ตั้งแต่ที่หลิงเยี่ยนเอ๋อร์หายตัวไป เฉินจี๋ก็ได้รับคำสั่งให้ตามหานาง ทว่ากลับไม่เจอแม้แต่ร่องรอย
ไม่คิดเลยว่า นางจะอยู่ในเมืองหลวงตลอด ทั้งยังถูกขังอยู่ในห้องลับมืด ๆ ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน
หวงกุ้ยเฟยผู้เคยมีสง่าราศรี ได้รับความโปรดปรานอย่างล้นหลาม บัดนี้กลับผอมแห้งติดกระดูก ผมเพ่ายุ่งเหยิงไม่ต่างอะไรกับขอทานคนหนึ่ง
“เฉินจี๋! ฝ่าบาทส่งเจ้ามาช่วยข้าใช่ไหม!
“ฝ่าบาทยังไม่ลืมข้าใช่หรือไม่
“เจ้ารีบหน่อย รีบมาปล่อยข้า…”
หลิงเยี่ยนเอ๋อร์มองมาที่เขาด้วยดวงตาเป็นประกาย
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง!
ในที่สุดก็จะได้ออกไปจากขุมนรกแห่งนี้!
ตอนนี้เฉินจี๋ถึงเพิ่งสังเกตเห็น ข้อเท้าของนางถูกล่ามโซ่เอาไว้
อีกฝั่งของโซ่เชื่อมต่อกับกำแพง
ฮองเฮาช่างโหดเหี้ยมเอาเรื่อง
ดวงตาทั้งสองข้างของหลิงเยี่ยนเอ๋อร์เต็มไปด้วยความหวัง
“ข้าไม่ต้องการความโปรดปรานอะไรอีกแล้ว ขอแค่มีชีวิตรอดออกไป ขอแค่ได้อาศัยอยู่ในวัง ได้อยู่ข้างกายฝ่าบาท ข้าก็พอใจแล้ว…เฉินจี๋ เจ้ามัวยืนทำอะไรอยู่ รีบหน่อยสิ!”
นางเห็นเฉินจี๋ยังนิ่ง ก็ร้อนรุ่มในใจ
สีหน้าของเฉินจี๋ไร้ความรู้สึกใด ๆ
“ข้าได้รับคำสั่งจากฝ่าบาท ให้มาสืบคดีที่คุณหนูตระกูลเฟิ่งถูกทำร้าย
“มีคำถามไม่กี่ข้อ รบกวนเจ้าตอบตามความจริง”
หลิงเยี่ยนเอ๋อร์นิ่งค้างในทันที
“เจ้า…เจ้ามาทำอะไรนะ?
“มาเพื่อสืบคดี?
“แค่สืบคดีเองหรือ!
“ไม่! ฝ่าบาทรงรู้ว่าข้าถูกขังอยู่ที่นี่แท้ ๆ เขาควรช่วยข้าออกไปสิ! เจ้าโกหก เพราะฮองเฮาใช่ไหม นางติดสินบนเจ้าใช่หรือไม่!”
หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ตะโกนอย่างสติแตก ทุบพื้นระบายความไม่พอใจออกมา
เฉินจี๋มาในครั้งนี้ เพื่อสืบคดีจริง ๆ
ฝ่าบาทมิได้บอกละเอียด ว่าควรจัดการหลิงเยี่ยนเอ๋อร์อย่างไร
สองชั่วยามต่อมา
เฉินจี๋กลับไปที่วังเพื่อรายงาน
“ฝ่าบาท หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ให้การ ตรงกับที่ฮองเฮาพูดทุกประการพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวอวี้ออกคำสั่งโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา
“เรียกตัวจิ้งเฟยมาสอบถาม”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ขณะที่เฉินจี๋กำลังออกไปทำตามคำสั่ง พลางนึกถึงสภาพน่าอนาถของหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ จึงอดปากมากเอ่ยถามขึ้นมาไม่ได้
“ฝ่าบาท ทางด้านหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ ไม่ต้องทำอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
สายตาของเซียวอวี้จ้องมองสาส์นร้องทุกข์ แต่ในหัวกลับคิดแต่เรื่องของคนที่อยู่ในตำหนักหย่งเหอ
แม้นคดีของเฟิ่งเว่ยเฉียง จะมีผู้ก่อเหตุคนอื่นร่วมด้วย แต่หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ก็มิอาจหนีความผิดพ้นได้
ฮองเฮากักขังหลิงเยี่ยนเอ๋อร์เพื่อทรมาน ก็เพราะอยากแก้แค้นให้เฟิ่งเวยเฉียง
หากเขาช่วยกลับมา ฮองเฮาคงโกรธเป็นแน่
ทว่า ถึงอย่างนั้นหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ก็มีบุญคุณกับเขา จึงต้องช่วยนางผู้นี้
“รออีกสองสามวัน” เซียวอวี้กล่าวอย่างลุ่มลึก
“นางเป็นคนเช่นนี้จริงหรือ?”
เขาเลื่อมใสในตัวแม่ทัพน้อยเมิ่งเป็นอย่างมาก
ทว่าเขาเชื่อมั่นในฝ่าบาทมากกว่า
ผลตัดสินที่ฝ่าบาทตรวจสอบ ไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน
รุ่ยอ๋องเองก็รู้สึกตัดสินใจยาก เฉกเช่นเดียวกับเซียวอวี้
ทางหนึ่งก็เป็นเมิ่งเฉียวม่อที่สละหยาดเหงื่อเพื่อแคว้นหนานฉี ช่วยชีวิตเชลยศึกสงครามมาหลายพันคน อีกทางก็เป็นคนนับร้อยในค่ายพยัคฆ์มังกร
รุ่ยอ๋องถอนหายใจออกมา
“ตามกฎแล้ว เมิ่งเฉียวม่อควรถูกประหาร
“แต่หากสูญเสียแม่ทัพคนสำคัญไป เกรงว่าจะเป็นการเบิกทางให้ศัตรู”
ไฉนเลยเซียวอวี้จะไม่คิดเช่นนี้
จนกระทั่งดวงอาทิตย์ทอสีเหลืองอร่าม เขาก็ยังตัดสินใจไม่ได้
ณ ตำหนักหย่งเหอ
ขบวนเสด็จเคลื่อนมาเสวยมื้อเย็นที่นี่
เฟิ่งจิ่วเหยียนถามขึ้น “ฝ่าบาท คดีของเฉียวม่อ มีความคืบหน้าอย่างไรบ้างเพคะ?”
เซียวอวี้กล่าวว่ายังอยู่ในระหว่างสืบพยานหลักฐาน เพื่อไม่ให้นางคิดมาก
จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเรื่อง ปรึกษานางเกี่ยวกับเรื่องของหลิงเยี่ยนเอ๋อร์
ถึงจะบอกว่าปรึกษา แต่ความจริงแล้วเป็นการออกคำสั่งต่างหาก
“อีกสองวัน ให้คนของเจ้าปล่อยหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ออกมาซะ”
มือที่ถือตะเกียบของเฟิ่งจิ่วเหยียนชะงักกึก ดวงตาวูบไหวด้วยไอสังหาร

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...