คนที่เดินออกมาจากในเตียงผู้นั้นก็คือเฟิ่งจิ่วเหยียน
นางรออยู่นานแล้ว
ดาบในมือของนางพาดอยู่ที่คอด้านหน้าของบุคคลลึกลับผู้นั้นอย่างฉับพลัน มันแฝงไว้ด้วยเจตนาสังหาร
บุคคลลึกลับผู้นั้นนึกไม่ถึงว่าจะมีการซุ่มโจมตีอยู่ที่นี่ ร่างกายของเขากลับแข็งทื่อ
ภายในห้องมืดสนิท ไม่มีการจุดไฟ
เฟิ่งจิ่วเหยียนถือตะบันไฟด้วยมือข้างเดียว หลังจากเป่าจนเกิดเปลวไฟ ก็โยนมันไปจุดตะเกียงน้ำมันบนกำแพงอย่างแม่นยำ
ในที่สุดภายในห้องก็มีแสงสว่าง
ในตอนนั้นบุคคลลึกลับผู้นั้นคิดจะต่อสู้ คมดาบของเฟิ่งจิ่วเหยียนจึงขยับเข้าใกล้ ทำให้มีคราบเลือดจากรอยขีดตื้น ๆ บนคอของคนผู้นั้น นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“เจ้าเอาชนะข้าไม่ได้หรอก ศิษย์น้อง”
ใต้หน้ากากสีดำ เฉียวม่อเม้มริมฝีปากแน่น
เฟิ่งจิ่วเหยียนหวังว่าตนเองจะคาดเดาผิดนับครั้งไม่ถ้วน
ทว่านางมองเห็นดวงตาของบุคคลลึกลับผู้นี้ที่โผล่พ้นหน้ากากออกมา ในใจของนางรู้สึกหนาวเหน็บจนสุดขั้ว
แม้เฉียวม่อจะเชี่ยวชาญในการปลอมตัว ทว่าก็ไม่อาจเปลี่ยนรูปร่างของดวงตาได้
ดวงตาคู่นั้นนางเห็นก็รู้ได้ทันที
แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนเต็มไปด้วยความแค้น “จะให้ข้าฉีกหน้ากากของเจ้าด้วยมือข้าเองใช่หรือไม่”
ภายในห้องไม่มีบุคคลที่สาม
บุคคลลึกลับมองออกไปนอกห้อง ภายนอกไม่มีองครักษ์อยู่เลย
เขาอดหัวเราะเยาะตนเองไม่ได้
นี่เป็นกับดัก...
หลังจากสูดหายใจเข้า บุคคลลึกลับทำเหมือนจะยอมรับชะตากรรม เขายกมือที่สั่นไหวขึ้นมา
จากนั้นจึงถอดหน้ากากออก
เป็นเฉียวม่อจริง ๆ!
นางแสดงท่าทีเหมือนไร้ความผิดต่อเฟิ่งจิ่วเหยียน
“ศิษย์พี่ ข้าคิดถึงท่านมาก ข้าจึงคิดจะปลอมตัวเข้ามาในวัง เพื่อฉลองวันส่งท้ายปีเก่ากับท่าน
“ทว่าวังแห่งนี้ใหญ่โตเหลือเกิน ข้าจึงหลงทาง...”
นางยังคิดจะแก้ตัว เพราะคิดว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนจะเชื่อ
เฟิ่งจิ่วเหยียนยิ้มเยาะ
“เหตุใดเจ้าไม่ถามข้าบ้างว่า เหตุใดข้าถึงมาอยู่ในตำหนักจิ้งกุ้ยเหริน?”
มู่หรงฉานยินยอมให้ความร่วมมือ เพื่อจะได้จับตัวบุคคลลึกลับให้ได้
เริ่มจากหลายวันก่อน องครักษ์ของตำหนักฟางเฟยก็ได้ถูกโยกย้าย
คืนนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่า เฟิ่งจิ่วเหยียนคาดการณ์ว่า เฉียวม่อคงนึกว่ามู่หรงฉานรีรอไม่ยอมลงมือ จึงอาจจะมาเพิ่มเบี้ยเดิมพันอีก
ดังนั้นนางจึงให้องครักษ์เพียงไม่กี่คนเฝ้าอยู่ภายนอกตำหนัก ส่วนห้องโถงหลักด้านนี้ไม่ได้จัดให้มีองครักษ์คอยเฝ้าเลย
เฉียวม่อก็รู้สึกแปลกใจ จึงไม่รู้สึกกังวลว่าจะถูกจับ
“หากเจ้าหวังให้ข้ามีชีวิตที่ดีด้วยใจจริง เจ้าจะไม่ทำร้ายข้า
“ที่บอกว่าข้ากับฮ่องเต้มีความรักต่อกัน ข้าพูดเพื่อโกหกเจ้า
“มิเช่นนั้น ข้าจะจับตัวเจ้าด้วยมือข้าเองได้อย่างไร
“เจ้าบอกว่าเจ้าไม่มีความผิด ถ้าเช่นนั้นมาดูจดหมายที่เจ้าส่งให้จิ้งกุ้ยเหริน ในนั้นเขียนว่าอย่างไรบ้าง!”
“ฮ่า...” เฉียวม่อพลันหัวเราะ
นางก้มหน้า เสียงหัวเราะชวนให้ขนลุก
จากนั้นนางเงยหน้าขึ้นช้า ๆ มองไปทางเฟิ่งจิ่วเหยียน แววตาราวกับบริสุทธิ์ไร้ความผิด นางกระพริบตา แววตากลับเต็มไปด้วยการกล่าวโทษ
“ศิษย์พี่ ท่านโกหกข้าได้อย่างไร?
“ให้ตายสิ ข้าเชื่อไปแล้วจริง ๆ”
ในขณะนั้น เฉียวม่อราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน
เมื่อก่อนนางเป็นคนขี้กลัวและว่านอนสอนง่าย ทว่าตอนนี้ราวกับถูกวิญญาณแห่งความปรารถนาเข้าสิง ในดวงตาส่องประกายแสงสีเขียวพร้อมจะกลืนกิน
“ในเมื่อถูกท่านจับได้แล้ว ข้าก็ไม่มีสิ่งใดจะพูด ถูกต้องแล้ว ข้าทำเองทั้งหมด!”
เมื่อได้ยินนางรับสารภาพ เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งตัว
ในใจรู้สึกเศร้าหมอง
นางถามตัวเองว่าเคยทำไม่ดีกับเฉียวม่อหรือไม่
ทว่าเฉียวม่อกลับทำร้ายนางจนแสนสาหัส!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...