ภายใต้หน้ากาก สีหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนแข็งทื่อ เพราะชั่วพริบตาหนึ่งใบหน้าของเด็กสาวคนนั้นกลายเป็นใบหน้าของเวยเฉียง...
เด็กสาวนางนั้นไร้อาภรณ์คลุมกาย ร่างกายฟกช้ำไปทั้งร่าง
เลือดสด ๆ ไหลออกมาจากหว่างขา ร่างของนางกระตุกอย่างเจ็บปวดก่อนตาย ดวงตาสองข้างเบิกมองแม่ทัพน้อยที่เพิ่งลงจากหลังม้า
เฟิ่งจิ่วเหยียนก้าวไปข้างหน้าโดยไม่พูดอะไร นางถอดเสื้อคลุมนำมาคลุมปิดร่างของเด็กสาวเอาไว้ ดวงตาเอ่อล้นไปด้วยความหนาวเหน็บอย่างที่สุด
เด็กสาวใช้แรงเฮือกสุดท้ายคว้ามือของนางไว้ เล็บจิกลึกลงไปที่หลังมือของนาง ระบายความโกรธเกลียด
เมื่อเปิดปาก เลือดสด ๆ ก็ไหลทะลักออกมาจากปากของนาง
“ทำ...ไมกัน...”
แล้วสุดท้ายนางก็ตายจากไปท่ามกลางความเกลียดชังและความสงสัย
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น
เมื่ออู๋ไป๋เงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นเงาร่างที่ลุกลี้ลุกลนของทหารหลายคน เพียงแค่สบตาก็รีบหนีหายไปอย่างรวดเร็ว
เฟิ่งจิ่วเหยียนช่วยลูบปิดดวงตาทั้งสองข้างให้เด็กสาวที่ตายตาไม่หลับคนนั้น จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปในหอสุรา
อู๋ไป๋รีบติดตามไปด้านหลังแล้วจัดการลงกลอนประตูด้วยท่าทีที่ดูเป็นธรรมชาติเป็นอย่างมาก
ภายในหอสุรา ทหารเหล่านั้นบางคนกำลังจัดเสื้อผ้าอย่างลุกลี้ลุกลน บางคนนั่งกินเนื้อดื่มสุรากันอย่างใจเย็น ยังมีบางคนเพิ่งลงมาจากชั้นสอง มือจับกางเกงเอาไว้ ไม่รู้สายคาดเอวหลุดไปที่ใด
อันธพาลไร้สมองคนหนึ่งในหมู่พวกเขาถามอย่างอวดดีว่า “แม่ทัพน้อยก็มาดื่มเหล้าหรือ? เถ้าแก่ ยังไม่ยกสุรามาอีก!”
ชิ้งงง
ดาบถูกชักออกจากฝัก มันบินไปทางคนเหล่านั้นที่เพิ่งลงมาจากชั้นสองราวกับมีดวงตา
จากนั้นก็แทงลงไปบนแผ่นไม้ข้างหน้าเท้าของพวกเขา บีบให้พวกเขาหยุดอยู่กับที่
เมื่อคนอื่นเห็นสถานการณ์ต่างก็พร้อมใจกันลุกขึ้นยืน แล้วมองอย่างกรุ่นโกรธไปที่ศัตรูคนเดียวกัน
อันธพาลไร้สมองที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดกำเริบเสิบสานเป็นอย่างมาก
“แม่ทัพน้อยเมิ่ง! เจ้าจะทำอะไรน่ะ?”
สายตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนหนาวเหน็บราวกับจะฆ่าคนได้
“คนที่ชนะข้า สามารถออกไปจากประตูนี้ได้”
งั้นพูดอีกอย่างก็คือไม่ให้ออกไปงั้นสิ?
พอทุกคนได้ยินประโยคนี้ต่างก็มองหน้ากัน
อย่าฟังที่ก่อนหน้านี้พวกเขาคลางแคลงใจในความสามารถของเมิ่งสิงโจว หากต้องสู้กันขึ้นมาล้วนไม่มีใครกล้าพอ
เฟิ่งจิ่วเหยียนปลดปลอกข้อมือออก
เมื่ออู๋ไป๋เห็นเช่นนี้ ใบหน้าก็เผยถึงความกังวล
นี่จะต่อสู้กับพวกเค้าโดยไม่ใช้อาวุธหรือ!
“ท่านแม่ทัพน้อย...”
เจ้าอันธพาลไร้สมองของกองทัพใต้นั่นตะโกนขึ้นเสียงดัง “ลุยกันเลย”
ทว่าจากนั้นคนที่พุ่งออกไปกลับมีเขาเพียงคนเดียว
เฟิ่งจิ่วเหยียนใช้มือเดียวกุมคอของเขาเอาไว้แล้วกดลงบนโต๊ะ
ร่างกายส่วนบนของเขาทั้งหมดแนบติดอยู่กับโต๊ะ ขาสองข้างห้อยโตงเตง หายใจแทบไม่ออก เขาพูดขึ้นอย่างติด ๆ ขัด ๆ
“แม่...แม่ทัพซุน เป็นลุง ลุงแท้ ๆ ของข้า! หากเจ้า...ฆ่าข้าล่ะก็ เขาต้องไม่ปล่อยเจ้าไว้แ...”
เฟิ่งจิ่วเหยียนหยิบตะเกียบข้างนึงขึ้นมา แล้วแทงลงไปตรงหว่างขาของเขา
จากนั้นก็มีเสียงร้องราวกับหมูถูกเชือดดังขึ้นในหอสุรา
บุรุษที่ถูกทำให้สูญเสียความเป็นชายบิดขดตัวตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวอยู่บนโต๊ะ
“เฉินเซิ่ง!” เขารีบวิ่งไปหาทันที
อีกด้านหนึ่ง
เฟิ่งจิ่วเหยียนตามหาครอบครัวของเด็กสาวคนนั้นจนเจอแล้วนำศพคืนให้พวกเขา
จากนั้นก็ให้เงินกับพวกเขาไปจำนวนนึง ให้พวกเขาจัดงานศพอย่างดี
เมื่อฟังเสียงร้องไห้ฟูมฟายอย่างเศร้าสร้อยของพวกเขา สีหน้าท่าทางของเฟิ่งจิ่วเหยียนก็เย็นชาและแข็งกร้าว
พอกลับถึงค่ายทหาร แม่ทัพหลายท่านกำลังรอนางอยู่ แม่ทัพเมิ่งก็อยู่ด้วย
แม่ทัพซุนรีบลุกขึ้นมาถามอย่างอดรนทนไม่ไหว
“เมิ่งสิวโจว เจ้าตีทหารกองทัพใต้ของข้าจนได้รับบาดเจ็บไปสี่สิบกว่าคนเพียงเพื่อสตรีแคว้นเหลียงนางนึง ทั้งยัง...ทั้งยังลงโทษหลานชายของข้าด้วยการตัดส่วนความเป็นชายอย่างเหี้ยมโหดอีกด้วย! เจ้าจะทำให้เหล่าแม่ทัพนายกองยอมรับเจ้าได้อย่างไร!”
แม่ทัพจากส่วนอื่นเองต่างก็ลุกขึ้นมาร่วมประณาม
“แม่ทัพน้อยเมิ่ง เรื่องนี่นับว่าเจ้าเป็นคนผิดจริง ๆ ถึงแม้ว่าหลายสิบคนนั่นจะทำความผิด ก็ควรจะนำตัวพวกเขากลับมาให้แม่ทัพซุนลงโทษ เจ้าลงโทษเป็นการส่วนตัว ทั้งยังลงโทษหนักถึงเพียงนี้...”
แม่ทัพซุนโกรธจนยั้งอารมณ์ไว้ไม่ได้ “ไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว! พวกเรากองทัพใต้ได้รับพระบัญชาให้มาเป็นกำลังหนุน เจ้าเห็นพวกเราเป็นตัวอะไรกัน? ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นหมาที่เชื่อฟังเหมือนกองทัพเหนือของเจ้ากันหมด! กฎของเจ้า ไม่ใช่กฎที่พวกเรากองทัพใต้จะต้องปฏิบัติตาม!”
แม่ทัพเมิ่งมีใจปกป้องราษฎร์จึงพูดอย่างเคร่งขรึมว่า
“ทุกท่าน เมิ่งสิงโจวได้รับพระบัญชาให้มีอำนาจสั่งการทหารทั้งหมด จึงมีอำนาจในการสั่งลงโทษ คนเหล่านั้นทำผิดกฎทหาร ทั้งยังทำคนตายไปหนึ่งคน ข้าคิดว่าเมิ่งสิงโจวไม่มีความผิด”
เมื่อได้ยินดังนั้น แม่ทัพซุนก็ตะโกนด้วยความโมโห
“เมิ่งฉวี! ตามใจบุตรมากไปเป็นการทำร้ายเขา! ไม่ช้าก็เร็วเจ้าจะต้องเสียใจ!
“มิน่าล่ะถึงมีคนมากมายต้องการชีวิตลูกชายเจ้า อยากให้เจ้าตายโดยไร้บุตรหลาน ไม่มีคนจัดงานศพให้!”
ตูม!
เฟิ่งจิ่วเหยียนใช้เท้าเดียวถีบแม่ทัพซุนนั่นจนกระเด็น ทำเอาคนทั้งหมดตกตะลึงกลัว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...