ดวงอาทิตย์ใกล้จะลาลับขอบฟ้า ฮ่องเต้ยังคงทรงงานอยู่ในห้องทรงพระอักษร
เฉินจี๋เข้ามาทูลรายงาน
“ฝ่าบาท กระหม่อมได้ตรวจสอบศพเหล่านั้นด้วยตนเอง และยังให้นักชันสูตรศพมาตรวจสอบอีกครั้งแล้ว ยืนยันว่าพวกเขาโดนเข็มพิษก่อนตายพ่ะย่ะค่ะ เข็มพิษนั้นไม่อันตรายถึงชีวิต แต่สามารถทำให้คนตกอยู่ในสภาวะหมดสติได้อย่างรวดเร็ว”
มือของเซียวอวี้พลันชะงัก จากนั้นก็วางพู่กันไว้บนหมอน แววตามืดทะมึน
“ไม่แปลกใจเลยที่ล่มสลายตายทั้งกองทัพ”
น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่กลับทำให้รู้สึกหนาวเหน็บ
ณ ตำหนักหย่งเหอ
เมื่อเข้าสู่ยามราตรี ฮ่องเต้ก็เสด็จมาอีก
เฟิ่งจิ่วเหยียนต้อนรับอย่างนอบน้อม
เซียวอวี้ถามทันที “หลิงเยี่ยนเอ๋อร์อยู่แห่งใด”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเงยหน้ามองเขา
“ฝ่าบาท ท่านอยากเจอนางหรือเพคะ?”
เซียวอวี้ประทับนั่งลงบนตำแหน่งหลักเองเสร็จสรรพ ด้วยท่วงท่าสบาย ๆ
“ประการแรก เราตัดสินเนรเทศนาง แต่เจ้ากลับชิงตัวนางไป นับว่าเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของเรา
“ประการที่สอง นางเป็นพยานบุคคลที่สำคัญ เราก็ต้องอยากได้หลักฐานเป็นธรรมดา”
เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดอย่างตรงไปตรงมา
“หม่อมฉันจะจัดการให้ท่านกับนางได้เจอกันเพคะ”
เซียวอวี้มองสำรวจมาที่นางอย่างลุ่มลึก
“เราบอกตอนไหนว่าจะไปเจอนางด้วยตัวเอง ให้เฉินจี๋ไปแทนก็ได้”
เฟิ่งจิ่วเหยียนผงกศีรษะ “เพคะ”
“สาวใช้ข้างกายของเจ้าไปเยี่ยมญาตินานแล้ว สมควรกลับมาได้แล้ว” จู่ ๆเซียวอวี้ก็เปลี่ยนเรื่องอย่างกะทันหัน
ระหว่างที่พูด สายตาก็เอาแต่จดจ้องมาที่นาง ราวกับอยากเห็นทุกความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของนางให้ชัดเจน
เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบกลับอย่างแน่นิ่ง
“หม่อมฉันไม่รู้ความเป็นไปของเหลียนซวงในช่วงนี้ จึงมิอาจแน่ใจว่าจะกลับมาตอนไหน”
ความจริงแล้ว นางตั้งใจว่าจะไม่ให้เหลียนซวงกลับเข้ามาในวังอีก
เซียวอวี้ยิ้มเยาะ ราวกับอ่านความคิดของนางออก
เขาหยิบถ้วยน้ำชาข้างมือขึ้นมา แล้วเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
“ที่ให้นางไป เพราะกลัวว่านางจะพลอยเดือดร้อนเรื่องที่เจ้าสวมรอยแต่งงานไปด้วยล่ะสิ”
เขาเดาถูกครึ่งหนึ่ง
เฟิ่งจิ่วเหยียนเออออไปตามเรื่อง ด้วยการพยักหน้าเบา ๆ
“เพคะ แต่ก็ประจวบเหมาะกับช่วงที่บิดาของนางป่วยหนักพอดี ดังนั้น…”
“เราไม่ชอบสตรีมีเล่ห์เหลี่ยมมาก ครั้งนี้จะเว้นให้แต่ครั้งต่อไปห้ามมีอีก” เซียวอวี้พูดตัดบทของนาง น้ำเสียงเจือปนไปด้วยแววกล่าวเตือน
เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบรับดั่งเดิม ท่าทางดูว่านอนสอนง่าย
ชั่วพริบตา น้ำเสียงของเซียวอวี้พลันอ่อนลง เอ่ยถามนาง
“กินมื้อเย็นหรือยัง”
เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบกลับอย่างสั้น ๆ “เรียบร้อยเพคะ”
“คืนนี้เราจะค้างที่นี่”
“ฝ่าบาท เสร็จแล้วเพคะ” เฟิ่งจิ่วเหยียนผูกสายรัดเอวให้เขาเสร็จ ก็ถอยกลับไป
ทันใดนั้น เขาก็ยื่นมือข้างหนึ่ง โอบเอวของนางเอาไว้
นางขมวดคิ้วมุ่น ตัวแข็งทื่อ นิ่งไม่ไหวติง
“เราไม่รับประกัน ว่ายามนอนร่วมเตียงเดียวกัน จะยังสามารถเป็นพระอิฐพระปูนไม่คิดอะไรเหมือนเมื่อคืนได้”
“ให้เวลาอีกแค่เจ็ดวัน เราไม่ได้มีความอดทนขนาดนั้น”
แม้นเซียวอวี้จะไม่ถึงขั้นตรวจว่ารอบเดือนของนางมาจริงหรือไม่ แต่ก็ดูออกว่านางต่อต้านตนเอง
ในเมื่อนางเป็นฮองเฮาของเขา ก็สมควรทำหน้าที่ของฮองเฮาให้เต็มที่
ได้ยินเช่นนั้น แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“เพคะ”
……
หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ถูกขังไว้ในห้องลับตลอดเวลา
ข้างในมืดสนิท
นางไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้เลย
วันเวลาที่อยู่ที่นี่ไม่ต่างอะไรกับตอนอยู่ในหอนางโลมใต้ดิน
อู๋ไป๋จะมาส่งเสบียงให้นางตามเวลา
วันนี้ ทันทีที่ประตูหินเปิดออก นางกลับเห็นเฉินจี๋
หลิงเยี่ยนเอ๋อร์แทบไม่อยากจะเชื่อ รีบตะโกนใส่เขาทันที
“เฉินจี๋ ช่วยข้าด้วย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...