ภายในคุกเทียนเหลา
เฉียวม่อถูกคุมขังทันทีโดยไม่มีโอกาสแก้ตัวต่อหน้าธารกำนัล
ชุดแม่ทัพที่ดูองอาจน่าเกรงขามแต่เดิมถูกถอดออก และเปลี่ยนเป็นชุดนักโทษสีขาวหม่นแทน
แววตาของนางแฝงด้วยความไม่ยินยอม
เมื่อนางเห็นเฟิ่งจิ่วเหยียน สีหน้าของนางพลันเปลี่ยนเป็นหมองคล้ำ
เมื่อไม่มีผู้คนอยู่โดยรอบ เฉียวม่อจึงเอ่ยถามออกมาตามตรง
“ศิษย์พี่ ท่านไม่นึกถึงความผูกพันในอดีตสักนิดเลยหรือ!
“เห็นข้ามีจุดจบในสภาพเช่นนี้ ท่านมีความสุขใช่หรือไม่!
“ท่านใช้วิธีใดกันแน่ นึกไม่ถึงว่าฝ่าบาททรงไม่ติดใจเอาความเรื่องที่ท่านหลอกลวงเบื้องสูง!”
ทันใดนั้น เฉียวม่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้ นางมองเฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยสายตาเหยียดหยาม พร้อมกับเย้ยหยัน
“ข้ารู้แล้ว ท่านคงพยายามใช้ท่าทางยั่วยวนตอนอยู่บนเตียง ปรนนิบัติฮ่องเต้จนสบายพระทัยเป็นแน่!
“ใช่แล้ว สตรีในวังหลังก็ไม่ต่างจากโสเภณีในหอนางโลม!
“เพื่อชื่อเสียงลาภยศจึงขายเรือนร่างของตนเอง
“ถึงแม้จะไม่ใช่บุรุษที่ชื่นชอบก็รื่นรมย์กับเรือนกายของเขาได้!
“ศิษย์พี่ ข้านึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าท่านจะเหยียบย่ำตนเองเช่นนี้
“ตอนที่ท่านนอบน้อมเอาอกเอาใจฝ่าบาท ท่านเคยนึกถึงพี่ใหญ่ต้วนบ้างหรือไม่?
“พี่ใหญ่ต้วนไม่มีวันสงบสุขอยู่ในปรโลกอย่างแน่นอน! ท่านสกปรกที่สุด! พี่ใหญ่ต้วนไม่ต้องการท่าน เขาไม่ต้องการแล้ว!”
นางไม่ใช่เฉียวม่อคนที่เคยว่านอนสอนง่ายและขี้กลัวผู้นั้นอีกแล้ว
นี่ถึงจะเป็นโฉมหน้าที่แท้จริงของนาง---ดูหมิ่นด้วยคำพูดที่หยาบคาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความชั่วร้ายอำมหิต
เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่เปลืองคำพูดที่จะอธิบายกับเฉียวม่อ
นางมาที่นี่เพราะเรื่องเดียวเท่านั้น
“เฉียวม่อ จงอยู่ที่นี่อย่างสงบ และทบทวนตัวเองกับชีวิตที่เหลืออยู่
“การไม่เปิดเผยว่าเจ้าสวมรอยเป็นแม่ทัพน้อยเมิ่ง มันคือโอกาสรอดครั้งสุดท้ายที่ข้าเหลือไว้ให้เจ้า
“จงรักษาโอกาสนี้ไว้ให้ดี อย่าได้เพ้อฝันถึงเรื่องใดอีก
“มิเช่นนั้น แม้แต่โอกาสรอดครั้งสุดท้ายนี้ ข้าก็จะทำลายด้วยตนเอง”
เฉียวม่อได้ยินแล้วก็หัวเราะขึ้นมาด้วยเสียงแหลมบาดหู
นางหัวเราะจนน้ำตาไหลออกมา
“พอเถอะศิษย์พี่!
“อย่าพูดเหมือนกับว่าท่านนึกถึงความผูกพันในอดีต และมอบหนทางรอดให้กับข้าด้วยความเมตตา
“ที่จริงท่านแค่กลัวว่าจะทำให้อาจารย์และอาจารย์หญิงต้องเดือดร้อน!
“หากไม่ใช่ทำเพื่อพวกเขา ท่านคงสังหารข้าไปนานแล้ว!
“ดังนั้นอย่าหลงคิดว่าข้าจะรู้สึกซาบซึ้งต่อท่าน!
“เห็นชัดเจนว่าท่านอยากสังหารข้า ทว่าก็สังหารข้าไม่ได้
“ตอนนี้ท่านคงโกรธแค้นและร้อนใจอย่างมากกระมัง!
“ศัตรูที่ฆ่าน้องสาวของท่านอยู่ตรงหน้าแล้ว ท่านกลับต้องไว้ชีวิตข้า ฮ่าฮ่าฮ่า...ศิษย์พี่ ท่านช่างน่าสมเพชเสียจริง! เฟิ่งเวยเฉียงจะไม่มีวันให้อภัยท่าน! ท่านในฐานะพี่สาวกลับไม่สามารถล้างแค้นให้นางได้! ฮ่าฮ่า...”
เดิมทีเฉียวม่อไม่รู้ว่าเฟิ่งเวยเฉียงยังมีชีวิตอยู่
นางจึงรู้สึกมีความสุขเป็นที่สุด
เซียวอวี้ได้เห็นความอ่อนโยนในดวงตาของนางที่แทบจะไม่เคยเห็นก่อนหน้านี้เลย
เขากุมมือนางอย่างแผ่วเบา
“ทุกอย่างผ่านไปแล้ว”
เขาเข้าใจว่าเมื่อเมิ่งเฉียวม่อถูกลงโทษ ฮองเฮาก็จะปล่อยวางแล้ว ต่อไปนางก็สามารถทำหน้าที่ฮองเฮาด้วยจิตใจที่มั่นคงแน่วแน่
......
ข่าวร้ายแพร่สะพัดไปไกลเป็นพันลี้ ข่าวดีก็เช่นเดียวกัน
ในวันที่สองหลังจากฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จมาเยี่ยมชมการทดสอบปืนหอกไฟ ราชทูตของเป่ยเยี่ยนก็มาถึงหนานฉีโดยไม่คาดคิด พร้อมเข้าวังเพื่อขอเข้าเฝ้า
เขายื่นข้อเสนอออกมาตามตรง
“ฮ่องเต้ฉี มิทราบว่ากระหม่อมพอจะมีเกียรติได้เข้าชมปืนหอกไฟที่แคว้นท่านสร้างขึ้นมาใหม่บ้างหรือไม่?”
หากเป็นเพียงการเยี่ยมชมธรรมดาก็ไม่เป็นไร ทว่าคนที่สายตาเฉียบคมยังจำได้ว่า ราชทูตผู้นี้คือปรมาจารย์ช่างหล่ออันดับสามของเป่ยเยี่ยน---สงเหยียน
สงเหยียนผู้นี้มีฉายาว่า “ดวงตาเทพเจ้าเหล่าจวิน” ไม่ว่าจะเป็นอาวุธใด เขาแค่ดูจากภายนอกก็สามาถคัดลอกพิมพ์เขียวออกมาและสร้างมันขึ้นมาได้
สิ่งที่เป่ยเยี่ยนคิดวางแผนอะไรอยู่นั้นชัดเจนมาก!
พวกเขาต้องการแอบลักจำผลงาน!
ช่างไร้ยางอายจริง ๆ!
หินเซวียนอิงนั้น หนานฉีไม่ต้องให้ก็ได้ ปืนหอกไฟหนานฉีก็สร้างได้โดยไม่ต้องสนใจว่าแคว้นใดจะขัดขวาง
ทว่าหนานฉีไม่สามารถปฏิเสธแคว้นอื่นเข้ามาเยี่ยมชมได้
ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นแคว้นมหาอำนาจที่แข็งแกร่งกว่าหนานฉีอย่างเป่ยเยี่ยน
ดวงตาของเซียวอวี้เย็นชาดุดัน...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...