เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 337

ทันทีที่เฟิ่งจิ่วเหยียนถูกวางลงบนเตียงนั้น นางก็ได้สติขึ้นมาในทันที

นางกัดลงไปที่ริมฝีปากของเซียวอวี้อีกครั้ง

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งราวกับกำลังกระตุ้นนาง พลางเรียกร้องให้นางใช้แรงกัดเพิ่มขึ้นไปอีก

เฟิ่งจิ่วเหยี่ยนใช้แรงผลักเขาออกมา ทำให้นางกลับสู่ห้วงของความเป็นจริงในทันที

เซียวอวี้ผละจากริมฝีปากของนาง พลางซุกไปที่ลำคอของเฟิ่งจิ่วเหยียนคล้ายกับว่าพยายามจะควบคุมอารมณ์บางอย่าง

หากแต่ลมหายใจอุ่น ๆ ยังคงอยู่ตรงนั้น

จมูกเรียวโด่งของเขาสัมผัสอยู่ที่ซอกคอของนาง ทำให้เฟิ่งจิ่วเหยียนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอันเร่าร้อนที่กำลังแผดเผานางได้ในทันที

นางพยายามออกแรงดันเขาอีกครั้ง เพื่อที่จะพยายามลุกขึ้นยืน

เสียงแหบแห้งของเซียวอวี้พลางเอ่ยที่ข้างหูของนางว่า

“จักอยู่ที่นี่หรือไม่?”

ที่นี่คือตำหนักจื้อเฉิน

แม้แต่หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ที่เขาเคยโปรดปราน นางก็หาได้เคยเหยียบย่างเข้ามาที่นี่ไม่

ที่เขาเอ่ยถามออกมาเช่นนี้ ก็เพื่อถามนางว่า อยากจะร่วมบรรทมกับเขาหรือไม่

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงรีบตอบออกมาในทันที

“หม่อมฉันต้องกลับไปแล้วเพคะ”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้ปฏิเสธออกไปตรง ๆ เพื่อป้องกันมิให้เซียวอวี้เคืองใจ

ความภาคภูมิใจของบุรุษนั้น บางทีสตรีก็มิอาจเข้าไปล่วงเกินได้ เพียงเพื่อป้องกันความภาคภูมิใจในตนเองนั้น เหล่าบุรุษล้วนไม่เกี่ยงวิธีที่จะรักษามันเอาไว้

เซียวอวี้หัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

หากแต่มีความเยือกเย็นแฝงอยู่ในน้ำเสียงหัวเราะนั้น

จากนั้น เซียวอวี้ใช้มือข้างเดียวยันตัวเองขึ้นมา ก่อนจะคุกเข่าลงบนเตียงด้วยเข่าข้างเดียว คล้ายกับขังนางเอาไว้ใต้เงาของเขาเช่นเดิม

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองดูเขาอย่างนิ่ง ๆ

หากแต่ภายใต้ความสงบนิ่ง กลับทำให้เซียวอวี้ร้อนรน

มุมปากของเซียวอวี้ที่เปรอะเปื้อนไปรอยเลือดสีแดง ที่เฟิ่งจิ่วเหยียนกัดลงไปเมื่อครู่

ทำเอาเขานึกกระหายเลือดออกมา

เซียวอวี้คว้ามือข้างหนึ่งของนางขึ้นมา ก่อนจะแบมือนางออกพร้อมก้มลงไปกัดระหว่างง่ามนิ้วมือในทันที

คล้ายกับว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดใด ๆ ใบหน้าของนางมิเปลี่ยนสี ทั้งเรียวคิ้วยังไม่ขมวดลงอีกด้วย

สายตาของเซียวอวี้ที่คล้ายกับเหยี่ยวนั้น กำลังจับจ้องมองนาง พลางกัดและดูดไปที่บริเวณมือของนาง

ปลายลิ้นห่อตัวขึ้นมา ก่อนจะเลียมันลงไป

ในเวลานั้น ปลายนิ้วของเฟิ่งจิ่วเหยียนคล้ายกับเกิดอาการชาออกมา

หากให้กล่าวออกมาตามตรง นางคิดว่าเซียวอวี้อาจจะป่วยก็เป็นได้

เขาเคยกล่าวว่าเขามิชอบนาง ต้องการลองใจนาง เพื่อต้องการที่จะรู้ว่านางรู้จักประมาณตนหรือไม่ หาได้คิดเป็นอื่นใด

ทว่า ในยามนี้เขาคิดทำอันใดอยู่?

เฟิ่งจิ่วเหยียนพยายามระงับความโกรธเกรี้ยวของตนเองเอาไว้

ไม่นานนัก เซียวอวี้ก็ปล่อยนาง

แววตาที่เจือไปด้วยความเย็นชา “ของขวัญของเรา เรารับมาแล้ว”

เพื่อเป็นการเฝ้าระมัดระวัง เขาจึงได้เรียกตัวฮองเฮามายังตำหนักจื้อเฉิน พลางสั่งให้เฉินจี๋ลอบเข้าไปในตำหนักหย่งเหอเพื่อทำการตรวจสอบ

ผู้คนในหนานเจียงต่างเชี่ยวชาญในการเลี้ยงแมลงมีพิษมากมาย ทั้งยังใช้หนอนพิษเหล่านั้นทำร้ายผู้คนอีกด้วย ทำให้ผู้เคราะห์ร้ายส่วนใหญ่ต่างก็รับมือได้ยาก

เดิมทีเซียวอวี้เพียงแค่นึกสงสัยเท่านั้น ในเมื่อเรื่องราวกระจ่างแจ้งออกมาแล้ว นั่นหมายความว่าสัญชาตญาณของเขาถูกต้อง

เฉินจี๋จึงเอ่ยอธิบายออกมาอีกว่า

“กระหม่อมเคยได้ยินมาจากในตำราว่า แมงมุมพันร่างตัวนี้สามารถแพร่พันธุ์ออกลูกออกหลานอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้เป็นร้อยเป็นพันตัวพ่ะย่ะค่ะ ทั้งยังสามารถกัดกินร่างกายของคนได้อีกด้วย นับว่ามีพิษร้ายแรงยิ่งนัก

“เนื่องจากมันมีขนาดเล็กมาก ผู้ที่มิได้ระวังตัวจากหนอนพิษเหล่านี้ ย่อมมิอาจสัมผัสได้ถึงอันตรายที่แฝงอยู่ในนั้น”

สายตาของเซียวอวี้พลันเผยความเย็นชาออกมาในทันที

หากเขามิคิดเฝ้าระวังเอาไว้ละก็ คืนนี้ฮองเฮาคงได้ถูกแมงมุมพันร่างทำร้ายไปแล้ว!

เซียวอวี้พลางเอ่ยสั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“กำจัดสตรีแห่งหนานเจียงผู้นั้นเสีย”

“พ่ะย่ะค่ะ!”

……

ยามจื่อ

ด้านนอกของโรงพักแรมนั้น เต็มไปด้วยชายชุดดำมากมายกำลังรวมตัวกัน

ผู้นำของกลุ่มชายชุดดำนั้นก็คือเฉินจี๋

ข้ารับใช้พลันเข้ามารายงานว่า “ราชทูตเหล่านั้นกำลังสลบไสลไปด้วยควันขอรับ!”

เฉินจี๋ส่งสัญญาณมือในทันที พร้อมทั้งเงาดำหมอบกายที่พุ่งตัวเข้าไปในโรงพักแรม “ฟึ่บฟึ่บ” พลางเข้าไปยังห้องที่หร่วนฝูอวี้อาศัยอยู่

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย