เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 324

“เราไม่ยักรู้ว่า ที่ตำหนักเย็นแห่งนี้จะครึกครื้นถึงเพียงนี้ได้”

เซียวอวี้ทอดสายตามองฮองเฮาและนางสนมเจียงที่กำลังกอดกันกลม แววตาเยือกเย็นนิ่งสงบ

นางสนมเจียงถูกเขาขู่ขวัญเช่นนี้ ลืมสิ้นแล้วว่าควรจะร้องไห้ออกมาอย่างไร

นางผุดลุกขึ้นยืนในเสี้ยวพริบตา ยอบการถวายความเคารพอย่างลนลานวางมือวางไม้ไม่ถูก

“หม่อม…หม่อมฉัน ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเองก็หยัดกายลุกขึ้นมาเช่นกัน ยอมกายถวายความเคารพ

“ถวายบังคมฝ่าบาท!”

เซียวอวี้ตรงไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง สายตาทิ้งมองบนตัวนางสนมเจียง

“เป็นอะไรไป อยากจะมาเป็นสหายฮองเฮาอยู่ที่ตำหนักเย็นหรือ?”

ดวงตาทั้งสองข้างของนางสนมเจียงทั้งแดงและบวม เหมือนผลท้อในฤดูใบไม้ร่วง

นางผงกศีรษะตอบตามสัญชาตญาณ ทันใดนั้นก็รีบส่ายศีรษะปฏิเสธ

สายตาของเซียวอวี้ฉายประกายเยียบเย็น

“สรุปว่าอยากหรือไม่!”

นางสนมเจียงตกใจจนเข่าทรุด “ฟึ่บ” ลงไปกับพื้น

“ทูลฝ่าบาท หม่อมฉัน…หม่อมฉันขอฝ่าบาททรงเมตตา ให้ฮองเฮาได้ออกจากตำหนักเย็นด้วยเถิดเพคะ!”

เซียวอวี้แค่นเสียงเย็นเยียบออกมา พลางมองไปยังเฟิ่งจิ่วเหยียน

“เจ้าขอร้องอ้อนวอนถึงเพียงนี้ แต่ฮองเฮากลับดูไม่คล้ายว่าต้องการออกไปจากที่แห่งนี้”

นางสนมเจียงโพล่งออกมาทันควัน “จะเป็นไปได้อย่างไร?”

ใครที่ไหนเล่าจะยอมอยู่ที่ตำหนักเย็นด้วยความยินดี

เฟิ่งจิ่วเหยียนยืนขึ้น มิได้เปล่งเสียงตอบโต้หรือปฏิเสธ

เซียวอวี้เอ่ยกับนางสนมเจียงอีกครั้ง “ออกไป! หากไม่มีคำสั่งอนุญาตของเรา อย่าได้เข้ามาที่ตำหนักเย็นอีก!”

นางสนมเจียงรีบลาถอยออกไปทันใด ทว่าในใจเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้มกังวล

ออกมาถึงด้านนอกแล้ว นางพลันเกิดข้อกังขาขึ้นในใจ ฝ่าบาทเสด็จมาที่ตำหนักเย็นเพื่ออะไร?

ภายในตำหนัก

เหลียนซวงยกน้ำชามาถวายแล้ว

เซียวอวี้จิบหนึ่งคำ ขมฝาดจนเอาชีวิต

เขากระแทกจอกชาลงเสียงดัง “ปึง”

เหลียนซวงยืนปิดปากกลั้นหายใจ ไม่กล้าหายใจออกมาเสียงดัง

ฮ่องเต้ทรราชเสด็จมา ไม่มีทางเป็นเรื่องมงคลไปได้แน่…

จากนั้น เซียวอวี้เอ่ยปากขึ้นอย่างอึดอัด

“ที่แคว้นหนานฉีมีหินเซวียนอิงปรากฏขึ้น นับเป็นนิมิตหมายมงคลยิ่ง”

“ตามคำกล่าวของสำนักหอดูดาวหลวง เจ้ามีดวงชะตากำหนดให้เป็นฮองเฮา”

“เสด็จย่าไม่มีอคติต่อเจ้าแล้ว นับแต่วันนี้ เจ้าจงย้ายกลับไปที่ตำหนักหย่งเหอ กลับไปมีอำนาจปกครองวังหลังใหม่อีกครั้ง”

เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่รู้สึกยินดียินร้าย เพียงแต่กล่าวขอบพระทัยด้วยความเคารพนอบน้อม

ออกไปจากตำหนักเย็น หลังจากนี้หากนางคิดออกจากเขตวังหลวงไปก็มิได้สะดวกราบรื่นเพียงนั้นอีกแล้ว

ดูเหมือนว่า นี่คงถึงคราวจะต้องบอกลากับจางฉี่หยางแล้ว

อย่าว่าแต่เฟิ่งจิ่วเหยียนเลย แม้แต่เหลียนซวงยังตัดใจจากไปไม่ลง

ที่ตำหนักเย็นดีมากจริง ๆ นอกจากสภาพความเป็นอยู่จะลำบากไปบ้าง แต่ในใจไร้ซึ่งก้อนหินหนักอึ้งจำนวนมากคอยกดดัน จะทำอะไรก็รู้สึกผ่อนคลายกว่ามาก

เขามาถึงได้สองชั่วยามแล้ว ไทฮองไทเฮาไหว้พระสวดมนต์อยู่ตลอด ยืนจนขาชาไปหมดแล้ว ถึงได้พบพระพักตร์ไทฮองไทเฮาเสียที

จงใจให้เขาเป็นเหยื่ออารมณ์กันชัด ๆ

ทำงานในวังหลวง ก็ต้องรู้จักอดทนอดกลั้นยอมรับอารมณ์โทสะให้ได้

หลิวซื่อเหลียงยิ้มกว้าง ค้อมกายลงอย่างนอบน้อม

“ไทฮองไทเฮา ฝ่าบาททรงกตัญญูรู้คุณ เห็นน้ำพระทัยที่ท่านทรงเหน็ดเหนื่อยตรากตรำแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ไทฮองไทเฮาได้ยินแล้ว สีหน้าดูผ่อนคลายลงมากทีเดียว

ทว่านางไม่ใช่คนโง่เขลา

“พอเถิด ฝ่าบาทคราวนี้คงรังเกียจเดียดฉันท์ที่ข้าแก่เฒ่า ใช้การไม่ได้แล้วมากกว่า”

คิดจริงหรือว่านางจะไม่รู้ ว่าสิ่งที่สำนักหอดูดาวหลวงกล่าวไว้เมื่อเช้านั้น ล้วนเป็นสิ่งที่เขาชี้แนะไว้ล่วงหน้าทั้งสิ้น

ทว่า ในเมื่อเขาทุ่มเทใจถึงเพียงนี้แล้ว หากนางยังรั้นจะดื้อดึงต่อไปแบบนี้ ก็เกรงว่าเขาจะไม่ยอมคล้อยตามอีกแล้ว

ไทฮองไทเฮาเชิดปลายคางบอกใบ้บ่าวรับใช้ข้างกาย

“ไป นำตราประทับทองออกมา”

“เพคะ”

หลิวซื่อเหลียงรับตราประทับทองคำมาด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึง ไม่รอช้าก็รีบนำไปส่งที่ตำหนักหย่งเหอทันที

แต่ในยามนี้ ฮองเฮายังไม่ย้ายกลับมา

กลางดึก

เฟิ่งจิ่วเหยียนออกจากวังตามปกติ

จางฉี่หยางคอยนางอยู่ที่เดิม ครั้นมองเห็นนางแล้ว หัวคิ้วที่ขมวดแน่นพลันคลายลงทันที รอยยิ้มบนใบหน้าดูสดใสร่าเริงราวบุปผาผลิบาน

“ท่านอาจารย์!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย