ระยะห่างระหว่างโต๊ะทรงงานกับเก้าอี้พนักพิงนั้น สามารถรองรับจำนวนคนได้เพียงคนเดียวเท่านั้น
เฟิ่งจิ่วเหยียนที่หลังชนกับโต๊ะทรงงาน จึงได้หันมาประชันหน้ากับเซียวอวี้
เซียวอวี้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พนักพิง ร่างกายครึ่งบนยังคงนั่งหลังตรง
ทว่า...เขามิชอบความรู้สึกที่ต้องแหงนหน้าขึ้นไปมองนางเช่นนี้เลย
เขามิรู้ว่า เหตุใดนางถึงทำเช่นนี้
จู่ ๆ ก็พุ่งตัวเข้ามาหา...
หากว่าต้องการพุ่งตัวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดนั้น เหตุใดนางจึงยืนตัวตรงเช่นนั้น
เฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้คิดสิ่งใดมาก นางขยับเขยื้อนร่างกายของตนเองเล็กน้อย
นั่นเป็นเพราะ ด้านหลังบนโต๊ะทรงงานมีแมลงพิษรูปร่างคล้ายหนอนอยู่ตัวหนึ่ง
ลำตัวเล็ก มีสีน้ำตาล รูปร่างมิได้โดดเด่นมากนัก
นางที่รู้จักมักจี่กับหร่วนฝูอวี้มาก่อน เพียงพริบตาเดียวย่อมจดจำได้ในทันทีว่า มันคือ “แมงมุมพันร่าง”!
ดูเหมือนจะเป็นสัตว์ธรรมดาไร้พิษสง ทว่า หากมันได้เข้าสู่ร่างกายมนุษย์เมื่อใดนั้น มันจะแพร่พันธ์ออกมาอย่างรวดเร็ว จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ แพร่พันธ์ออกไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด
แมลงพวกนี้จักกัดกินอวัยวะภายใน ทั้งยังเกาะติดอยู่ในกระดูกมนุษย์ กัดกินจนกระทั่งเหลือเพียงหนังชิ้นสุดท้าย...
อันตรายเป็นอย่างยิ่ง!
ในช่วงเวลาหน้าสิวหน้าขวานเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงได้แต่เลือกวิธีที่รวดเร็วและว่องไวที่สุดเท่านั้น
ในขณะเดียวกัน นางใช้มือเพียงข้างเดียวอ้อมไปที่ด้านหลังเอวของตนเอง ก่อนจะสาดผงยาที่เหลืออยู่น้อยนิดออกไปโดยใช้กำลังภายในเพื่อโจมตี
แมงมุมพันร่างราวกับถูกสะกดร่างร่างนิ่งเอาไว้
เพียงพริบตาเดียวมันก็สิ้นใจตาย เพียงแค่ลมพัดผ่านร่างของแมงมุมก็หายไปราวกับไม่เคยมีอยู่
เฟิ่งจิ่วเหยียนที่เพิ่งกำจัดแมงมุมพันร่างบนโต๊ะทรงงานไปนั้น กลับสัมผัสได้ถึงความรุนแรงบางอย่างในทันที!
วงแขนอันแข็งแกร่งของบุรุษพลันเข้ามาโอบเอวของนางเอาไว้ พร้อมทั้งคว้าตัวของนางให้เข้าไปหาเขา
ร่างของเฟิ่งจิ่วเหยียนจึงถูกกระชากเข้าไปหาบุรุษที่อยู่ตรงหน้าในทันที...
พริบตาเดียว เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ได้สติกลับมา พร้อมทั้งรีบใช้สองมือวางไปที่อกของเขาเช่นนี้จึงสามารถหลีกเลี่ยงการปะทะอันรุนแรงไปได้
ทว่า ยังมิทันที่นางจะได้โล่งใจ ริมฝาปากบางก็เข้ามาประกบในทันที
ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเบิกโตขึ้น พลางสบตาเข้ากับดวงตาสีดำขลับของเซียวอวี้แทน แววตาที่สื่อถึงท่าทีเย้ยหยันออกมาด้วยความเย็นชา
……
ด้านนอกตำหนัก
หลิวซื่อเหลียงที่ในมือถือไม้ปัดฝุ่นเอาไว้นั้น พลางแหงนหน้ายืนนับดาวบนฟากฟ้าด้วยความเบื่อหน่าย
จู่ ๆ เฉินจี๋กลับปรากฏตัวขึ้นมา พลางรับเดินเข้าไปยังตำหนักด้านในด้วยท่าทีรีบร้อน
ยามที่หลิวซื่อเหลียงต้องการจะเอ่ยเตือนเขาว่าฮองเฮาอยู่ข้างใน
มือที่เฟิ่งจิ่วเหยียนกำลังกำเสื้อผ้าอาภรณ์อันงดงามของตนเองเอาไว้ตรงเอวจนมันยับยู่ยี่ หลังมือพลันมีเส้นเลือดปูดออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
นางวางสองมือเอาไว้บนไหล่ของบุรุษตรงหน้า ยามที่คิดจะใช้แรงผลักออกมานั้น
ทว่า ริมฝีปากทั้งสองที่แนบชิดสนิทกันทำเอานางแทบจะหายใจไม่ออก
นางจึงได้กัดฟัน กัดลงไปบนริมฝีปากของเขา
เซียวอวี้จึงให้โอกาสให้นางได้หายใจออกมา
ยามที่เฟิ่งจิ่วเหยียนคิดจะลุกขึ้นนั้น เขาก็ผลักร่างของนางให้หันกลับมา
ก่อนที่ร่างของนางจักนั่งอยู่บนขาของเขาพลางตกอยู่บนอ้อมกอดของเซียวอวี้ดังเดิม
คางของนางถูกจับเชิดขึ้น พร้อมทั้งมีเงาดำบางอย่างมาบดบังดวงตาของนางเอาไว้ ก่อนจะก้มลงมากัดที่ริมฝีปากของนาง...
ด้วยท่าทางเช่นนี้ นางจึงมิอาจผลักเขาออกไปได้อีก
ตำรากองทัพที่ตกอยู่บนพื้น ค่อย ๆ ถูกสายลมพัดเปลี่ยนหน้าตำราไปมาจนเกิดเสียงดัง
เฟิ่งจิ่วเหยียนที่ได้ยินเสียงดังมากมาย ทำเอาภายในใจของนางฟุ้งซ่านยิ่งนัก
จนนางส่งเสียงร้อง “อื้ม” ออกมา นั่นเป็นเพราะนางมิอาจควบคุมตนเองได้ ดวงตาเบิกโพลง ทั่วร่างพลันเกิดอาการเบาหวิว อ่อนแรงลงคล้ายกับตกไปอยู่บนเมฆก้อนใหญ่ จมลึกลงไปโดยไม่รู้ตัว...
เฟิ่งจิ่วเหยียนราวกับสูญเสียสติไปชั่วขณะ
แม้ว่าเซียวอวี้จะอุ้มนางขึ้น เพื่อเดินเข้าไปยังห้องบรรทมด้านใน ทั้งยังเดินผ่านเข้าไปในม่านยามที่จุมพิตกับนางอยู่ก็ตาม เฟิ่งจิ่วเหยียนหาได้รู้สึกตัวไม่ว่า อันตรายกำลังมาเยือนแล้ว...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...