เฟิ่งจิ่วเหยียนที่กำลังตรวจสอบศพของสายลับอย่างละเอียดนั้น พลันพบรอยสักเล็ก ๆ ที่ด้านในของแขนเขา
หากมองผ่าน ๆ มิได้สังเกตนั้นย่อมคิดว่าเป็นปาน
เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงวาดลวดลายรอยสักนั้นบนกระดาษในทันที มันคล้ายกับรูปร่างของอสรพิษที่กำลังขดตัว
ลวดลายนี้ ราวกับนางเคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน
หากแต่นางจำมิได้แล้ว
หลังจากที่สอบถามจากทุกฝ่ายแล้วนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่านี่คือสัญลักษณ์เดิมของแคว้นจ้าว
แคว้นจ้าวนั้นตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแคว้นหนานฉี หลังจากประวัติศาสตร์ผ่านพ้นไปกว่าสิบชั่วอายุคนนั้น สัญลักษณ์เดิมของแคว้นจึงค่อย ๆ เปลี่ยนไป
ผู้ที่ยังคงรักษาสัญลักษณ์เดิมเอาไว้นั้นก็คือจิ้งอ๋องแห่งแคว้นจ้าวที่แตกแยกออกมา
“รองผู้นำพันธมิตรขอรับ เมื่อมองดูเช่นนี้แล้ว สายลับผู้นี้ย่อมเป็นคนของแคว้นจ้าวอย่างแน่นอน!” เถ้าแก่ร้านรับจำนำผิงอันพลางเอ่ยออกมาด้วยท่าทีโล่งใจ
นับว่าสายตาเฉียบคมมีแววยิ่งนัก
นั่นเป็นเพราะสายตาของรองผู้นำพันธมิตรที่มีความเฉียบคม
หากเป็นสายตาของเฒ่าชราเช่นเขาละก็ คงมิมีทางหาเจออย่างแน่นอน
เมื่อมีเบาะแสแล้วนั้น เรื่องราวก็สามารถจัดการได้ง่ายขึ้น
เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงบึ่งม้าขี่ไปทางทิศตะวันออกของแคว้นในทันที
……
สองวันต่อมา
ณ โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเขตชานเมืองของเมืองหลวง
เมื่อเฉินจี๋ผลักประตูเข้าไปข้างในแล้วนั้น เขาก็ทำความเคารพฝ่าบาทที่ประทับอยู่ข้างในในทันที
“นายท่าน ยังมิมีข่าวคราวอันใดจากร้านรับจำนำผิงอันเลยขอรับ”
เซียวอวี้ที่ยืนเอามือไพล่หลังอยู่ข้างหน้าต่างนั้น พลางเหม่อมองดูภูเขาและแม่น้ำที่ทอดยาวออกไปไกล ด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม
“รอ”
เฉินจี๋กล่าวออกมาด้วยท่าทีเป็นกังวลว่า
“กระหม่อมกลัวว่า แม้แต่ซูฮ่วนเองก็อาจจะหามิพบ”
“มีข่าวจากคนของเราบ้างหรือไม่?” เซียวอวี้ยังคงเหม่อมองออกไปข้างนอก
เฉินจี๋ได้ส่ายหัวไปมา
“ยังไม่มีขอรับ”
พวกเขาสั่งกระจายกำลังคนออกไปตามหาเช่นนั้น มิต่างอันใดกับการหว่านแห
หากต้องการจะได้ข้อมูลที่แท้จริง ย่อมเป็นเรื่องยาก
เซียวอวี้เงียบอยู่ครู่หนึ่ง พลางปล่อยให้สายลมพัดผ่านจนผมปลิวสยายไปมา
นัยน์ตาที่มิต่างอันใดกับเหมันตฤดูที่หนาวเย็น
ไม่นานนัก เซียวอวี้พลางออกคำสั่ง
“เรียกตัวรุ่ยอ๋อง ท่านแม่ทัพหลี่มา”
แผนที่ป้องกันแคว้นที่หายไปนั้น จำเป็นต้องไปกู้คืนกลับมาให้จงได้ ทั้งยังต้องเตรียมพร้อมกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นอีกด้วย
หากมิอาจตามกลับมาได้จริง ๆ นั้น หนานฉีก็มิสามารถเกิดปัญหาภายในขึ้นมาได้เช่นกัน
หลังจากนั้นครึ่งชั่วยาม
ทั้งรุ่ยอ๋องและแม่ทัพหลี่ก็เดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมในทันที
หลังจากที่พวกเขารู้ว่าแผนที่ป้องกันประเทศหายไปนั้น ต่างก็ตกตะลึงไปในทันที
เส้นผมของท่านแม่ทัพหลี่ที่กลายเป็นสีดอกเลาแล้วนั้น ใบหน้ายังมีอาการซีดเผือดขึ้นมา
รุ่ยอ๋องจึงได้แต่พยักหน้าให้กำลังใจเขา
สถานการณ์ที่ตึงเครียดในปัจจุบันนั้น ทำให้พวกเขามิมีทางเลือกอื่นใดให้เอ่ยปฏิเสธออกมา
ปลายเดือนสองเช่นนี้ เมืองหลวงเริ่มมีฝนตกโปรยปรายลงมาแล้ว
สายฝนปรอย ๆ ที่ตกลงมานั้น ทำให้ผู้คนนึกรู้สึกเบื่อหน่ายยิ่งนัก
ทว่า เมื่อเข้าสู่ยามราตรี สายฝนกลับทวีคูณความรุนแรงขึ้นมา
เม็ดฝนที่ตกลงมากระทบบนหน้าต่างนั้น ทำเอาผู้คนยากที่ข่มตานอนหลับลงไปได้
พวกเขาสามคนที่อยู่ในห้องเดียวกันนั้น หากฝ่าบาทมิยอมบรรทม ทั้งรุ่ยอ๋องและท่านแม่ทัพหลี่จักไปกล้าข่มตานอนได้อย่างไรกัน
ยิ่งไปกว่านั้น หนานฉีที่กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตอันตรายเช่นนี้ พวกเขาย่อมมิกล้าพักผ่อนเลยแม้แต่น้อย ทำได้แต่ปรับเปลี่ยนแผนที่ป้องกันแคว้นอย่างไม่หยุดมือ
ยิ่งกลางดึก สายฝนพลันตกลงมามิต่างกับสายน้ำที่ไหลหลาก
เซียวอวี้เริ่มนึกลังเลใจขึ้นมา – เขาให้เวลาซูฮ่วนเพียงแค่ห้าวันเท่านั้น มันกระชั้นชิดไปหรือไม่?
แม้แต่ฝนก็ตกติดต่อกันมาสองวันแล้ว
ร่างกายของรุ่ยอ๋องและท่านแม่ทัพหลี่นั้นพลันดูผอมซูบยิ่งกว่าตอนที่มาเยือนเสียอีก
เฉินจี๋ก็ส่งคนไปที่ร้านรับจำนำผิงอันอยู่ทุกวัน ทว่า หาได้มีข่าวคราวใดจากซูฮ่วนไม่
วันที่ห้า
กลางดึกคืนนั้น
เฉินจี๋ที่กำลังยืนเฝ้ายามอยู่ด้านนอกนั้น พลันเห็นร่างหนึ่งเดินขึ้นอาคารมา
เมื่อมองดูใกล้ ๆ นั้น คนผู้นั้นก็คือซูฮ่วน
หากมองดูเข้าไปให้ชัด ๆ ย่อมเห็นว่ามือของซูฮ่วนกำหน้าอกเอาไว้ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยลำบากยิ่งนัก พร้อมด้วยหยดเลือดที่ค่อย ๆ หยดตามทางเดินที่เขาเดินมา...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...