เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 356

เฟิ่งจิ่วเหยียนได้ผล็อยหลับไปในห้องทรงพระอักษรโดยไม่รู้ตัวเลยจริง ๆ

นางย่อกายคำนับให้เซียวอวี้

“ฝ่าบาท หม่อมฉันขอทูลลาเพคะ

สำหรับคำพูดขององค์หญิงใหญ่เมื่อครู่นี้ นางแค่แกล้งทำเป็นว่าไม่ได้ยิน

เซียวอวี้มองดูนางด้วยท่าทางอยากจะพูดแต่ก็ไม่พูด

สุดท้ายก็ปล่อยให้นางกลับออกไป

องค์หญิงใหญ่รอจนนางเดินออกไปแล้ว ก็เอ่ยวาจาที่ชอบธรรม

“ฝ่าบาท ได้โปรดให้เวลาข้าสักหน่อย แล้วข้าจะต้องหาหลักฐานที่นางใส่ร้ายป้ายสีแม่ทัพน้อยเมิ่งได้แน่!”

งูมีวิถีของงูฉันใด หนูก็มีเส้นทางของหนูฉันนั้น

เป็นไปไม่ได้เลยว่าฮองเฮาจะเป็นผู้บริสุทธิ์!

จักต้องทำให้ฝ่าบาทได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของนาง เพื่อป้องกันมิให้นางประทุษร้ายต่อแม่ทัพน้อยเมิ่งอีกครั้ง

ณ จวนองครักษ์อารักขาประตู

หลังจากที่เฉียวม่อได้ตามสืบจากหลายช่องทาง ก็ได้ล่วงรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปีนั้น

นางพึมพำอยู่กับตัวเอง

“ที่แท้ ก็เป็นบุญคุณช่วยชีวิต...”

เฉียวม่อพ่นลมหายใจผ่านจมูกอย่างเย็นชา

ศิษย์พี่ชอบช่วยชีวิตผู้คนมากจริง ๆ

ทว่า ศิษย์พี่ที่เย็นชาไม่กล้าเอ่ยความจริงกับองค์หญิงใหญ่อย่างแน่นอน

ตัวหมากเช่นองค์หญิงใหญ่ผู้นี้ ยังคงสามารถใช้ประโยชน์ได้หน่อย

ภายใต้แสงเทียน บนใบหน้าของเฉียวม่อเผยรอยยิ้มเยือกเย็น

……

ตำหนักหย่งเหอ

หลังจากได้หลับนอนตลอดทั้งวัน ความเหนื่อยล้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนก็บรรเทาลงมาก

วันรุ่งขึ้น นางได้รับข่าวจากอู๋ไป๋ว่า——ได้รับป้ายทองไว้ชีวิตแล้ว

โชคดีที่เซียวอวี้ไม่ได้ผิดสัจจะ และนางมิได้เสียแรงเปล่าด้วย

ในเวลานี้ เหลือเพียงไล่เรียงหลักฐานการกระทำความผิดของเฉียวม่อให้ครบถ้วนเท่านั้น และเตรียมการให้พวกเหลียนซวงเสร็จสิ้นแล้ว เฉียวม่อก็จะถูกเปิดโปงโฉมหน้าที่แท้จริง

เฟิ่งจิ่วเหยียนเรียกเหลียนซวงมาที่ข้างกาย พลางเอ่ยถาม

“เจ้ายังจำบ้านเกิดของตัวเองได้หรือไม่ แล้วเหลือญาติที่ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?”

เหลียนซวงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ส่ายศีรษะ

“บ่าว...จำไม่ได้เพคะ”

ทันใดนั้นนางก็ตระหนักได้ถึงความผิดปกติ จึงเอ่ยถามเฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยความประหลาดใจ “ฮองเฮา ท่านไม่ต้องการบ่าวแล้วหรือเพคะ?”

กำลังคิดจะส่งนางกลับบ้านเกิดหรือ?

แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนเย็นยะเยือกและเฉยเมย

“ถ้าอยากมีชีวิตรอด ก็แค่ทำตามแผนการของข้า”

ในช่วงเวลานี้ ไม่มีที่ว่างสำหรับการคร่ำครวญอีกแล้ว

พวกนางอยู่ด้วยกันมาหนึ่งปีแล้ว ระหว่างนี้แยกกันบ้าง อยู่รวมกันบ้างรวมกันก็เพียงครึ่งปี ไม่ว่าใครจะสละชีวิตเพื่ออีกฝ่าย ก็ไม่คุ้มค่าอย่างแน่นอน

“องค์หญิง จริง ๆ แล้วท่านไม่ควรทำเพื่อหม่อมฉันเลย หม่อมฉันยอมอยู่ในคุก ดีกว่าเป็นปฏิปักษ์กับฮองเฮา...ยามนี้นำท่านเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสียแล้ว”

องค์หญิงใหญ่มีสีหน้าเย็นเยียบ

“ข้าจักต้องกลัวนางไม่พอใจด้วยหรือ?

“นางใส่ร้ายเจ้าซึ่งเป็นขุนนางผู้ภักดีแม่ทัพผู้กล้าหาญ ข้าเพียงแต่โต้แย้งด้วยเหตุผล

“นี่มิใช่การทำเพื่อเจ้าเท่านั้น ยังทำเพื่อแคว้นหนานฉีทั้งหมดของข้าด้วย”

หลังพูดจบ องค์หญิงใหญ่ก็ยกสุราขึ้นดื่ม

เฉียวม่อก็ดื่มสุราตามด้วยเช่นกัน พลางลอบมองนางจากด้านข้าง

องค์หญิงใหญ่ไม่พอใจศิษย์พี่มากขนาดนี้ นางก็รู้สึกวางใจแล้ว

“ขอบคุณองค์หญิงที่เชื่อมั่นในตัวข้า ข้าขอคารวะท่านอีกจอก”

องค์หญิงใหญ่บอกกับนางอย่างตรงไปตรงมา

“ข้าเชื่อเจ้า ทว่าฝ่าบาทอาจจะไม่เชื่อ

“เวลานี้ฝ่าบาททรงรักและไว้วางพระทัยในฮองเฮา ย่อมไม่ส่งผลดีต่อเจ้า

“ดังนั้นเจ้าต้องบอกข้า ในวันนั้นแท้จริงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ข้าจึงจะสามารถช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้เจ้าได้”

เฉียวม่อถอนหายใจหนัก ๆ หลายครั้ง

“องค์หญิง ข้าไม่ต้องการสืบสาวราวเรื่อง ถึงเหตุการณ์นั้นอีกแล้ว

“เหตุการณ์นั้นได้ผ่านมานานแล้ว อีกทั้งคนทั้งตำหนักหย่งเหออยู่ภายใต้อำนาจของฮองเฮา ยังจะหลงเหลือหลักฐานไว้ที่ใดอีกเล่า ต้องโทษที่ข้าน้อยนั้นไร้ความสามารถ และทำให้ฮองเฮาขุ่นเคืองโดยไม่ได้ตั้งใจ นี่เป็นบทลงโทษที่ข้าสมควรได้รับแล้ว”

“ฟังดูแล้ว เจ้ากับฮองเฮามีเรื่องบาดหมางต่อกันกระมัง?” องค์หญิงใหญ่หัวคิ้วขมวดมุ่น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย