บนเตียงนั้นมีพื้นที่คับแคบ เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่มีที่ให้ถอยหนี
เซียวอวี้จับเอวของนางไว้ เพื่อให้นางอยู่ในพื้นที่จำกัด
นางหันศีรษะหลบหลีกการจูบของเขา ก็ยิ่งทำให้เขาไม่เหลือความอดทน
ทันใดนั้นเขาจับคางของนางไว้ และมองเข้าไปในดวงตาของนางด้วยสายตาเยือกเย็น
“หลบอะไร? หือ?”
แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนสงบนิ่งไม่หวั่นไหว มือสองข้างกำหมัดไว้แน่น
เซียวอวี้เริ่มโมโห เขาพลันก้มศีรษะลงประกบริมฝีปากของนาง ไม่เหลือพื้นที่ว่างให้นางหายใจ
ผ่านไปไม่นาน การหายใจของเขาเริ่มหอบถี่ ฝ่ามือใหญ่เคลื่อนมาทางด้านหน้าตัวนาง
แค่ดึงเบา ๆ สายรัดเอวก็หลุดออก
ฝ่ามือร้อนผ่าวของเขาวางทับอยู่บนหน้าท้องที่กระชับและแบนราบของนาง โดยมีอาภรณ์กั้นอยู่หลายชั้น
ริมฝีปากบางของเขาเคลื่อนมาข้างใบหูของนาง เหมือนจูบเหมือนขบกัด ทั้งอมติ่งหู พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“มีองค์ชายให้กับเรา...”
คำพูดนี้หาใช่จะหารือกับนาง แต่เป็นคำสั่งที่แข็งกร้าว
เซียวอวี้เริ่มเกิดอารมณ์เคลิบเคลิ้ม เขาดึงอาภรณ์ของนางอย่างขาดสติ
เฟิ่งจิ่วเหยียนเอียงศีรษะ และหันหน้าไปทางผ้าม่านข้างเตียง
แววตาของนางเฉยชาและคิ้วขมวดแน่น
“ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่เต็มใจจะร่วมบรรทม”
คำพูดของนางราวกับสายฟ้าฟาด ทำให้เซียวอวี้หยุดชะงักทันที
เขายกตัวขึ้นเล็กน้อย จับหน้านางหันมาตรง ๆ ให้นางมองมาที่ตน
“เจ้าพูดอะไร?” แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและความสับสน
ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว นางยังมีสิ่งใดไม่พอใจอีก?
ถึงขั้นว่าเขาก็ไม่สืบสาวเอาผิดนางที่หลอกลวงเบื้องสูง
เฟิ่งจิ่วเหยียนมองตรงมายังเขา บนใบหน้าไม่มีความรู้สึกใดเลย เหมือนดวงจันทร์ เหมือนต้นไม้
“หากท่านต้องการองค์ชาย มีสนมหลายคนเต็มใจให้กำเนิดเพื่อท่าน”
เซียวอวี้หัวเราะด้วยความโมโห
เขามองสำรวจนางด้วยสายตาเย็นชา
“เราต้องการเจ้าให้กำเนิด”
หลังพูดจบ เขาดึงอาภรณ์ของนางออกอย่างไม่ปรานี ก้มหัวลงและขบกัด...
สองถ้วยชาต่อมา
ฟึ่บ---
บุรุษลุกขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับดึงผ้าห่มมาคลุมบนตัวเฟิ่งจิ่วเหยียน
เขายืนอยู่ข้างเตียง มองลงมาที่นางด้วยแววตาสับสน
ทั้งโมโหจนแทบอยากจะบีบคอนางให้ตาย ทั้งอีกใจก็ทำไม่ลง
สุดท้ายแล้วก็ไม่มีทางบังคับนางได้
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“หมดอารมณ์จริง ๆ”
หลังพูดจบ เขาก็สะบัดแขนเสื้อจากไปด้วยสายตาเบื่อหน่าย
หลังจากเขาออกไป เฟิ่งจิ่วเหยียนลุกขึ้นนั่ง พร้อมรีบสวมอาภรณ์ให้เรียบร้อย แววตาดูประหลาดใจ
นางแปลกใจอย่างมาก เซียวอวี้ถึงขั้นตอนสุดท้ายนั้นแล้วแต่กลับหยุดไว้
นางรู้สึกได้ว่า ในเวลานี้เขาจะต้องลงมือทันทีไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แล้ว...
ณ ตำหนักจื้อเฉิน
เซียวอวี้แช่อยู่ในน้ำเย็น สีหน้าเย็นชา มีความอาฆาตแค้น
มันแน่นอย่างรุนแรง...
สตรีผู้นั้นสมควรตายจริง ๆ!
เขาไม่ควรปล่อยนางจนทำให้ตนเองลำบาก
ครึ่งชั่วยามต่อมา จักรพรรดิหนุ่มก็ขึ้นมาจากน้ำ สีหน้าของเขาดูหมองคล้ำราวกับน้ำหมึก
“เราจะส่งหมอหลวงไปตรวจดูอาการจิ้งเฟย”
ไทฮองไทเฮาโมโหขึ้นมาทันที
“เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น!”
เซียวอวี้ก็ไม่ได้แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ เขาเอ่ยออกมาตามตรง
“เสด็จย่า เราจะไม่ให้ความโปรดปรานสนมคนใด จนกว่าฮองเฮาจะตั้งครรภ์โอรสรัชทายาทเสียก่อน”
“เจ้า!” ไทฮองไทเฮาทรงโมโหอย่างหนัก
พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร!
เฟิ่งจิ่วเหยียนเงยหน้าขึ้นมองเซียวอวี้ แววตาเผยถึงความประหลาดใจ
จากนั้นไทฮองไทเฮาทรงระบายโทสะมาที่ตัวเฟิ่งจิ่วเหยียน
“ดูเอาเถอะ! เจ้าทำให้ฝ่าบาทหลงใหลจนกลายเป็นอย่างไรไปแล้ว!”
อารมณ์นางเริ่มแปรปรวน นางหยิบถ้วยชาที่อยู่ข้างมือขึ้นมา และขว้างไปทางเฟิ่งจิ่วเหยียน
เซียวอวี้ก้าวมายืนด้านหน้า และยกมือขึ้นมาบังถ้วยชานั้น
แววตาของเขาเยือกเย็นดุดัน ไม่มีท่าทียอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย เขาปกป้องเฟิ่งจิ่วเหยียนที่อยู่ด้านหลัง และรับผิดแต่เพียงผู้เดียว
“เสด็จย่าอย่าทำให้นางต้องลำบากใจ เป็นเราเองที่ตัดสินใจเช่นนี้”
คืนที่ผ่านมาฮองเฮาขัดขืนเขาเช่นนั้น เขายังหักห้ามใจไม่อยากลงมือ ทว่าเสด็จย่ายิ่งไม่ได้เลย
ไทฮองไทเฮาเห็นเขาปกป้องภรรยาเช่นนี้ นางแทบจะหายใจไม่ทัน
“ออกไป! พวกเจ้าออกไปให้หมด!”
นางควรจะพำนักอยู่ที่เขาอวี้เฉวียน เมื่อมองไม่เห็นก็ไม่ต้องรำคาญใจ
เมื่อออกจากตำหนักวั่นโซ่ว เฟิ่งจิ่วเหยียนสังเกตเห็นว่า มือขวาของเซียวอวี้มีรอยแดง
คิดว่าเมื่อครู่คงจะถูกน้ำชาลวก
เซียวอวี้หยุดกะทันหัน เขาเห็นนางกำลังมองสิ่งใดอยู่ จึงยกมือขึ้นมา และชูไปตรงหน้านาง
“ไปใส่ยา”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...