เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 377

ในตำหนักไม่ได้จุดตะเกรียง จึงมืดสนิทจนมองหน้าอีกฝ่ายไม่ชัด

ท่ามกลางความมืด พลันมีเสียงแหบพร่าของบุรุษดังขึ้นมา

“เรานอนกระสับกระส่าย แต่เจ้ากลับหลับสบายเชียวนะ

“ในเมื่อตื่นแล้ว ก็ลุกขึ้นมา”

เพราะเป็นคนมีวรยุทธ์เหมือนกัน นางตื่นหรือไม่ตื่น เขาจึงรู้ดีแก่ใจ

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเตรียมลุกขึ้นแล้วลงจากเตียง

ขณะที่นางกำลังจะเลิกผ้าห่มออก ชายหนุ่มก็จับมือของนางเอาไว้

“ไม่ต้องพิธีรีตองให้มาก”

ขณะที่พูด เขาก็คว้ามือนางขึ้นมา

จากนั้นก็นำบางอย่างยัดใส่มือของนาง

เฟิ่งจิ่วเหยียนสัมผัสดู เหมือนจะเป็นปิ่นปักผม

นางพลันนึกขึ้นมาได้ ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่ตำหนักจื้อเฉิน เขาตั้งใจว่าจะให้ปิ่นหงส์แก่นาง

เดิมนางคิดจะปฏิเสธ ส่งคืนปิ่นนี้กลับไป กลับได้ยินเซียวอวี้กล่าวว่า

“ต่อจากนี้ตำแหน่งฮองเฮายังคงเป็นของเจ้า อย่าได้คิดมากไปไกล

“เราให้คนไปสืบเมิ่งเฉียวม่อแล้ว หากหลักฐานเหล่านั้นของเจ้าเป็นจริง เราจะลงโทษนางตามกฎหมาย

“ทว่า เรื่องของเฟิ่งเวยเฉียงรวมถึงเรื่องที่เจ้าสวมรอยแต่งงานแทน จะทำให้เป็นเรื่องใหญ่มิได้”

เฟิ่งจิ่วเหยียนฟังอย่างตั้งใจ จนมองข้ามปิ่นในมือไปชั่วขณะ

จริง ๆ แล้วตราบใดที่คนเป็นฮ่องเต้อย่างเซียวอวี้รู้ดีอยู่แก่ใจ แค่ความผิดเรื่องลอบทำร้ายกองทัพพยัคฆ์มังกรเพียงอย่างเดียว ก็เพียงพอให้ลงโทษเฉียวม่อแล้ว

ด้วยเหตุนี้เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงไม่เห็นต่าง

นางพยักหน้าอย่างนอบน้อม

“ขอบพระทัยฝ่าบาท

“เป็นหม่อมฉันที่ปกปิดตัวตนแต่แรก กระนั้นท่านก็ไม่คิดลงโทษข้า เท่านี้ก็นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันสูงส่งแล้ว”

ทันใดนั้น เซียวอวี้ก็กุมมือของนาง จนปิ่งหงส์ที่อยู่ในมือพลอยถูกกุมไปกับมือของนางด้วย

“เช่นนี้ เจ้าพอใจแล้วหรือยัง”

“เพคะ” นางตอบกลับอย่างรวดเร็ว

ขอแค่เซียวอวี้ลงโทษตามกฎหมาย นางก็ไม่มีสิ่งอื่นใดอยากร้องขออีก

ผลลัพธ์ที่นางต้องการ คือสังหารเฉียวม่ออย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ขณะที่กำลังขบคิด จู่ ๆ เซียวอวี้ก็ขึ้นมาบนเตียงของนาง

“ฝ่าบาท…”

“เราง่วงแล้ว นอนเถอะ” เขาเลิกผ้าห่ม แล้วเอนตัวนอนบนเตียงของนางอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับว่าที่นี่คือห้องบรรทมและเตียงบรรทมของเขา

เฟิ่งจิ่วเหยียน: ?

เขาง่วง ก็ควรกลับไปนอนที่ตำหนักจื้อเฉินไม่ใช่หรือ?

“ฝ่าบาท ท่าน…” นางลองปลุกเขา

ทว่าวินาทีต่อมา เขาก็ดึงนางลงมา “อย่าส่งเสียงดัง”

นี่เขายังมีหน้ามาบอกว่านางเสียงดังอีกหรือ?

เฟิ่งจิ่วเหยียนหมดคำจะพูดอย่างยิ่ง

นางไม่ชินกับการนอนร่วมเตียงเคียงหมอนกับเขาเลยจริง ๆ

ค่ำคืนหลังจากนั้น นางแทบหลับไม่สนิท

เดิมคิดว่า เซียวอวี้คงไม่ยอมรับฮองเฮาอย่างนางที่สวมรอยแต่งงานเข้ามา

แต่ดูจากตอนนี้แล้ว เหมือนเขาจะพอใจฮองเฮาผู้ไม่แก่งแย่งความโปรดปราน และอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวเช่นนางอย่างมาก

พอใจถึงขั้นที่ว่า เขาไม่คิดจะลงโทษนางในข้อหาดูหมิ่นเบื้องสูง

คิดมาถึงจุดนี้ นัยน์ตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนก็ทอประกายหนักอึ้ง

……

ณ ตำหนักวั่นโซ่ว

“เมื่อคืนฝ่าบาทบรรทมที่ตำหนักหย่งเหองั้นหรือ?” องค์หญิงใหญ่ถามด้วยสีหน้าเย็นชา

สาวใช้พยักหน้า “เพคะ”

องค์หญิงใหญ่สะบัดผ้าเช็ดมือทิ้ง จนน้ำในอ่างกระเซ็นออกมา

แค่คิดว่าฝ่าบาทกำลังถูกฮองเฮาตัวปลอมหลอกลวง นางก็แทบอยากเปิดโปงความจริงอย่างทนรอไม่ไหว

แต่หลักฐานที่นางมีอยู่ในตอนนี้ยังไม่เพียงพอ ยังต้องรออีกหน่อย

ช่วงบ่าย เฉียวม่อมาถึงตำหนักวั่นโซ่ว ถามอย่างเป็นห่วงว่า

“องค์หญิง เรื่องนั้น ท่านเจอเบาะแสใหม่หรือไม่เพคะ?”

องค์หญิงใหญ่แสยะยิ้ม

“ข้าสืบเจอที่อยู่ของหมอตำแยผู้นั้นแล้ว ใกล้จะตามหาตัวเจอในอีกไม่ช้า ไม่ต้องห่วง คราวนี้ไม่มีพลาดเด็ดขาด”

ดวงตาของเฉียวม่อแฝงไปด้วยแววอาฆาต

อีกไม่นาน เรื่องที่ศิษย์พี่สวมรอยแต่งงานจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป

ศิษย์พี่เอ๋ย ท่านจงมีความสุขกับเวลาที่เหลือต่อจากนี้ให้มาก ๆ แล้วกันนะ…

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย