เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 350

เฟิ่งจิ่วเหยียนที่กำลังตรวจสอบศพของสายลับอย่างละเอียดนั้น พลันพบรอยสักเล็ก ๆ ที่ด้านในของแขนเขา

หากมองผ่าน ๆ มิได้สังเกตนั้นย่อมคิดว่าเป็นปาน

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงวาดลวดลายรอยสักนั้นบนกระดาษในทันที มันคล้ายกับรูปร่างของอสรพิษที่กำลังขดตัว

ลวดลายนี้ ราวกับนางเคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน

หากแต่นางจำมิได้แล้ว

หลังจากที่สอบถามจากทุกฝ่ายแล้วนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่านี่คือสัญลักษณ์เดิมของแคว้นจ้าว

แคว้นจ้าวนั้นตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแคว้นหนานฉี หลังจากประวัติศาสตร์ผ่านพ้นไปกว่าสิบชั่วอายุคนนั้น สัญลักษณ์เดิมของแคว้นจึงค่อย ๆ เปลี่ยนไป

ผู้ที่ยังคงรักษาสัญลักษณ์เดิมเอาไว้นั้นก็คือจิ้งอ๋องแห่งแคว้นจ้าวที่แตกแยกออกมา

“รองผู้นำพันธมิตรขอรับ เมื่อมองดูเช่นนี้แล้ว สายลับผู้นี้ย่อมเป็นคนของแคว้นจ้าวอย่างแน่นอน!” เถ้าแก่ร้านรับจำนำผิงอันพลางเอ่ยออกมาด้วยท่าทีโล่งใจ

นับว่าสายตาเฉียบคมมีแววยิ่งนัก

นั่นเป็นเพราะสายตาของรองผู้นำพันธมิตรที่มีความเฉียบคม

หากเป็นสายตาของเฒ่าชราเช่นเขาละก็ คงมิมีทางหาเจออย่างแน่นอน

เมื่อมีเบาะแสแล้วนั้น เรื่องราวก็สามารถจัดการได้ง่ายขึ้น

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงบึ่งม้าขี่ไปทางทิศตะวันออกของแคว้นในทันที

……

สองวันต่อมา

ณ โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเขตชานเมืองของเมืองหลวง

เมื่อเฉินจี๋ผลักประตูเข้าไปข้างในแล้วนั้น เขาก็ทำความเคารพฝ่าบาทที่ประทับอยู่ข้างในในทันที

“นายท่าน ยังมิมีข่าวคราวอันใดจากร้านรับจำนำผิงอันเลยขอรับ”

เซียวอวี้ที่ยืนเอามือไพล่หลังอยู่ข้างหน้าต่างนั้น พลางเหม่อมองดูภูเขาและแม่น้ำที่ทอดยาวออกไปไกล ด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม

“รอ”

เฉินจี๋กล่าวออกมาด้วยท่าทีเป็นกังวลว่า

“กระหม่อมกลัวว่า แม้แต่ซูฮ่วนเองก็อาจจะหามิพบ”

“มีข่าวจากคนของเราบ้างหรือไม่?” เซียวอวี้ยังคงเหม่อมองออกไปข้างนอก

เฉินจี๋ได้ส่ายหัวไปมา

“ยังไม่มีขอรับ”

พวกเขาสั่งกระจายกำลังคนออกไปตามหาเช่นนั้น มิต่างอันใดกับการหว่านแห

หากต้องการจะได้ข้อมูลที่แท้จริง ย่อมเป็นเรื่องยาก

เซียวอวี้เงียบอยู่ครู่หนึ่ง พลางปล่อยให้สายลมพัดผ่านจนผมปลิวสยายไปมา

นัยน์ตาที่มิต่างอันใดกับเหมันตฤดูที่หนาวเย็น

ไม่นานนัก เซียวอวี้พลางออกคำสั่ง

“เรียกตัวรุ่ยอ๋อง ท่านแม่ทัพหลี่มา”

แผนที่ป้องกันแคว้นที่หายไปนั้น จำเป็นต้องไปกู้คืนกลับมาให้จงได้ ทั้งยังต้องเตรียมพร้อมกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นอีกด้วย

หากมิอาจตามกลับมาได้จริง ๆ นั้น หนานฉีก็มิสามารถเกิดปัญหาภายในขึ้นมาได้เช่นกัน

หลังจากนั้นครึ่งชั่วยาม

ทั้งรุ่ยอ๋องและแม่ทัพหลี่ก็เดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมในทันที

หลังจากที่พวกเขารู้ว่าแผนที่ป้องกันประเทศหายไปนั้น ต่างก็ตกตะลึงไปในทันที

เส้นผมของท่านแม่ทัพหลี่ที่กลายเป็นสีดอกเลาแล้วนั้น ใบหน้ายังมีอาการซีดเผือดขึ้นมา

รุ่ยอ๋องจึงได้แต่พยักหน้าให้กำลังใจเขา

สถานการณ์ที่ตึงเครียดในปัจจุบันนั้น ทำให้พวกเขามิมีทางเลือกอื่นใดให้เอ่ยปฏิเสธออกมา

ปลายเดือนสองเช่นนี้ เมืองหลวงเริ่มมีฝนตกโปรยปรายลงมาแล้ว

สายฝนปรอย ๆ ที่ตกลงมานั้น ทำให้ผู้คนนึกรู้สึกเบื่อหน่ายยิ่งนัก

ทว่า เมื่อเข้าสู่ยามราตรี สายฝนกลับทวีคูณความรุนแรงขึ้นมา

เม็ดฝนที่ตกลงมากระทบบนหน้าต่างนั้น ทำเอาผู้คนยากที่ข่มตานอนหลับลงไปได้

พวกเขาสามคนที่อยู่ในห้องเดียวกันนั้น หากฝ่าบาทมิยอมบรรทม ทั้งรุ่ยอ๋องและท่านแม่ทัพหลี่จักไปกล้าข่มตานอนได้อย่างไรกัน

ยิ่งไปกว่านั้น หนานฉีที่กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตอันตรายเช่นนี้ พวกเขาย่อมมิกล้าพักผ่อนเลยแม้แต่น้อย ทำได้แต่ปรับเปลี่ยนแผนที่ป้องกันแคว้นอย่างไม่หยุดมือ

ยิ่งกลางดึก สายฝนพลันตกลงมามิต่างกับสายน้ำที่ไหลหลาก

เซียวอวี้เริ่มนึกลังเลใจขึ้นมา – เขาให้เวลาซูฮ่วนเพียงแค่ห้าวันเท่านั้น มันกระชั้นชิดไปหรือไม่?

แม้แต่ฝนก็ตกติดต่อกันมาสองวันแล้ว

ร่างกายของรุ่ยอ๋องและท่านแม่ทัพหลี่นั้นพลันดูผอมซูบยิ่งกว่าตอนที่มาเยือนเสียอีก

เฉินจี๋ก็ส่งคนไปที่ร้านรับจำนำผิงอันอยู่ทุกวัน ทว่า หาได้มีข่าวคราวใดจากซูฮ่วนไม่

วันที่ห้า

กลางดึกคืนนั้น

เฉินจี๋ที่กำลังยืนเฝ้ายามอยู่ด้านนอกนั้น พลันเห็นร่างหนึ่งเดินขึ้นอาคารมา

เมื่อมองดูใกล้ ๆ นั้น คนผู้นั้นก็คือซูฮ่วน

หากมองดูเข้าไปให้ชัด ๆ ย่อมเห็นว่ามือของซูฮ่วนกำหน้าอกเอาไว้ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยลำบากยิ่งนัก พร้อมด้วยหยดเลือดที่ค่อย ๆ หยดตามทางเดินที่เขาเดินมา...

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย