องค์หญิงใหญ่จะทรงรู้ได้อย่างไร นางดูถูกฮองเฮา ทว่าพิมพ์เขียวของปืนหอกไฟนั้นก็เป็นเฟิ่งจิ่วเหยียนที่วาดขึ้นมา
นางมั่นใจว่าเฉียวม่อสามารถแก้ไขได้ คาดไม่ถึงว่าเฉียวม่อไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องเริ่มลงมืออย่างไร
ก่อนหน้านี้เฉียวม่อแค่คิดจะคว้าโอกาสนี้เพื่อออกจากคุกเทียนเหลา
ตอนนี้นางเกิดลังเลขึ้นแล้ว
โดยเฉพาะได้ยินฮ่องเต้ทรงตรัสว่า: “สิ่งที่เราต้องการคือไร้ข้อผิดพลาด มิเช่นนั้นเจ้าจะถูกเพิ่มโทษขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง”
แววตาของเซียวอวี้ดูเย็นชา ไม่ยอมให้โอกาสำหรับต่อรอง
เฉียวม่อจึงกระวนกระวายใจ
หากคิดแค่อยากจะลองดูเท่านั้นคงไม่สำเร็จแน่
องค์หญิงใหญ่รู้สึกร้อนใจ
“ฝ่าบาท เมิ่งเฉียวม่อต้อง...”
ก่อนที่คำว่า “ทำได้” จะหลุดออกมา ก็ได้ยินเฉียวม่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“หม่อมฉัน...ทำไม่ได้”
องค์หญิงใหญ่ตกใจอย่างมาก
เมิ่งเฉียวม่อพูดสิ่งใด?!
เหตุใดถึงทำไม่ได้?
ก็แค่เพิ่มกลไกบางอย่างลงในพิมพ์เขียวเดิมเท่านั้น สำหรับแม่ทัพน้อยเมิ่งผู้องอาจคงไม่ยากกระมัง!
แผ่นหลังของเฉียวม่อเต็มไปด้วยเหงื่อ
นางไม่สามารถถูกเพิ่มโทษขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง
“ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่มั่นใจเต็มร้อยเพคะ”
แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนดูหมางเมิน
เซียวอวี้ยิ่งผิดหวังกับเมิ่งเฉียวม่อเพิ่มขึ้นไปอีก
ในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้ นึกไม่ถึงว่านางจะเอ่ยว่าทำไม่ได้
นี่หรือคือแม่ทัพหนุ่มในความทรงจำของเขาที่เผชิญวิกฤตแล้วสามารถเอาตัวรอดได้!
องค์หญิงใหญ่ยังคงพูดแก้ตัวให้เฉียวม่อ
“ฝ่าบาท ความมั่นใจเต็มร้อยฟังดูเคร่งครัดเกินไป! เมิ่งเฉียวม่อแค่กลัวว่านางจะทำได้ไม่ดีเท่านั้น เรื่องนี้พอจะให้อภัยได้
“โปรดให้โอกาสนางสักครั้ง
“ในยามนี้คนเพิ่มมาหนึ่งคนพลังก็เพิ่มมาอีกหนึ่งแรง”
ขณะที่นางพูด นางมองเฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยความโกรธ
ฮองเฮาแท้จริงแล้วเป็นคนจิตใจชั่วร้าย
เมิ่งเฉียวม่อน่าเวทนาถึงเพียงนี้แล้ว ฮองเฮายังคิดจะกำจัดนางให้สิ้นซาก!
ทางด้านเซียวอวี้กำลังจะเอ่ยบางอย่าง แต่เฟิ่งจิ่วเหยียนหันกลับมาและแสดงความเคารพต่อเขา
“ฝ่าบาท หม่อมฉันก็เต็มใจจะช่วยอีกแรงหนึ่ง...”
เซียวอวี้ขมวดคิ้วแน่น ไม่รอให้นางเอ่ยจบก็กล่าวเตือนนาง
“ฮองเฮา เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า”
แม้ว่านางจะมีวิทยายุทธ์ แต่การสร้างอาวุธเป็นความถนัดของเมิ่งเฉียวม่อ หากนางเข้ามายุ่งเกี่ยวโดยไม่มีความรู้ความเข้าใจ จะทำให้กิจการบ้านเมืองต้องล่าช้า
ยิ่งไปกว่านั้น ในสายตาของคนนอก นางเป็นสตรีวังหลัง การเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องของวังหน้าถือว่าไม่เหมาะสม
นางแค่ดูแลวังหลังให้ดีก็พอ
องค์หญิงใหญ่อดหัวเราะไม่ได้ พร้อมกับซักถามติดต่อกัน
“เมื่อครู่ฮองเฮาพูดสิ่งใด? ช่วยอีกแรงรึ? ท่านช่วยทำอะไรได้?
“ท่านรู้หรือว่าปืนหอกไฟนั้นคือสิ่งใด? การวาดภาพอาวุธไม่ใช่เขียนบทกวีหรือวาดภาพทั่วไป ท่านจะทำอะไรได้!”
นางหันไปหาเซียวอวี้
“ฝ่าบาท แทนที่จะฟังคำเพ้อเจ้อของฮองเฮา ไม่สู้ให้โอกาสกับเมิ่งเฉียวม่อ ให้นางได้ลองทำดู!”
“เรารู้ว่าเจ้าไม่อยากให้โอกาสเมิ่งเฉียวม่อได้กลับมาแก้ตัว แต่ก็ไม่ควรใช้วิธีป้องกันศัตรูโดยทำให้ตนเองเดือดร้อน
“รีบกลับไปที่ตำหนักหย่งเหอซะ!”
ช่างวุ่นวายเสียจริง!
เฟิ่งจิ่วเหยียนลังเลที่จะเอ่ย บังเอิญว่าในเวลานั้นรุ่ยอ๋องมาขอเข้าเฝ้าพอดี
นางจึงต้องออกไปก่อน
ด้านนอกห้องทรงพระอักษร ทั้งสองคนได้พบกัน
รุ่ยอ๋องโค้งคำนับให้นาง
“พี่สะใภ้”
เฟิ่งจิ่วเหยียนจิตใจเหม่อลอยจึงไม่ได้สนใจเขา
รุ่ยอ๋องหันกลับไปมองเงาร่างด้านหลังของนางด้วยสายตาวิเคราะห์
เขารู้สึกว่าในตัวพี่สะใภ้มีความลับซ่อนอยู่มากมาย
......
อีกด้านหนึ่ง เฉียวม่อกำลังจะถูกส่งกลับไปที่คุกเทียนเหลา
ขณะจะแยกจากกัน องค์หญิงใหญ่รู้สึกร้อนใจอย่างมาก
“เจ้าพูดได้อย่างไรว่าตนเองทำไม่ได้ นอกจากเจ้าแล้วไม่มีผู้ใดทำได้อีก! แม้แต่คนที่ไม่มีความรู้ความชำนาญอย่างฮองเฮาก็ยังอวดอ้างโดยไม่ละอายใจว่านางมั่นใจเต็มร้อย เจ้า...”
เฉียวม่อเอ่ยขัดจังหวะนางขึ้นมาทันที แววตาเผยให้เห็นการวิงวอนอย่างแรงกล้า
“องค์หญิงใหญ่ โปรดช่วยหม่อมฉันด้วย”
นางอยู่ในคุกเทียนเหลาต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ นางรู้ว่านางต้องช่วยเหลือตนเอง
ยังดีที่นางใช่ว่าจะหมดสิ้นทุกอย่าง
แววตาของเฉียวม่อแฝงไว้ด้วยความอาฆาต

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...