ทันทีที่เฟิ่งจิ่วเหยียนถูกวางลงบนเตียงนั้น นางก็ได้สติขึ้นมาในทันที
นางกัดลงไปที่ริมฝีปากของเซียวอวี้อีกครั้ง
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งราวกับกำลังกระตุ้นนาง พลางเรียกร้องให้นางใช้แรงกัดเพิ่มขึ้นไปอีก
เฟิ่งจิ่วเหยี่ยนใช้แรงผลักเขาออกมา ทำให้นางกลับสู่ห้วงของความเป็นจริงในทันที
เซียวอวี้ผละจากริมฝีปากของนาง พลางซุกไปที่ลำคอของเฟิ่งจิ่วเหยียนคล้ายกับว่าพยายามจะควบคุมอารมณ์บางอย่าง
หากแต่ลมหายใจอุ่น ๆ ยังคงอยู่ตรงนั้น
จมูกเรียวโด่งของเขาสัมผัสอยู่ที่ซอกคอของนาง ทำให้เฟิ่งจิ่วเหยียนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอันเร่าร้อนที่กำลังแผดเผานางได้ในทันที
นางพยายามออกแรงดันเขาอีกครั้ง เพื่อที่จะพยายามลุกขึ้นยืน
เสียงแหบแห้งของเซียวอวี้พลางเอ่ยที่ข้างหูของนางว่า
“จักอยู่ที่นี่หรือไม่?”
ที่นี่คือตำหนักจื้อเฉิน
แม้แต่หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ที่เขาเคยโปรดปราน นางก็หาได้เคยเหยียบย่างเข้ามาที่นี่ไม่
ที่เขาเอ่ยถามออกมาเช่นนี้ ก็เพื่อถามนางว่า อยากจะร่วมบรรทมกับเขาหรือไม่
เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงรีบตอบออกมาในทันที
“หม่อมฉันต้องกลับไปแล้วเพคะ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้ปฏิเสธออกไปตรง ๆ เพื่อป้องกันมิให้เซียวอวี้เคืองใจ
ความภาคภูมิใจของบุรุษนั้น บางทีสตรีก็มิอาจเข้าไปล่วงเกินได้ เพียงเพื่อป้องกันความภาคภูมิใจในตนเองนั้น เหล่าบุรุษล้วนไม่เกี่ยงวิธีที่จะรักษามันเอาไว้
เซียวอวี้หัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
หากแต่มีความเยือกเย็นแฝงอยู่ในน้ำเสียงหัวเราะนั้น
จากนั้น เซียวอวี้ใช้มือข้างเดียวยันตัวเองขึ้นมา ก่อนจะคุกเข่าลงบนเตียงด้วยเข่าข้างเดียว คล้ายกับขังนางเอาไว้ใต้เงาของเขาเช่นเดิม
เฟิ่งจิ่วเหยียนมองดูเขาอย่างนิ่ง ๆ
หากแต่ภายใต้ความสงบนิ่ง กลับทำให้เซียวอวี้ร้อนรน
มุมปากของเซียวอวี้ที่เปรอะเปื้อนไปรอยเลือดสีแดง ที่เฟิ่งจิ่วเหยียนกัดลงไปเมื่อครู่
ทำเอาเขานึกกระหายเลือดออกมา
เซียวอวี้คว้ามือข้างหนึ่งของนางขึ้นมา ก่อนจะแบมือนางออกพร้อมก้มลงไปกัดระหว่างง่ามนิ้วมือในทันที
คล้ายกับว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดใด ๆ ใบหน้าของนางมิเปลี่ยนสี ทั้งเรียวคิ้วยังไม่ขมวดลงอีกด้วย
สายตาของเซียวอวี้ที่คล้ายกับเหยี่ยวนั้น กำลังจับจ้องมองนาง พลางกัดและดูดไปที่บริเวณมือของนาง
ปลายลิ้นห่อตัวขึ้นมา ก่อนจะเลียมันลงไป
ในเวลานั้น ปลายนิ้วของเฟิ่งจิ่วเหยียนคล้ายกับเกิดอาการชาออกมา
หากให้กล่าวออกมาตามตรง นางคิดว่าเซียวอวี้อาจจะป่วยก็เป็นได้
เขาเคยกล่าวว่าเขามิชอบนาง ต้องการลองใจนาง เพื่อต้องการที่จะรู้ว่านางรู้จักประมาณตนหรือไม่ หาได้คิดเป็นอื่นใด
ทว่า ในยามนี้เขาคิดทำอันใดอยู่?
เฟิ่งจิ่วเหยียนพยายามระงับความโกรธเกรี้ยวของตนเองเอาไว้
ไม่นานนัก เซียวอวี้ก็ปล่อยนาง
แววตาที่เจือไปด้วยความเย็นชา “ของขวัญของเรา เรารับมาแล้ว”
เพื่อเป็นการเฝ้าระมัดระวัง เขาจึงได้เรียกตัวฮองเฮามายังตำหนักจื้อเฉิน พลางสั่งให้เฉินจี๋ลอบเข้าไปในตำหนักหย่งเหอเพื่อทำการตรวจสอบ
ผู้คนในหนานเจียงต่างเชี่ยวชาญในการเลี้ยงแมลงมีพิษมากมาย ทั้งยังใช้หนอนพิษเหล่านั้นทำร้ายผู้คนอีกด้วย ทำให้ผู้เคราะห์ร้ายส่วนใหญ่ต่างก็รับมือได้ยาก
เดิมทีเซียวอวี้เพียงแค่นึกสงสัยเท่านั้น ในเมื่อเรื่องราวกระจ่างแจ้งออกมาแล้ว นั่นหมายความว่าสัญชาตญาณของเขาถูกต้อง
เฉินจี๋จึงเอ่ยอธิบายออกมาอีกว่า
“กระหม่อมเคยได้ยินมาจากในตำราว่า แมงมุมพันร่างตัวนี้สามารถแพร่พันธุ์ออกลูกออกหลานอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้เป็นร้อยเป็นพันตัวพ่ะย่ะค่ะ ทั้งยังสามารถกัดกินร่างกายของคนได้อีกด้วย นับว่ามีพิษร้ายแรงยิ่งนัก
“เนื่องจากมันมีขนาดเล็กมาก ผู้ที่มิได้ระวังตัวจากหนอนพิษเหล่านี้ ย่อมมิอาจสัมผัสได้ถึงอันตรายที่แฝงอยู่ในนั้น”
สายตาของเซียวอวี้พลันเผยความเย็นชาออกมาในทันที
หากเขามิคิดเฝ้าระวังเอาไว้ละก็ คืนนี้ฮองเฮาคงได้ถูกแมงมุมพันร่างทำร้ายไปแล้ว!
เซียวอวี้พลางเอ่ยสั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
“กำจัดสตรีแห่งหนานเจียงผู้นั้นเสีย”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
……
ยามจื่อ
ด้านนอกของโรงพักแรมนั้น เต็มไปด้วยชายชุดดำมากมายกำลังรวมตัวกัน
ผู้นำของกลุ่มชายชุดดำนั้นก็คือเฉินจี๋
ข้ารับใช้พลันเข้ามารายงานว่า “ราชทูตเหล่านั้นกำลังสลบไสลไปด้วยควันขอรับ!”
เฉินจี๋ส่งสัญญาณมือในทันที พร้อมทั้งเงาดำหมอบกายที่พุ่งตัวเข้าไปในโรงพักแรม “ฟึ่บฟึ่บ” พลางเข้าไปยังห้องที่หร่วนฝูอวี้อาศัยอยู่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...