เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 339

เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเงยหน้าขึ้น พลางใช้สายตาเอ่ยห้ามปรามนาง

หร่วนฝูอวี้พลางทำท่าทีเหมือนรู้สึกผิดเมื่อถูกจับได้ พร้อมทั้งค่อย ๆ เอามือเปลี่ยนไปลูบไล้หน้ากากเหล็ก ราวกับว่าทำเช่นนี้คล้ายกับตนเองกำลังลูบใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่

“หนาวยิ่งนัก…ให้ข้า…ได้เห็นใบหน้าของเจ้า ได้หรือไม่?”

ถึงแม้ว่านางจะทำตัวไร้เหตุผลไปบ้าง ทว่า นางกลับรู้จักวางตัวยิ่งนัก

ไม่ว่านางจะทะเลาะกับซูฮ่วนเช่นไร เขามิเคยโกรธนางเป็นจริงเป็นจังเลยสักครั้ง ทั้งยังมิเคยตัดขาดความสัมพันธ์กับนางอีกด้วย ทว่า หากนางล่วงเกินกฎของซูฮ่วนโดยการถอดหน้ากากของเขาออกมาละก็ มิตรภาพระหว่างพวกนางก็จะสิ้นสุดลง

เฟิ่งจิ่วเหยียนมิตอบ หากแต่ตั้งหน้าตั้งตาทำแผลให้หร่วนฝูอวี้เช่นเดิม

หร่วนฝูอวี้ที่กำลังภายในฟื้นคืนมาส่วนหนึ่งนั้น จึงเริ่มเอ่ยวาจาแทะโลมออกมาว่า

“เจ้าที่เห็นเรือนร่างของข้าเช่นนี้แล้ว เจ้าจักรับผิดชอบอย่างไร”

เฟิ่งจิ่วเหยียนหันกายกลับมาล้างมือ พลางเอ่ยขึ้นมาว่า

“ข้าได้ยินว่าเจ้าจักแต่งเข้ามาเป็นสนม”

หร่วนฝูอวี้พลางเอ่ยถามกลับด้วยรอยยิ้มล้อเลียนว่า

“อะไรกัน เจ้าหึงงั้นรึ?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนหันกลับมามองนางด้วยความเย็นชา ในแววตาของนางนั้นหาได้มีความอาทรต่อความสัมพันธ์ชายหญิงไม่

“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?”

หร่วนฝูอวี้ได้แต่ยิ้มเจือน ๆ ออกมา

“ซูฮ่วน เจ้าช่างไร้จิตใจยิ่งนัก

“ข้าจักบอกเจ้าตามตรง ใช่ ข้าเกือบจักได้เข้าไปเป็นสนมในวังแล้ว

“แต่เป็นเพราะเจ้า ข้าจึงกลับใจ

“ข้ายอมเป็นผู้ที่ทรยศต่อเผ่าพันธุ์ตนเอง เพื่อมาอยู่กับเจ้า นักฆ่าที่มาในคืนนี้ เกรงว่าจะเป็นของเหล่าผู้เฒ่าในเผ่าที่สั่งให้มาสังหารข้ากระมัง เจ้าดูสิ ข้ามิมีบ้านให้กลับไปอีกแล้ว น้องชาย เจ้ามิอาจมิเอาข้าได้…”

หร่วนฝูอวี้จ้องมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยท่าทีน่าสงสาร สายตาเต็มไปด้วยความรักใคร่

เฟิ่งจิ่วเหยียนที่กำลังล้างมืออยู่นั้น นางใช้ผ้าเช็ดมือให้แห้ง ด้วยท่วงท่ามิช้ามิเร็ว สื่อให้เห็นถึงท่าทีสงบและผ่อนคลายออกมา

เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยถามออกมาตามตรงว่า

“พวกเขาให้เจ้าแต่งเข้าวังไปทำไมกัน เพื่อสังหารฮ่องเต้งั้นหรือ?”

กลิ่นคาวเลือดภายในห้องยังมิทันจางหาย

สายตาของหร่วนฝูอวี้พลันเจือไปด้วยความเย็นชา พลางจ้องมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียน

“เจ้ารู้ได้อย่างไร?”

หร่วนฝูอวี้รู้สึกผิดยิ่งนัก

นั่นเป็นเพราะ ซูฮ่วนเป็นคนที่จงรักภักดี มิเคยที่คิดคดทรยศต่อแว่นแคว้นของตนเอง

เมื่อเห็นว่าตนเองมิอาจปกปิดความลับได้อีกนั้น นางจึงเอ่ยออกมาว่า

“ซูฮ่วน เจ้าอย่าโทษข้าเลย

“เป็นเพราะเหล่าผู้เฒ่าภายในเผ่าที่ต้องการสังหารฮ่องเต้แห่งแคว้นหนานฉี”

เฟิ่งจิ่วเหยียนก็พอจะคาดเดาได้เช่นกัน

นางเอ่ยถามด้วยท่าทีเฉยเมยว่า

“เพราะเหตุใดเล่า?”

ใบหน้าของหร่วนฝูอวี้พลันปรากฏรอยยิ้มแห่งความเย้นหยันออกมา

“ในช่วงสองปีที่ผ่านมา กำลังทหารจากแคว้นหนานฉีบุกเข้ามาโจมตีหนานเจียงไม่หยุดไม่หย่อน จับสตรีในเผ่ามากมายให้เป็นไปเป็นนางบำเรอ ทั้งยังสังหารบุรุษในเผ่าไปไม่น้อย ทว่า ฮ่องเต้แคว้นเจ้า เดิมทีก็มีชื่อเสียงฉาวโฉ่อยู่แล้ว หากมิสังหารเขาให้ไปสังหารผู้ใดเล่า?

“ ซูฮ่วน เจ้าเองก็เป็นคนดีมีเมตตา

“ฮ่องเต้สุนัขเช่นนั้น เจ้ามิอาจทรยศต่อเขาเลยหรือ!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกว่า

“มิอาจสังหารเขาได้”

“ค่าเช่าห้องข้าจ่ายไปแล้ว สองสามวันนี้เจ้าก็พักฟื้นอยู่ที่นี่ไปก่อน”

หร่วนฝูอวี้ราวกับเพิ่งรู้สึกได้ถึงอาการปวดจากบาดแผลขึ้นมา

“เจ้าจะไปแล้วหรือ? เจ้าไม่อยู่เป็นเพื่อนข้าหน่อยหรือ?”

“อื้ม หากเจ้ามีเรื่องอะไรอยากจะมาหาข้าละก็ ส่งคนไปส่งข่าวที่ร้านรับจำนำผิงอันเสีย” เมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนพูดจบ นางก็จากไปในทันที หาได้มีท่าทีอาลัยอาวรณ์ใด ๆ ไม่

หร่วนฝูอวี้พลางหันหน้าไปมองที่ประตูอยู่นาน พลางซ่อนกลิ่นอายสังหารของตนเองเอาไว้

เหตุใดนางถึงรู้สึกว่า ซูฮ่วนกำลังซ่อนใครบางคนเอาไว้อยู่?

รอยฟันเช่นนั้น จักเป็นรอยสุนัขไปได้อย่างไร?

เพียงแค่นางมองดูก็สามารถแยกแยะได้ นางมิได้ตาบอด!

ผู้ใดกล้าแตะต้องบุรุษของนางละก็? รอนางหายดีเมื่อไหร่ นางจักต้องกระชากหน้ากากของนังสารเลวผู้นั้นออกมาให้ได้!

ขณะเดียวกัน ภายในตำหนักจื้อเฉินนั้น

กลางดึกเช่นนี้ เซียวอวี้ยังคงนั่งอ่านฎีกาอยู่บนโต๊ะทรงงาน จู่ ๆ พลันรู้สึกได้ถึงลมเย็น ๆ ที่พัดผ่านเข้ามาในทันที

ไม่นานนัก เฉินจี๋ก็กลับเข้ามา

“ทูลฝ่าบาท สตรีแห่งหนานเจียงถูกคนมาช่วยเหลือเอาไว้ได้พ่ะย่ะค่ะ!”

เซียวอวี้พลันแผ่กลิ่นอายความเย็นชาออกมาในทันที

“ผู้ใดช่วยนางเอาไว้กัน”

“กระหม่อมมองเห็นได้ไม่ชัด ทว่า กระหม่อมได้ไปทำการสืบความฐานะของสตรีแห่งหนานเจียงผู้นั้นมาแล้ว นางเป็นคนรักของซูฮ่วนพ่ะย่ะค่ะ ‘เทพเซียนแห่งความชั่วร้าย’ หร่วนฝูอวี้ กระหม่อมจึงเดาว่า ผู้ที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้ บางทีอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับซูฮ่วน”

เซียวอวี้พลันใช้ปากกาสีชาดเขียนคำว่า “ฆ่า” ลงไปบนฎีกาในทันที

พลางเอ่ยออกมาด้วยท่าทีติดเกียจคร้านว่า

“สืบหา”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย