เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 199

ภายใต้หน้ากาก ดวงตาทั้งสองข้างของเฟิ่งจิ่วเหยียนแดงก่ำ

บุตรชายของท่านอาจารย์...เมิ่งสิงโจวตัวจริงนั้นได้ตายจากไปนานแล้ว

นี่คือเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดของท่านอาจารย์และอาจารย์หญิง

เจ้าคนสกุลซุนนี่ สมควรตาย!

แม่ทัพซุนรีบตะเกียดตะกายลุกขึ้นมา แล้วมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียนอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“เจ้า...นี่เจ้ากล้าถีบข้ารึ?!”

แม่ทัพที่เหลือล้วนมายืนอยู่กับแม่ทัพซุน “เมิ่งสิงโจว ถึงอย่างไรพวกเราก็ล้วนเป็นผู้อาวุโสของเจ้านะ เจ้า..”

“ถีบได้ดี!” ฮูหยินเมิ่งพลันเดินเข้ามาด้วยท่าทางที่แฝงความเย็นชาอย่างลึกล้ำ

แม่ทัพเมิ่งเห็นฮูหยินมาจึงรีบเดินเข้าไปหา

“ฮูหยิน ยามนี้ท่านอย่าเพิ่งสร้างเรื่องเพิ่มเลยนะ”

ฮูหยินเมิ่งผลักสามีออกไป แล้วเดินไปอยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่วเหยียน เผชิญหน้ากับเหล่าแม่ทัพที่ทำท่าว่าตนเหนือกว่าแล้วหัวเราะเย็น ๆ ทีหนึ่ง

“สิงโจวของเราขจัดคนชั่วพิทักษ์ราษฎร ทำความผิดที่ไหนกัน? กลับเป็นพวกเจ้าที่แยกแยะถูกผิดไม่เป็น พอยึดเมืองชวนได้ก็ไปทำเรื่องอย่างโจรชั้นต่ำ ทำลายชื่อเสียงแม่ทัพและทหารของหนานฉีเราเสื่อมเสีย

“สิงโจว เจ้าเขียนเรื่องนี้รายงานฝ่าบาท ให้พระองค์ได้ทรงทราบว่าทหารพวกนี้ทำเรื่องงามหน้าอะไรไว้!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบเสียงหนักแน่น

“ขอรับ ท่านแม่”

ฝูงชนรีบกระจายตัวออกห่างจากแม่ทัพซุน

“ฮูหยินเมิ่ง ท่านแม่ทัพน้อย เข้าใจผิดแล้ว พวกเราไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นเลย”

รอยยิ้มของฮูหยินเมิ่งเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนนุ่มนวล เปลี่ยนสีหน้าเร็วยิ่งกว่าพลิกหน้ากระดาษเสียอีก

“เช่นนั้นก็ดีแล้ว”

คนอื่นต่างรีบปลีกตัวออกไป เหลือเพียงแม่ทัพซุนเพียงผู้เดียว

แม่ทัพซุนกุมท้องและเอวที่โดนถีบ สายตาเต็มไปด้วยความโกรธเกลียด

“พวกเจ้ากลั่นแกล้งกันเกินไปแล้ว!”

สีหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนเย็นเยียบ

“กองทัพใต้ถอนทัพออกจากเมืองชวนทันที”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ แม่ทัพซุนพลันระเบิดความโกรธออกมา

“ถือสิทธิ์อะไร! พวกเราบุกโจมตีเข้ามาด้วยกัน ผลงานใหญ่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ยามนี้คิดจะไล่พวกเราไป? ข้าไม่ไป!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนดึงคอเสื้อของเขาแน่น หน้ากากสะท้อนแสงอันเย็นชาหนาวเหน็บ ผนึกความอบอุ่นในห้องไปจนหมด

“ไป!”

เพียงแค่คำคำเดียว ก็ทำให้คนหวาดกลัวจนตัวสั่น

คนฉลาดต้องรู้จักยอมถอยเมื่อเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แม่ทัพซุนโมโหจากไปอย่างเดือดพล่าน

ทว่าเรื่องที่จะให้เขาถอนตัวออกจากการโจมตีเมืองหลวงรัฐเหลียงนั้น เขาไม่มีทางรับปากเด็ดขาด

เมื่อกลับถึงกระโจมของค่ายตน กุนซือก็ช่วยเขาออกความคิดเห็น

“เมิ่งสิงโจวนั้นมีอำนาจในการสั่งการทั้งกองทัพ จะใช้ไม้แข็งกับเขาไม่ได้

“นี่ก็ใกล้จะเข้าโจมตีเมืองหลวงของรัฐเหลียงแล้ว เราจะยกให้เป็นผลงานของคนอื่นไม่ได้เด็ดขาด”

แม่ทัพซุนขมวดคิ้วแน่นจนเป็นรูปตัวอักษรชวน[1]

เป็นเรื่องจริงที่ขุนนางใหญ่ย่อมใช้อำนาจบีบคั้นคนได้

แม่ทัพซุนตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด

“เจ้ามันคนไม่ได้เรื่อง! ข้าบอกให้พวกเจ้าทำตัวดี ๆ เจ้ากลับพาคนไปทำเรื่องเหลวไหล!

“ข้าไม่ควรพาเจ้ามาด้วยแต่แรกเลย!

“ยามนี้คนทั้งกองทัพใต้ต่างถูกเจ้าทำให้ตกที่นั่งลำบากแล้ว! เจ้าพูดสิว่าควรถูกตีหรือไม่!”

เมื่อพูดจบแม่ทัพซุนก็ดึงคนออกจากเตียงผู้ป่วย แล้วลากออกไปด้านนอก

คนที่ถูกลากออกมาด้วยยังมีทหารกองทัพใต้อีกหลายสิบคนที่เมื่อวานถูกทุบตีจนหายใจรวยริน

แม่ทัพซุนถือโอกาสประกาศต่อหน้าคนทั้งหมด

“ข้าซุนเต๋อฟางอบรบสั่งสอนไม่ดี ทำให้ชื่อเสียงของทหารกองทัพใต้รวมไปถึงทั้งกองทัพใหญ่หนานฉีต้องแปดเปื้อน!

“ยึดถือในวินัยทหารดุจดั่งขุนเขา หากยังมีใครไม่ยอมเชื่อฟังต่อไปก็ต้องมีจุดจบเช่นนี้!

“ทหาร ตีต่อไป! โบยหนึ่งร้อยทีด้วยไม้พลองทหาร ครั้งเดียวก็อย่าให้ขาด!”

โบยหนึ่งร้อยครั้งด้วยไม้พลองทหาร นั่นแปลว่าต้องการเอาชีวิตพวกเขา!

เฉินเซิ่งตกตะลึง คลานบนพื้นไปกอดขาของเขา

“ท่านลุง! ข้าเป็นหลานชายแท้ ๆ ของท่านนะ! ข้าไม่อยากตาย ท่านลุง ช่วยข้าที! เป็นเมิ่งสิงโจวใช่หรือไม่ที่บีบให้ท่านทำเช่นนี้! ท่านมองข้าสิ ท่านลุง ข้าจะตายเอานะ!”

แม่ทัพซุนทำสีหน้าเย็นชา ท่าทางไร้ความรู้สึกไม่คำนึงถึงความเป็นญาติ

“โบย!”

----------------------------------------------

[1] ตัวอักษรภาษาจีนตัวชวน“川” มีลักษณะเหมือนหัวคิ้วเวลาที่คนมีอายุขมวดคิ้วแน่น ๆ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย