เฟิ่งจิ่วเหยียนหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมา
มู่หรงฉานมองตามจดหมายฉบับนั้นโดยไม่คลาดสายตา
“เจ้าดูเองเถอะ” เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
มู่หรงฉานค่อย ๆ ก้าวมาข้างหน้า นางเปิดจดหมายออกดู ในนั้นเป็นหลักฐานความผิดของบิดาจริง ๆ
ในใจของนางรู้สึกว้าวุ่น แต่สีหน้ายังคงสงบนิ่ง
นางรีบพับจดหมายฉบับนั้นเก็บ และวางกลับคืนที่เดิม พร้อมกลับมานั่งลงตามเดิม
นางกระวนกระวายใจ
จดหมายฉบับนี้ บางทีอาจจะเป็นของปลอมก็ได้
ทว่านางเคยทำผิดพลาดมาครั้งหนึ่ง ทำให้พี่ชายของนางต้องตาย นางจึงไม่อาจเห็นบิดาต้องมาเกิดเรื่องขึ้นอีก...
มู่หรงฉานกำลังจะเอ่ยขึ้น ทว่ากลับเห็นฮองเฮานำจดหมายฉบับนั้นจ่อที่ตะเกียงน้ำมัน
ทันทีที่มุมจดหมายข้างหนึ่งติดไฟ เปลวไฟก็ลุกลามอย่างเร็ว จดหมายทั้งฉบับถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
มู่หรงฉานตกใจอย่างมาก
นางลุกขึ้นพรวดพราดโดยไม่รู้ตัว
“ฮองเฮา!”
นางไม่เข้าใจว่า ฮองเฮาทำเช่นนี้มีจุดประสงค์ใด
เฟิ่งจิ่วเหยียนเผาจดหมายฉบับนั้นเสร็จ นางเหลือบดูมู่หรงฉานอย่างใจเย็น
“ข้าบอกเจ้าตามตรง ตอนแรกข้าจัดการกับหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ได้ ข้าก็ไหว้วานบุคคลลึกลับผู้นั้น
“เขาเป็นคนนำหลักฐานความผิดทั้งหมดของหลิงเยี่ยนเอ๋อร์---มามอบให้กับข้า”
ม่านตาของมู่หรงฉานพลันสั่นไหว
“ที่แท้ท่านก็ติดต่อกับบุคคลลึกลับผู้นั้นมาแต่แรกแล้วใช่หรือไม่ แต่เหตุใดท่านถึงมาบอกข้า...”
น้ำเสียงของเฟิ่งจิ่วเหยียนฟังดูเหมือนอัดอั้น
“ตอนแรก ข้าก็เลือกทำแบบเดียวกับเจ้า ยอมเป็นหมากให้กับบุรุษลึกลับผู้นั้น
“ผลสุดท้ายกลับกลายเป็นถูกเขาควบคุมมาโดยตลอด ความลับทั้งหมดถูกเขาขุดคุ้ยขึ้นมาจนหมด”
ขณะที่พูดนางเหลือบไปมองมู่หรงฉาน สายตานั้นดูดุดันและเยือกเย็น
“เจ้ามีความลับอันใดที่ต้องเก็บงำไว้ และไม่กล้าบอกผู้อื่นหรือไม่ จงระวังไว้ หากเขารู้เจ้าไม่มีทางหนีพ้นเป็นแน่”
มู่หรงฉานรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาทันที
ราวกับว่ามีดวงตาคู่หนึ่งอยู่ในที่ลับจับจ้องมาที่นาง
นางบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ ไม่แสดงความกลัวต่อหน้าเฟิ่งจิ่วเหยียน
“ฮองเฮา หม่อมฉันบริสุทธิ์ และไม่มีสิ่งใดต้องกลัว”
จากนั้น นางเอ่ยต่อ
“ทว่าฮองเฮาเพิ่งจะเผาจดหมายฉบับนั้น หม่อมฉันจึงต้องคืนให้ท่านหนึ่งฉบับ ถึงจะไม่เป็นการเสียมารยาท”
มู่หรงฉานรักษาคำพูด นางจึงรีบสั่งชิวหงให้ไปตำหนักฟางเฟย และนำจดหมายลับฉบับนั้นมาส่งมอบให้กับเฟิ่งจิ่วเหยียน
ขณะที่นางคิดว่าสามารถกลับตำหนักได้แล้ว พลันได้ยินฮองเฮาเอ่ยขึ้นว่า
“จิ้งกุ้ยเหริน เจ้าเต็มใจจะช่วยข้าอีกแรงในการจับคนชั่วผู้นั้นหรือไม่?”
มู่หรงฉานพลันหยุดชะงัก
หากสิ่งที่ฮองเฮาพูดเป็นความจริง บุคคลลึกลับผู้นั้นสามารถสืบรู้ความลับทั้งหมดของนางได้จริงๆ ทั้งยังมีหลักฐานที่แน่นหนาว่าบิดาของนางขายตำแหน่งทางการ ถ้าเช่นนั้นก็ต้องกำจัดเขาทิ้ง
มิเช่นนั้นหลักฐานความผิดเหล่านั้นจะต้องถูกส่งมาถึงฮ่องเต้ในไม่ช้า
ใบหน้าของเซียวอวี้ไม่มีความดีใจแม้แต่น้อย
เขาน้าวสายธนูจนสุด ลูกธนูดอกนั้นพุ่งออกไป ทว่าเป็นไม่บ่อยครั้งนักที่จะพลาดใจกลางเป้า
เมื่อรุ่ยอ๋องเห็นเช่นนั้น เขามีสีหน้าประหลาดใจ จึงถามทันทีว่า
“ฝ่าบาทมีเรื่องไม่สบายใจอันใดหรือไม่?”
“ไม่มี” สีหน้าของเซียวอวี้ดูหม่นหมอง พร้อมกับวางลูกธนูบนสายอีกดอก
วันส่งท้ายปีเก่าใกล้เข้ามา ฮองเฮาทรงตั้งครรภ์ จึงต้องอาศัยความช่วยเหลือจากหนิงเฟย ร่วมกันจัดงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าในครั้งนี้
หลายวันมานี้เซียวอวี้ไม่ได้ไปที่ตำหนักหย่งเหอ
เฟิ่งจิ่วเหยียนกลับรู้สึกสบายใจ
ไม่นานวันส่งท้ายปีเก่าก็มาถึง
ท่ามกลางเสียงประทัด ทั่วเมืองหลวงสว่างไสว
เหล่าสนมต่างอยู่กันที่งานเลี้ยง ส่วนเหล่าข้าหลวงของแต่ละตำหนักก็รวมตัวกันเพื่ออำลาปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ในวันนี้ บุญคุณความแค้นที่เคยมีพลันมลายหายไป
ยามค่ำคืนดอกไม้ไฟแตกกระจายอยู่เหนือพระราชวัง
ดอกไม้ไฟที่งดงามสว่างไสวดึงดูดสายตาของทุกคน พวกเขาตื่นตาตื่นใจกับพลุดอกไม้ไฟ ที่งดงามราวกับดอกไม้นับพันกำลังเบ่งบานในคืนที่ลมวสันตฤดูพัดผ่าน
ทว่าในขณะนั้น ตำหนักฟางเฟยที่การคุ้มกันหละหลวม มีเงาดำแอบแฝงเข้ามา
คนผู้นั้นเดินเข้าไปในห้องบรรทมราวกับรู้ลู่ทางเป็นอย่างดี ท่ามกลางความมืด เขาสอดจดหมายลับฉบับหนึ่งลงไปในหีบเครื่องประดับ
ขณะที่บุคคลลึกลับผู้นั้นเตรียมจะออกไป พลันมีคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากในเตียง
“เหตุใดต้องรีบไป”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...