เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 335

เหลียนซวงกลับเข้ามาในตำหนัก นางรีบทูลให้ฮองเฮาทรงทราบเรื่องที่ต้องเข้าร่วมบรรทม

เฟิ่งจิ่วเหยียนกำลังจัดเรียงอาวุธลับ เมื่อนางได้ยินเช่นนี้พลันขมวดคิ้ว

“หลิวซื่อเหลียงพูดรึ?”

เหลียนซวงส่ายหัว

“เขาไม่ได้พูดเช่นนั้น แต่เขาหมายความเช่นนั้นเพคะ

“เขายังบอกอีกว่า นอกจากหรงเฟยผู้ล่วงลับ ฝ่าบาททรงไม่เคยเรียกพระสนมคนใดจากวังหลังมาที่ตำหนักจื้อเฉินเลย...บ่าวได้ยินคำพูดนี้แล้วรู้สึกหวาดกลัวเพคะ

“ฮองเฮา คืนนี้ท่านต้องร่วมบรรทมจริงหรือเพคะ?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยด้วยท่าทีเรียบเฉย

“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวล ทว่าตอนนี้ยังมีเรื่องหนึ่งที่เจ้าต้องรีบไปทำ”

เหลียนซวงตั้งใจฟังคำสั่ง

เดิมทีคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญอันใด ผลสุดท้ายคือฮองเฮาแค่ให้นางนำยาเม็ดมาบดเป็นผง โดยบอกว่าเป็นยาเพื่อป้องกันมดแมลง

ทว่าช่วงเวลานี้ในวังก็ไม่มีแมลงมีพิษ งู หรือมด

ยามค่ำคืน

เฟิ่งจิ่วเหยียนมาถึงตำหนักจื้อเฉิน ขันทีผิวขาวเกลี้ยงเกลาผู้หนึ่งก็พานางเข้าไปด้านใน

ห้องบรรทมของฮ่องเต้ดูงดงามโอ่โถงกว่าห้องทั่ว ๆ ไป

จากประตูหลักเข้ามาถึงห้องโถงหลักจะปูพื้นด้วยอิฐหยกขาวรวมเก้าสิบเก้าก้อน

ตัวอักษรเคลือบทองคำว่า “ตำหนักจื้อเฉิน” นั้นดูเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ทั้งเผยให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของจักรพรรดิวัยหนุ่ม และความสุขุมน่าเกรงขามของจักรพรรดิวัยชรา

ห้องโถงหลักตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม รูปปั้นสัตว์บนสันหลังคาตรงมุมชายคาดูน่าเกรงขาม รูปมังกรและหงส์ที่แกะสลักบนเสากลมดูเสมือนจริง โดยเฉพาะมังกรที่ดวงตาเป็นประกายเฉียบคม ราวกับมังกรตัวจริงพันอยู่รอบเสา ทำให้คนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง

บนตัวของเฟิ่งจิ่วเหยียนห้อยถุงหอมอยู่ใบหนึ่ง

ในคืนที่มืดมิดไม่มีใครสังเกตเห็นว่า ถุงหอมใบนั้นปล่อยผงยาละเอียดออกมาตลอดทางที่นางเดินผ่าน

ผงยานี้สามารถจัดการกับแมลงมีพิษของหนานเจียงได้หลากหลายชนิด ซึ่งนางนำมาใช้รับมือกับหร่วนฝูอวี้โดยเฉพาะ

งานเลี้ยงในวังวันนี้ หร่วนฝูอวี้ลุกออกจากที่นั่งกลางคัน เป็นไปได้ว่านางอาจจจะทิ้งบางอย่างไว้ในวัง

เมื่อนึกถึงความไม่ชอบมาพากลของสตรีหนานเจียง เฟิ่งจิ่วเหยียนก็รู้สึกกังวลว่าพวกเขาจะพุ่งเป้ามาที่เซียวอวี้

ดังนั้นควรระแวดระวังไว้ดีกว่า ถึงแม้คืนนี้เซียวอวี้จะไม่ได้เรียกพบนาง นางก็คิดจะนำยาผงมาโรยที่นี่

......

เซียวอวี้นั่งอยู่บนเก้าอี้จักรพรรดิภายในห้องโถง เขานั่งหลังตรงดูสูงตระหง่านราวกับต้นสน ในมือข้างหนึ่งถือตำราม้วนไม้ไผ่ และอ่านมันอย่างตั้งใจ

ในเวลานี้เขาถอดชุดคลุมมังกรออกแล้ว และเปลี่ยนเป็นชุดลำลองสีม่วงเข้ม บนผมดำขลับใช้กวนหยกครอบรัดไว้อย่างหลวม ๆ

เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่คิดว่าเขาจะเรียกตนให้มาร่วมบรรทม

ทว่าตอนนี้ยังคาดเดาไม่ได้ว่าเขามีจุดประสงค์ใด

หลิวซื่อเหลียงคอยเตรียมหมึกพู่กันให้กับฮ่องเต้อยู่ด้านข้าง เขาเอ่ยเตือนด้วยเสียงปกติ

“ฝ่าบาท ฮองเฮาเสด็จมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันนึกขึ้นได้ว่า วันนี้เป็นวันเกิดของฮ่องเต้ ทว่านางกลับไม่ได้เตรียมของขวัญไว้ให้

เนื่องจากสองวันก่อนนางเพิ่งออกจากตำหนักเย็น จากนั้นก็ยุ่งอยู่กับการจัดเตรียมงานเลี้ยงในวังจนไม่มีเวลาทำสิ่งอื่น

นางพลันเงยหน้าขึ้นและทอดสายตามองไปทางเซียวอวี้---แววตาเยือกเย็นราวกับอยู่ในช่วงปลายสารทฤดู มีสายฝนมีสายลม

นางรีบก้มศีรษะและขอรับโทษ

“ฝ่าบาท หม่อมฉัน...”

“ลืมใช่หรือไม่” เซียวอวี้พูดแทนนางจนจบ

เฟิ่งจิ่วเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย

“เพคะ”

เขาเรียกนางมาซักถามเชิงตำหนิที่ตำหนักจื้อเฉินเพราะเรื่องนี้หรอกหรือ?

ในฐานะจักรพรรดิจะดูใจแคบไปสักหน่อย

ท่ามกลางความเงียบ บุรุษผู้นี้มองนางพร้อมกับถามว่า

“บอกมาว่าเราควรลงโทษเจ้าอย่างไร”

ทันใดนั้นเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันแทรกตัวเข้ามาตรงช่องว่างระหว่างเขากับโต๊ะทรงงาน โดยหันหน้าเข้าหาเขา ราวกับว่าจะโผเข้ากอด

นางกระทำการอย่างทันทีทันใดเช่นนี้

เซียวอวี้ตะลึงงันไปชั่วขณะ จนทำให้ตำราพิชัยสงครามในมือหล่นลงพื้น...

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย