บนที่นั่งสูง ฮ่องเต้ประทับอยู่ด้วยท่วงท่าสง่างาม
ดวงเนตรของเขาฉายความดูแคลนใต้หล้า และเอ่ยอย่างเคร่งขรึม
“วันนี้แม่ทัพหญิงนามเมิ่งเฉียวม่อ ผู้ซึ่งผ่านสิบสามสมรภูมิโดยไร้พ่ายแพ้ วีรสตรีผู้สร้างคุณูปการให้แก่บ้านเมืองเช่นนี้ เราจะมอบป้ายทองไว้ชีวิตให้เป็นรางวัล
“นอกจากนี้ ให้ถ่ายทอดคำสั่งของเราลงไป ทหารแคว้นหนานฉีของเรานั้น หากผู้ใดมีความสามารถย่อมไม่สนชาติกำเนิดหรือเพศชายหญิง สมควรยึดถือเมิ่งเฉียวม่อเป็นแบบอย่าง มุมานะเพื่อตนเอง ขุนนางแม่ทัพไม่ขึ้นอยู่กับชาติกำเนิด!”
เฉียวม่อดีใจอย่างมาก พลันรีบขอบคุณด้วยกลัวว่าฮ่องเต้จะนึกเปลี่ยนพระทัย
“หม่อมฉันขอบพระทัยฝ่าบาท!”
องค์หญิงใหญ่ก็ยินดีกับนางด้วยใจจริง ไม่ลืมยืนขึ้นและยิ้มอย่างพอใจไปทางเซียวอวี้ด้วย
“ฝ่าบาททรงพระปรีชา! เชื่อว่าเหล่าทัพทหารได้รับความสบายใจเช่นนี้ ย่อมยินดีรับใช้ท่าน และสละชีวิตเพื่อแคว้นหนานฉี!”
ตรงที่นั่ง เฟิ่งจิ่วเหยียนมีสายตาเย็นชา และไร้ซึ่งรอยยิ้ม
องค์หญิงใหญ่เห็นปฏิกิริยาที่แปลกของนางได้อย่างชัดเจน
“ฮองเฮา ท่านไม่พอใจหรือไร หรือว่าท่านกำลังนึกคัดค้านพระบัญชาของฝ่าบาท?”
เฉียวม่อก็เงยหน้าขึ้นมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียน
ศิษย์พี่ทำสีหน้าเสียขนาดนี้ ก็ไม่น่าแปลกใจที่องค์หญิงใหญ่จะหาเรื่องนาง
ดูเหมือนว่าศิษย์พี่จะโกรธมากจริง ๆ จึงไม่สามารถกดข่มอารมณ์ทั้งหมดไว้ได้
ทว่า โกรธแล้วทำอันใดได้เล่า อย่างไรศิษย์พี่ไม่อาจโพล่งพูดความจริงออกมาได้
เวลานี้นางมีป้ายทองไว้ชีวิตแล้ว หากว่าในอนาคตศิษย์พี่คิดจะลงมือกับนางเช่นไร ก็ยังต้องไตร่ตรองอย่างหนัก
เฟิ่งจิ่วเหยียนเพิกเฉยต่อคำถามขององค์หญิงใหญ่ และยืนขึ้นแสดงการคำนับต่อเซียวอวี้
“ฝ่าบาท หม่อมฉันขอทูลลาเพคะ”
เซียวอวี้ย่นคิ้ว
“นั่งลง”
องค์หญิงใหญ่เพิ่งจะหักหน้าของนางต่อหน้าสาธารณชน นางก็คิดจะจากไปดื้อ ๆ เช่นนี้ ไม่กลัวคนอื่นนินทานางลับหลังหรือไร
เฟิ่งจิ่วเหยียนกลับมิได้นั่งลง เพียงแต่มองดูเขาอย่างไม่ไหวติง
เซียวอวี้คว้าแขนของนางไว้ นึกหมายจะออกแรงดึงให้นางนั่งลง
ทว่า ในครั้งนี้เฟิ่งจิ่วเหยียนยืนหยัดมั่นคงยิ่งนัก
เขาไม่สามารถดึงลงได้
หว่างคิ้วของเซียวอวี้สะท้อนความมืดครึ้ม
เขาลดเสียงลง และเอ่ยกดดันนาง
“เราบอกให้เจ้านั่งลง ไม่ได้ยินหรือ?”
องค์หญิงใหญ่ถามทั้ง ๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว “ฮองเฮาเป็นอันใดไปหรือ?”
ในหมู่ขุนนางเหล่านั้น นายท่านเฟิ่งกลัวจนตัวสั่นงันงก
เขาที่มีฐานะเป็นบิดาย่อมรู้ดีว่าเหตุใดฮองเฮาจึงแสดงออกอย่างผิดปกติเช่นนี้
นั่นก็เพียงเพราะว่าเมิ่งเฉียวม่อได้แย่งชิงความดีความชอบทางการทหารของนางไปแลกกับป้ายทองไว้ชีวิต
นางก็เหลือเกิน เวลานี้ได้เป็นฮองเฮาแล้ว ยังจะถือสาเรื่องนั้นอยู่อีกหรือ?
ในเวลาเช่นนี้กลับมาแสดงความดื้อรั้นต่อหน้าสาธารณชน ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี!
นายท่านเฟิ่งกังวลใจ ไม่รู้วิธีที่จะช่วยทำให้บรรยากาศดีขึ้นได้อย่างไร
ในเวลานี้ รุ่ยอ๋องเอ่ยขึ้นมา
ดวงตาของเขาอ่อนโยนเปี่ยมความยุติธรรม
“ฝ่าบาท วังหลังมิอาจยุ่งเรื่องในราชสำนักได้ เกรงว่าฮองเฮาตั้งใจจะหลีกเลี่ยงพ่ะย่ะค่ะ”
องค์หญิงใหญ่มองดูรุ่ยอ๋องที่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น บนใบหน้าปรากฏความไม่พอใจวาบผ่าน
เซียวอวี้เป็นฮ่องเต้ ย่อมไม่มีใครสามารถขัดคำสั่งของเขาได้
“ฮองเฮาจะยั้งสติไม่อยู่ถึงเพียงนี้ได้หรือ?”
ในความทรงจำของนาง ฮองเฮามักจะควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่านาง วางตนสุขุมและใจเย็นอยู่เสมอ
ชิวหงส่ายศีรษะ
“บ่าวก็ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องใดขึ้นเพคะ เพียงแค่ได้ยินมาว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้นเท่านั้น
“ฝ่าบาทถึงขั้นดึงแขนของนางไว้ นางกลับไม่ยอมไว้หน้าฝ่าบาทเลย ยืนกรานแต่จะออกไปให้ได้เพคะ”
ดวงตาของจิ้งเฟยเจือด้วยความเยือกเย็น ก่อนจะออกคำสั่ง
“เรื่องนี้แปลกเกินไป เจ้าต้องใส่ใจให้มากขึ้น และจงไปสอบถามมาใหม่”
ณ ตำหนักเสียนซิ่ง
หนิงเฟยนั่งอยู่กับเสียนเฟย จึงพลอยได้ทราบเรื่องนี้ด้วย
นางเอ่ยด้วยความยินดีปรีดาในความโชคร้ายของผู้อื่น
“ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ นี่จะมิใช่การสูญเสียความโปรดปรานหรอกหรือ?”
เสียนเฟยดื่มยาอย่างสงบ ไร้ซึ่งคำตอบใด ๆ
นางไม่เชื่อหรอกว่าผู้ที่ฉลาดยิ่งเช่นฮองเฮา จักกระทำผิดพลาดได้ถึงเพียงนั้น
ในขณะเดียวกันนี้
ตำหนักหย่งเหอ
ภายในตำหนัก
เฟิ่งจิ่วเหยียนหยิบจดหมายออกมาจากช่องลับ ข้างในนี้มีหลักฐานความผิดของเฉียวม่อ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานการอภิเษกแทนของนางเองด้วย
สายตาของนางเยือกเย็นดุดัน
เตรียมทุกเรื่องไว้พร้อมแล้ว สำหรับเรื่องบางเรื่องก็ถึงเวลาที่นางจะต้องจัดเตรียมเสียที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...