้วการที่สามารถจัดการเรื่องทั้งหมดนี้โดยไม่ทำให้ข้าศึกรู้ตัว ทั้งยังสามารถนำคนสามสิบคนไปโจมตีจุดอ่อนของหุบเขาชุ่ยซานจนแตกพ่ายได้ นับว่าผลงานทั้งหมดสมควรเป็นของเมิ่งสิงโจวผู้นี้ เขาคืออัจฉริยะ!

แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนสงบนิ่ง

“เรื่องนี้ข้าได้เขียนจดหมายลับอธิบายกับฝ่าบาทแล้ว

“ยามนี้พวกเราจะต้องโพทะนาเรื่องนี้ออกไป พอกองทัพเหลียงได้ยินจะได้ขวัญหนีดีฝ่อ และเราต้องใช้เวลาสั้นที่สุดเพื่อให้มีการบาดเจ็บล้มตายน้อยที่สุดแล้วยึดเมืองหลวงรัฐเหลียงมาให้ได้”

ทุกคนพยักหน้า “ท่านแม่ทัพน้อยคิดการได้รอบคอบ พวกเราก็ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว”

เวลานี้เองด้านนอกกระโจมก็มีคนตะโกนขึ้น

“รายงาน ฝ่าบาททรงมีพระราชโองการ!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนและเหล่าแม่ทัพเดินออกไปที่กระโจมเพื่อต้อนรับผู้ส่งสาร

“ฝ่าบาททรงมีรับสั่งแต่งตั้งเมิ่งสิงโจวเป็นหัวหน้าแม่ทัพ มีอำนาจสั่งการกองทัพทั้งหมด นอกจากนี้หากสามารถเอาชนะในศึกนี้ได้ แม่ทัพน้อยเมิ่ง ท่านก็จะเป็นโหวผู้มีศักดินาหมื่นครัวเรือนแล้ว! ข้าน้อยขอแสดงความยินดีกับท่านล่วงหน้าด้วย!”

เหล่าแม่ทัพล้วนมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียน บ้างก็มองด้วยสายตาอิจฉา บ้างก็มองอย่างสลับซับซ้อน

อายุเพียงยี่สิบปีก็ได้รับบรรดาศักดิ์โหวพร้อมศักดินาหมื่นครัวเรือน ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง

ในความเป็นจริงเฟิ่งจิ่วเหยียนเพิ่งจะอายุสิบเก้าปีเท่านั้น

แม่ทัพเมิ่งเองก็รู้สึกเป็นเกียรติไปด้วยจึงพูดอย่างดีใจว่า “สิงโจว มัวอึ้งอะไรอยู่ รีบรับตราจอมทัพสิ!”

“ขอรับ” เฟิ่งจิ่วเหยียนรับตราจอมทัพมา หันหน้าไปทางทิศเมืองหลวงแล้วก้มคารวะเพื่อแสดงความเคารพ

ยามนี้เองเฉียวม่อที่ยืนอยู่ในมุมมืดก็มองไปยังแม่ทัพน้อยผู้มีอนาคตอันสดใส...ว่าที่ท่านโหวผู้ครอบครอบศักดินาหมื่นครัวเรือนที่ยืนท่ามกลางกลุ่มคน แววตาของนางค่อย ๆ เข้มขึ้นเรื่อย ๆ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย