ราชทูตของเป่ยเยี่ยนพยายามขู่เข็ญ ตลอดทั้งวันจะเฝ้ารออยู่แต่ในกรมศัสตราวุธ
พวกเขาค้นพบคลังสมบัติห้องหนึ่ง ทว่ากลับถูกห้ามไม่ให้เข้าไปด้านใน หัวหน้าราชทูตสงเหยียนจึงไม่พอใจอย่างมาก
“ฮ่องเต้ฉีทรงรับปากแล้วว่า จะให้พวกข้าเยี่ยมชมปืนหอกไฟนั่น พวกเจ้ากล้าดีอย่างไรมาขัดขวาง!”
หัวหน้ากรมศัสตราวุธเดินมาขออภัยด้วยตนเอง
“ท่านราชทูต ปืนหอกไฟนั้นยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ โปรดรออีกสักสองสามวัน”
สงเหยียนมองออกว่าพวกเขามีเจตนาจะถ่วงเวลา
ทว่าหนานฉีก็ยอมอ่อนข้อให้แล้ว หากเป่ยเยี่ยนบีบบังคับมากเกินไป เกรงว่าผลที่ได้จะตรงข้ามกับที่คาดหวัง
ถึงอย่างไรก็แค่รอเพิ่มอีกสองสามวัน เขามีเวลาเหลือเฟือ
ก่อนจะกลับ สงเหยียนเอ่ยประโยคหนึ่งที่มีความหมายเป็นนัย ๆ ว่า
“ไม่ว่าจะหลบหน้าอย่างไรก็ไม่มีทางหลบพ้นได้”
หลังเขาจากไป คนในกรมศัสตราวุธต่างพากันเหงื่อตกเย็นวาบ
เป่ยเยี่ยนข่มเหงมากเกินไปแล้ว!
ในเวลากลางคืน
ภายในตำหนักหย่งเหอ
เซียวอวี้ทานอาหารมื้อค่ำร่วมกับเฟิ่งจิ่วเหยียน
เขาพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในกลางวัน น้ำเสียงฟังดูอ่อนโยน
“เมิ่งเฉียวม่อทำความผิดไว้มาก ถึงแม้ครั้งนี้นางจะสร้างความดีความชอบ เราก็จะไม่อภัยโทษให้นาง”
นี่คือการหลอกล่อให้ตายใจเพื่อที่เขาจะเอ่ยคำพูดถัดไป
จากนั้นเขากุมมือเฟิ่งจิ่วเหยียนและเอ่ยอย่างจริงจัง
“มีคำพูดหนึ่งที่เสด็จพี่หญิงเอ่ยไว้ก็ไม่ผิด คนเพิ่มมาหนึ่งคน กำลังก็เพิ่มมาอีกหนึ่งแรง
“เราให้เมิ่งเฉียวม่อวาดภาพพิมพ์เขียวอยู่ในคุก หากเป็นผลสำเร็จ มันจะแก้ปัญหาเร่งด่วนในยามนี้ได้
“เรารู้ว่าเจ้าโกรธแค้นนาง ทว่าเรื่องนี้เกี่ยวโยงเป็นวงกว้าง เจ้าควรทำใจให้กว้างสักหน่อย อย่าทำเรื่องวุ่นวายจนเสียการใหญ่”
“เฟิ่งจิ่วเหยียนดึงมือของตนกลับมา และมองด้วยท่าทางนอบน้อม
“หม่อมฉันรู้เพคะ”
เมื่อมองสาวงามใต้แสงไฟ เซียวอวี้รู้สึกหัวใจร้อนรุ่ม
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มและแฝงด้วยความรู้สึกเสน่หา
“ต่อไปอย่าพูดเรื่องถอดถอนฮองเฮาอีก เราไม่อยากได้ยิน”
เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบตกลงอย่างเอื่อยเฉื่อย ในใจของนางไม่ได้หวั่นไหวแม้แต่น้อย
นางไม่สนใจว่าเขาอยากจะได้ยินหรือไม่
ภารกิจเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้ นั่นก็คือการแก้ไขปืนหอกไฟ
ไม่อาจปล่อยให้เป่ยเยี่ยนแอบลักจำไปอย่างง่าย ๆ
วันนี้เซียวอวี้มีสาส์นกราบทูลตั้งกองพะเนิน หลังอาหารมื้อค่ำเขาจึงออกจากตำหนักหย่งเหอ
ทว่าทางด้านตำหนักวั่นโซ่ว สำหรับเรื่องที่ฮ่องเต้มักจะเสด็จไปตำหนักหย่งเหอบ่อย ๆ นั้น เริ่มสร้างความไม่พอใจแล้ว
วันรุ่งขึ้น ไทฮองไทเฮาทรงเรียกฮองเฮามาเข้าเฝ้า
นางมองเฟิ่งจิ่วเหยียนอย่างพินิจพิเคราะห์ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม โดยเฉพาะมองไปยังท้องของนาง
“ฝ่าบาททรงโปรดปรานเจ้ามาสักพักแล้ว เหตุใดจึงไม่มีความคืบหน้าเลย?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ได้แสดงสีหน้าใด แต่ซุนหมัวมัวกลับลังเลที่จะพูด
ในคืนวันนั้น เมื่อเขามาถึงตำหนักหย่งเหอก็เห็นฮองเฮานั่งอยู่ที่โต๊ะ และกำลังตั้งหน้าตั้งตาคัดลอก
เขาเดินไปพร้อมกับหยิบสิ่งที่นางเขียนขึ้นมา
“เสด็จย่าทรงเข้มงวดกับผู้น้อยเสมอมา ทว่าก็หาใช่คนที่ไร้เหตุผล
“เจ้าทำสิ่งใดถึงยั่วยุให้หญิงชราอย่างนางเกิดความโมโหได้?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเก็บพู่กันและยืนขึ้นทำความเคารพ
“ถวายบังคมฝ่าบาท”
นางรักษาธรรมเนียมเสมอมา ทว่าภายในห้องนี้มีเพียงพวกเขาสองคน การแสดงความเคารพจึงมองดูเหมือนห่างเหิน
เซียวอวี้พยุงนางขึ้น “ไม่ต้องคัดแล้ว ส่วนที่เหลือนั่น เราจะไปพูดกับเสด็จย่าเพื่องดเว้นโทษให้เจ้า”
เฟิ่งจิ่วเหยียนหลบเลี่ยงเขาโดยไม่ให้จับพิรุธได้
“หม่อมฉันสามารถคัดลอกจนเสร็จได้”
เซียวอวี้จับแขนของนางไว้ “เราบอกว่าไม่ต้องคัดแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องคัด ไม่สู้เอาเวลานั้นมานอนให้เร็วขึ้นจะดีกว่า”
เฟิ่งจิ่วเหยียน: ถ้าเช่นนั้นนางยอมคัดลอกต่อจะดีกว่า
“คำสั่งของผู้อาวุโสไม่อาจขัดขืนได้” นางเอ่ย
เซียวอวี้เชยคางของนางขึ้นมา และมองด้วยสายตาบังคับข่มขู่
“ถ้าเราจำไม่ผิด วันนี้เป็นวันที่เจ็ด”
สตรีมีระดูอย่างมากก็เจ็ดวัน
สีหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเปลี่ยนไป
ยังไม่ทันที่นางจะตอบสิ่งใด เซียวอวี้ก็อุ้มนางขึ้นมาแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...