เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 222

ณ จวนตระกูลเฟิ่ง

วันนี้นายท่านเฟิ่งรู้สึกสบายอกสบายใจเป็นอย่างมาก

ฮูหยินเฟิ่งที่ปรนนิบัติเขาเปลี่ยนชุดเอ่ยปากถาม

นายท่านเฟิ่งเห็นว่าภายในห้องไม่มีคนนอกจึงบอกนางเสียงเบา

“หลังจากนี้จิ่วเหยียนจะไม่กลับไปที่ชายแดนเหนืออีกแล้ว”

ฮูหยินเฟิ่งแปลกใจเป็นอย่างมาก

“เพราะเหตุใด?”

นายท่านเฟิ่งเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงวันนี้ให้ฮูหยินเฟิ่งฟัง

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจเป็นอย่างมาก

“เป็นเช่นนี้ดียิ่ง แบบนี้พวกเราก็นอนหลับได้สบายไม่ต้องคอยกังวลอีกต่อแล้ว!”

ฮูหยินเฟิ่งกลับไม่ยิ้มออกมา

นางรู้สึกเป็นกังวลมากกว่า

เวลาแบบนี้ในใจจิ่วเหยียนจะต้องรู้สึกไม่สบายใจเป็นแน่

วันรุ่งขึ้น

เวลาเช้าตรู่ เจียงผินก็มาคารวะยามเช้าที่ตำหนักหย่งเหอ

“ฮองเฮาเพคะ เมื่อวาน...โชคดีที่มีท่านให้ความช่วยเหลือ หม่อมฉันจึงไม่ถึงกับต้องตกเป็นเรื่องตลกในวังหลังแห่งนี้ ในตำหนักของหม่อมฉันไม่มีของมีค่าอะไร ทำได้เพียงนำของที่ฝ่าบาททรงพระราชทานให้มาถวาย ยืมดอกไม้ถวายพระเพื่อแสดงความขอบคุณเพคะ”

นับตั้งแต่หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ออกจากวังไป สถานการณ์ของนางสนมเจียงก็ลำบากเป็นอย่างมาก เหล่านางสนมทิ้งให้นางอยู่อย่างโดดเดี่ยว บางคนถึงขั้นนำความโกรธที่มีต่อหลิงเยี่ยนเอ๋อร์มาลงที่นางแทน

ด้วยเหตุนี้ วันนี้นางจึงมาทั้งเพื่อแสดงความซาบซึ้งในพระคุณต่อฮองเฮา ยังเพื่อมาขอการปกป้องจากฮองเฮาด้วย

แต่นางไม่รู้จะเอ่ยปากอย่างไรดี

ถึงอย่างไรนางก็เคยติดตามหลิงเยี่ยนเอ๋อร์มาก่อน

แล้วหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ก็เป็นศัตรูกับฮองเฮาเสียด้วย...

เจียงผินยืนอย่างไม่รู้จะวางมือไม้ไว้ที่ไหน นางก้มศีรษะลง แลดูไม่สูงศักดิ์ดั่งวันวาน

เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่มีความแค้นใดกับนาง จึงไม่คิดจะทำเรื่องอย่างการซ้ำเติม

“เรื่องของขวัญขอบคุณก็ช่างเถิด ข้าหาได้ขาดเหลือสิ่งใดไม่”

นางสนมเจียงถามอย่างหยั่งเชิง

“ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันสามารถมาขอรบกวนเรียนรู้ที่ตำหนักของท่านบ่อย ๆ เหมือนน้องนางสนมเจียได้หรือไม่เพคะ?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเหลือบตาขึ้นมอง แววตาเรียบเฉย

“แล้วแต่เจ้า”

แม้นางจะตอบกลับอย่างไม่แยแสเช่นนี้ ทว่านางสนมเจียงกลับดีอกดีใจราวกับได้รับชีวิตใหม่ก็ไม่ปาน

“ขอบพระทัยฮองเฮาเพคะ!”

ที่แท้ฮองเฮาก็แค่ดูเป็นคนเย็นชาเท่านั้นเอง

......

อีกด้านหนึ่ง หลังจากหนิงเฟยตื่นขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ก็ตรงไปที่ตำหนักฉือหนิง

ไทเฮาทรงตรัสอย่างไม่เดือดร้อนใจว่า

“งานเลี้ยงเหล่าแม่ทัพครานี้เจ้าทุ่มเทความคิดไปมากมาย แม้แต่นางสนมเจียงก็ยังได้รับพระราชทานรางวัล แต่เจ้ากลับไม่ได้อะไรเลย? ซิ่วหว่าน เจ้ายอมได้หรือ?”

หนิงเฟยเม้มริมฝีปาก จิตใจสับสนวุ่นวาย

เพียงไม่นาน น้ำตาแห่งความอัปยศไม่ยินยอมก็หยดลงมา

“ท่านป้า จะไม่มี...ครั้งต่อไปแน่นอนเพคะ”

ทั้งหมดเป็นเพราะฮองเฮา!

ฮองเฮาทำให้นางสนมเจียงได้มีโอกาสโดดเด่นถึงเพียงนี้

ไทเฮามองหลานสาวจากตระกูลของตนก็รู้ได้ว่านางคิดอะไรอยู่ จึงทอดถอนใจอย่างไร้เสียง

“ศัตรูที่แข็งแกร่งร่วมมือกันยากที่จะต่อกร หลักการนี้เหตุใดเจ้าจึงยังไม่เข้าใจอีก? เอาเถิด ข้าเหนื่อยแล้ว เจ้าไปเถอะ”

“ท่านป้า...”

“ออกไปซะ!” เรื่องครานี้ไทเฮาทรงผิดหวังอย่างที่สุด

มู่หรงฉานกุมหนิงเฟยอยู่หมัดได้ถึงเจ็ดส่วนอย่างสบาย ๆ

“หม่อมฉันวาดภาพไว้ภาพหนึ่ง ที่ผ่านมาไม่อาจหาผู้เหมาะสมมาลงลายมือชื่อได้มาตลอด ท่านพี่พอจะช่วยเขียนตัวอักษรล้ำค่าให้ได้หรือไม่เพคะ?”

หนิงเฟยได้รับความเย็นชาจากฮองเฮา แต่เมื่ออยู่กับมู่หรงฉานกลับได้รับความเคารพยกย่อง

ภายนอกนางแสร้งแสดงท่าทีเป็นไม่ใส่ใจ

“ไม่ใช่ทุกภาพที่จะเข้าตาข้าหรอกนะ”

ขอเพียงไม่ใช่คำปฏิเสธโดยตรง ก็นับว่าหนิงเฟยติดกับนางแล้ว

รอยยิ้มของมู่หรงฉานอ่อนโยนดุจสายน้ำ ทว่าเบื้องลึกในสายตากลับซ่อนความเฉลียวฉลาดไว้

ในงานเลี้ยงของเหล่าแม่ทัพ ฮ่องเต้และฮองเฮาทรงมีความสนิทสนมและความรู้ใจแบบหนึ่งที่คนนอกไม่อาจแทรกแซงได้ ทั้งยังถึงขนาดพูดเรื่องทายาทด้วยกันอีกด้วย

หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป สถานการณ์คงไปไกลเกินกว่าที่นางจะควบคุมได้แล้ว

นางจะต้องช่วยดึงหนิงเฟยขึ้นมา ถึงจะสามารถต่อต้านฮองเฮาได้

......

เรื่องที่แม่ทัพน้อยเมิ่งเป็นสตรีนั้นผ่านไปยังไม่ถึงหนึ่งวันดี คนในเมืองหลวงต่างก็รู้กันหมด

เหล่าสตรีที่เดิมชื่นชมเขาล้วนอกหักกันไปเป็นแถบ

ทว่าเรื่องที่แคว้นหนานฉีปรากฏแม่ทัพสตรีท่านหนึ่ง ก็กลายเป็นตำนานที่เหล่านักเล่าเรื่องทุกคนต่างเอามาเล่าขานกันอย่างมีสีสัน

เพียงไม่นานทุกตรอกซอกซอยก็ไม่มีใครที่ไม่พูดถึงแม่ทัพสตรีแห่งหนานฉีท่านนี้

คนที่มาโรงพักแรมหลวงเพื่อเยี่ยมเยือนเฉียวม่อต่างมากันอย่างไม่ขาดสาย

เมื่อเรื่องแม่ทัพหญิงแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง สตรีมากมายต่างเอาเฉียวม่อเป็นเยี่ยงอย่าง คนที่ไม่อาจเป็นเหมือนนางได้ก็กลายเป็นกลุ่มผู้ติดตาม ปฏิบัติตนอย่างซื่อสัตย์จริงใจตามนางอย่างเลื่อมใส

เมื่อเฉียวม่อเดินอยู่ข้างนอกก็มักจะมีประชาชนนำอาหารสดใหม่มาให้ เวลาพูดคุยกับนางล้วนแสดงความเคารพศรัทธา

เวลาสั้น ๆ เพียงสิบวัน

ทางด้านแม่ทัพเมิ่งและภรรยาที่อยู่ค่ายทหารเหนือก็ได้รับจดหมายจากเฟิ่งจิ่วเหยียน

----------------------------------------------

[1] ผู้ที่สอบผ่านและได้ตำแหน่งบัณฑิตระดับท้องถิ่นในสมัยโบราณ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย