สำนักหมอหลวง หลังจากแคว้นซีหนี่ว์ตื่นขึ้นมา แววตาเต็มไปด้วยความเศร้า
นางแพ้แล้ว...
เวลาต่อมา นางก็เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ทั้งที่สามารถเอาชนะได้!
นางลุกขึ้นมานั่ง กลับเห็นองครักษ์คนหนึ่งยืนอยู่ปลายเตียง ในมือถือดาบไว้เล่มหนึ่ง ราวกับรอนางอยู่นานแล้ว
นางรู้ว่า ต่อจากนี้ตนเองควรทำอย่างไร
การที่พ่ายแพ้การประลองนั้น ไม่เพียงต้องยกเหมืองหินทองแดงดำให้แคว้นหนานฉีห้าร้อยชั่ง ยังต้องตัดมือทั้งคู่ของนาง
ช่างมันเถอะ
นางกลายเป็นคนบาปของแคว้นซีหนี่ว์แล้ว
มือราชทูตแคว้นซีหนี่ว์สั่นเทา หยิบดาบเล่มนั้นมา...
ห้องทรงพระอักษร
เซียวอวี้กำลังตรวจอ่านพระราชฎีกา เฉินจี๋เข้ามารายงาน
“ฝ่าบาท ราชทูตแคว้นซีหนี่ว์คนนั้น ปาดคอฆ่าตัวตายแล้ว!”
เซียวอวี้แสดงท่าทีเมินเฉย
เขาไม่เห็นใจราชทูตคนนั้น พูดขึ้นมาอย่างค่อนข้างโหดร้าย
“ตัดมือของนางทั้งสองข้าง แล้วนำศพส่งกลับไปยังแคว้นซีหนี่ว์”
เฉินจี๋ยกมือประสาน น้อมรับคำสั่ง
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยาม
ตำหนักหย่งเหอ
หมอหลวงท่านหนึ่งมาตรวจชีพจร
เฟิ่งจิ่วเหยียนเอามือวางไว้บนโต๊ะ หมอหลวงตรวจชีพจรให้นางไปด้วย พร้อมพูดไปด้วย
“ฮองเฮา กระหม่อมทำตามที่ท่านรับสั่ง แอบชันสูตรศพราชทูตแคว้นซีหนี่ว์ แล้วก็พบในท้องของนางมีเข็มเงินสองเล่ม หลังจากเอาออกมาแล้ว พบว่าอาบด้วยยาพิษ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้ดีแก่ใจ
เป็นจริงตามที่นางคาด หมัดที่เฉียวม่อโจมตีคู่ต่อสู้นั้น ความจริงคือเข็ม
เข็มเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครมองเห็น
แม้แต่ราชทูตที่ถูกเข็มแทง ก็นึกว่าเป็นพลังของกำปั้น ไม่รู้สึกว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย
“เข็มเงินล่ะ?” เฟิ่งจิ่วเหยียนถามด้วยเสียงต่ำ
หมอหลวงรีบเอาออกมาจากในกระเป๋าแขนเสื้อทันที เข็มเงินสองเล่มใช้ผ้าห่อหุ้มไว้หลายชั้น
“นี่พ่ะย่ะค่ะ”
สายตาเฟิ่งจิ่วเหยียน ฉายแววเยือกเย็น
อาจารย์หญิงพูดถึงที่จดหมาย ในร่างกายจางเฉิงและทหารในกองทัพมังกรพยัคฆ์อื่น ๆ นั้น ก็พบเข็มเงินมีพิษเช่นกัน
เห็นที เป็นไปได้อย่างมากที่เป็นชนิดเดียวกัน
นางพูดเตือนหมอหลวง
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของแคว้นหนานฉีกับแม่ทัพน้อยเมิ่ง ห้ามเพ่งพายออกไป มิเช่นนั้น จะมีโทษเท่ากบฏต่อแผ่นดิน”
หมอหลวงผงกหัวอย่างตัวสั่นงันงก
“พ่ะย่ะค่ะ ฮองเฮาวางใจ กระหม่อมจะไม่พูดออกไปสักคำ”
แม่ทัพน้อยเมิ่งใช้วิธีแบบนี้ชนะการประลอง เป็นเรื่องน่าอับอาย พูดออกไปมีแต่ผลร้ายไม่มีผลดี
หากแคว้นซีหนี่ว์หาเรื่องไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไป แคว้นหนานฉีก็จะเดือดร้อนเป็นการใหญ่
ทว่า...
“ฮองเฮา แม้แต่ฝ่าบาทก็กราบทูลไม่ได้หรือ?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเก็บเข็มเงินไว้ พูดขึ้นมาอย่างใจเย็น
“รอหาโอกาสที่เหมาะสม ข้าค่อยกราบทูลฝ่าบาทเอง”
หมอหลวงไม่สงสัยอะไร
……
ตำหนักฉือหนิง
องค์หญิงใหญ่อารมณ์ดี เชิญเฉียวม่อมาดื่มน้ำชา
ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่ องค์หญิงใหญ่พูดขึ้นมา
“เจ้ามีความสามารถรอบด้าน เป็นองครักษ์อารักขาประตูคนหนึ่ง ไม่ได้แสดงออกถึงความสามารถที่มีพรสวรรค์ของเจ้า”
ตอนนี้ ความวุ่นวายทุกอย่างล้วนไม่มีแล้ว
ตำหนักหย่งเหอ
ฮ่องเต้จะเสด็จมาร่วมรับประทานอาหารค่ำ เนื่องจากไม่ได้บอกล่วงหน้า ข้างในครัวจึงวุ่นวายกันอย่างมาก
ภายในตำหนักนั้นกลับเงียบสงบ
เซียวอวี้นั่งอยู่ เฟิ่งจิ่วเหยียนยืนอยู่ตรงหน้าเขา ก้มหน้าพูดขึ้นมา
“ฝ่าบาท พ่อของเหลียนซวงป่วยหนัก หม่อมฉันอยากให้นางกลับบ้านเกิดระยะหนึ่ง ขอให้ท่านทรงโปรดอนุญาต”
เหลียนซวงที่อยู่ข้างหลังนางตาบวมแดง ดูก็รู้ว่าผ่านการร้องไห้มา
แววตาเซียวอวี้เยือกเย็น แฝงไปด้วยความคิดพินิจพิเคราะห์
“ยังไม่ตายไม่ใช่หรือ คนในครอบครัวผู้ใดป่วยหนักก็ต้องขอลสจากวัง ยังจะมีกฎธรรมเนียมอยู่หรือ?”
เหลียนซวงคุกเข่าลง เสียงดัง “ตูม”
“ขอฝ่าบาททรงโปรดเมตตา! พ่อของบ่าวป่วยหนักอย่างมาก หมอบอกว่า เขามีชีวิตอยู่ได้ไม่นานแล้ว...”
เฟิ่งจิ่วเหยียนก็พูดขึ้นมา
“หม่อมฉันขอร้องฝ่าบาท เห็นแก่ที่เหลียนซวงปรนนิบัติหม่อมฉันมาอย่างทุ่มเท อนุญาตให้นางออกจากวังไปเยี่ยมไข้ ให้นางได้กตัญญูสมดังปรารถนาเพคะ”
เซียวอวี้ปฏิเสธอย่างไม่ให้มีการโต้แย้ง
“ผิดธรรมเนียมปฏิบัติ”
“ฝ่าบาท...” เฟิ่งจิ่วเหยียนเงยหน้ามองดูเขา แววตาแสดงออกถึงความร้องขอ
น้อยครั้งมากที่เขาจะได้เห็นบนใบหน้าเย็นชาของนาง แสดงให้เห็นอารมณ์ความรู้สึก
นางช่างรักสาวใช้คนนี้จริง ๆ
เซียวอวี้มองดูนางอย่างเย็นชา ขยับริมฝีปากบางพูดขึ้นมา
“คืนนี้ เราจะพักที่นี่”
เหลียนซวงสะดุ้งไปทั้งตัว
ฝ่าบาทกำลังบีบคั้นฮองเฮาหรือ?
เป็นถึงกษัตริย์แห่งแผ่นดิน ไร้ยางอายเช่นนี้ได้อย่างไร!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...