ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันแฝงไปด้วยความเย็นชา
“ฝ่าบาทเพคะ เรื่องที่เฉียวม่อกระทำการแอบอ้างนั้น มีเพียงท่านอาจารย์รับรู้เพียงคนเดียวเท่านั้น”
ในยามนี้ องค์หญิงใหญ่ก็เปิดปากพูดออกมาเช่นกัน
หาได้เหมือนเมื่อก่อนไม่ นางมิคิดจะช่วยเหลือเฉียวม่ออีกแล้ว
“ฝ่าบาทเพคะ การที่เมิ่งเฉียวม่อแอบอ้างเป็นผู้อื่นนั้นถือเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมยิ่งนัก ในยามนี้ยังหันกลับมาแว้งกัดบรรพบุรุษที่สั่งสอนตนเองมานานหลายปีอีก นับว่าเป็นการกระทำที่เนรคุณเป็นอย่างยิ่ง!
“คำพูดของคนเช่นนางนั้น จักสามารถเชื่อถือได้เท่าใดกัน?
“มิจำเป็นต้องฟังคำนางที่หันมาแว้งกัดผู้อื่นเพคะ!”
องค์หญิงใหญ่รู้ดีว่า มิมีทางที่ฮูหยินเมิ่งจักมิมีส่วนรู้เห็นในเรื่องที่เฉียวม่อแอบอ้างสถานนะนี้
ทว่า นางเพียงแค่ต้องการปกป้องฮูหยินเมิ่งเอาไว้
นางเชื่อว่าฝ่าบาทหาใช่คนไร้เหตุผลไม่
หากว่าลงโทษทุกคนที่รู้เห็นเรื่องนี้จนหมดนั้น เกรงว่าค่ายทหารเป่ยต้าคงตกอยู่ในความอลหม่านอย่างแน่นอน
เซียวอวี้ก็เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี
อีกทั้ง เขายังคิดถึงฮองเฮาอีกด้วย
หากว่ากันตามตรงแล้ว ฮองเฮาเองก็คงจะรู้เรื่องที่เฉียวม่อแอบอ้างตนเป็นเมิ่งสิงโจวด้วยเช่นกัน ทว่า นางก็ยังคงช่วยเก็บเป็นความลับ คงเพราะต้องการช่วยปกป้องผู้คนในตระกูลเมิ่ง
หากเขาจัดการกับฮูหยินเมิ่งแล้วไซร้ เกรงว่าฮองเฮาย่อมไม่พอใจอย่างแน่นอน
เดิมทีเซียวอวี้ต้องการจะรอสั่งประหารในวันพรุ่งนี้ ทว่า เพื่อป้องกันมิให้เมิ่งเฉียวม่อเอ่ยเรื่องไร้สาระอีกต่อไป เขาจึงจำเป็นต้องจัดการนางให้ไวที่สุด
“ประหารเมิ่งเฉียวม่อเสียตอนนี้”
เฉียวม่อรู้สึกหวาดกลัวยิ่งนัก
“ฝ่าบาท!”
ทันใดนั้น เฉียวม่อพลันเปลี่ยนเรื่องขึ้นมาในทันที “ฝ่าบาทเพคะ ป้ายทองไว้ชีวิต……หม่อมฉันก็มีเช่นกัน! หม่อมฉันมีป้ายทองไว้ชีวิต!”
สายตาของเซียวอวี้หาได้สนใจสิ่งใดไม่
นางยังมีหน้ามาพูดถึงป้ายทองไว้ชีวิตอีกงั้นหรือ?
องค์หญิงใหญ่เองก็นึกโมโหขึ้นมาไม่น้อย
“เมิ่งเฉียวม่อ! เจ้าจำป้ายทองไว้ชีวิตในตอนที่ขอคราแรกได้หรือไม่? นั่นเป็นเหรียญที่ท่านแม่ทัพน้อยเมิ่งเสี่ยงชีวิตตนเองเพื่อเข้าร่วมศึกสงครามจนได้มันมา!
“ผู้ที่แอบอ้างคนอื่นเช่นเจ้า สมควรได้รับป้ายทองไว้ชีวิตงั้นหรือ?
“เจ้าช่างไร้ยางอายยิ่งนัก!”
องค์หญิงใหญ่ที่เคยหาทางปกป้องนางทุกวิถีทางนั้น ในยามนี้โกรธเกลียดนางเข้าไส้
ภายในใจของเฉียวม่อรู้สึกด้านชายิ่งนัก
หรือเป็นเพราะนางมิใช่เมิ่งสิงโจวแล้ว ตนเองจึงมิได้รับการยอมรับจากองค์หญิงใหญ่แล้วงั้นหรือ?
หลายวันที่ผ่านมา ยามที่พวกนางดื่มกินร่ำสุรา ถกเถียงเรื่องราวที่ตนเองชมชอบด้วยกันนั้น ล้วนแต่เป็นเรื่องหลอกลวงทั้งหมดงั้นหรือ?
องค์หญิงใหญ่กลัวว่าเซียวอวี้จะหน้ามืดตามัว พลางเอ่ยเตือนสติเขาขึ้นมาอีกครั้ง
“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ถึงแม้ว่าป้ายทองไว้ชีวิตของเมิ่งเฉียวม่อจักสามารถใช้การได้ ทว่า มันได้ถูกใช้ไปแล้วในยามที่นางถูกลงโทษเรื่องการลอบทำลายกองทัพมังกรพยัคฆ์
“ฉะนั้นแล้ว คราวนี้นางจักตายสถานเดียว!”
นางโง่เง่าเสียจริง ในยามนั้นนางยังช่วยเมิ่งเฉียวม่อเอาไว้ ทั้งยังคิดว่านางตกอยู่ในความลำบาก เป็นผู้บริสุทธิ์
ทั้งยังช่วยเหลือเมิ่งเฉียวม่อให้หลบหนีออกจากคุกอีก...
นับว่าโชคดีที่เมิ่งสิงโจวตัวจริงมาปรากฏตัวขึ้น
เมื่อเฉียวม่อเห็นว่าป้ายทองไว้ชีวิตมิอาจใช้การได้นั้น นางจึงกล่าวขึ้นมาอีกว่า
“ฝ่าบาทเพคะ อย่าประหารหม่อมฉันเลย หม่อมฉันยังมีประโยชน์ต่อท่านอยู่! พวกเป่ยเยี่ยนเองก็กำลังจับตาเฝ้าดูพวกเรา ท่านยังต้องการให้หม่อมฉันช่วยปรับเปลี่ยนปืนหอกไฟอยู่ ท่านลืมไปแล้วหรือ?”
เซียวอวี้ขมวดคิ้วเป็นปมเล็กน้อย
เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนจริง ๆ
ทว่า……
“เจ้าลืมไปแล้วหรือ ว่าตนเองหาได้รู้วิธีดัดแปลงปืนหอกไฟไม่” เฟิงจิ่วเหยียนเอ่ยออกมาด้วยความเย็นชา
องค์หญิงใหญ่นึกเกลียดชังเฉียวม่อยิ่งนัก
เมิ่งเฉียวม่อผู้นี้แอบอ้างตนเองเป็นท่านแม่ทัพน้อยเมิ่ง แม้แต่พรสวรรค์ในการสร้างศาสตราวุธก็ยังแอบอ้างมาเป็นของตนเองด้วย!
นางที่ทำสิ่งใดไม่เป็นสักอย่าง ยังมีหน้ามาเอ่ยเรื่องนี้อีกหรือ?
“เมิ่งเฉียวม่อ เจ้าช่างน่าสมเพชเสียจริง!
“ถึงแม้ว่าจะให้โอกาสเจ้า แต่เจ้าก็ไม่มีวันที่จะเป็นคนที่ยอดเยี่ยมเช่นท่านแม่ทัพน้อยเมิ่งได้หรอก!”
ใบหน้าของเฉียวม่อพลันซีดเผือดไปในทันที
นางจ้องมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียน
“แผนการที่ข้าวางเอาไว้ หาได้โหดเหี้ยมเท่าท่านไม่!
“ท่านต้องการทำให้ข้าเสื่อมเสียเกียรติและชื่อเสียง ถูกผู้คนดูหมิ่นและรังเกียจเหยียดหยาม ท่านถึงได้ปล่อยข้าเอาไว้ มิยอมเปิดเผยเรื่องที่ข้าแอบอ้างสถานะคนอื่นใช่หรือไม่!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนมิจำเป็นต้องอธิบายต่อเฉียวม่ออีกต่อไป
เรื่องที่นางต้องจัดการล้วนแต่ทำไปหมดแล้ว ก่อนจะหยิบหอกด้ามยาวของตนเองเตรียมหันกายจากไปในทันที
ประตูที่ถูกเปิดเอาไว้ มิมีผู้ใดขัดขวางนาง ทั้งยังมิมีผู้ใดขัดขวางนางเอาไว้ได้
องครักษ์ทั้งสองนายจึงเข้ามาจับตัวเฉียวม่อเอาไว้ ก่อนจะพาตัวไปยังลานประหารชีวิต
เหล่าองครักษ์ที่อยู่ในบริเวณนี้ ต่างก็เป็นคนสนิทของฝ่าบาททั้งนั้น
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนี้ พวกเขาย่อมมิมีทางเปิดปากพูดออกมาอย่างแน่นอน
เฉียวม่อจ้องมองที่แผ่นหลังของเฟิ่งจิ่วเหยียน พลางดิ้นรนพร้อมร้องตะโกนออกมา
“ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว! เหตุใดท่านถึงมิยอมถอดหน้ากากที่สวมใส่อยู่ออกมาเล่า ให้ทุกคนได้รู้ไปทั่วกันว่าท่านคือผู้ใด! ศิษย์พี่!”
ทุกคนต่างก็ตกใจไปในทันที
ศิษย์พี่?
หรือว่า เมิ่งสิงโจวตัวจริงนั้นก็เป็นสตรี?
เฉียวม่อหัวเราะลั่นออกมา ราวกับปีศาจร้ายที่คลานออกมาจากนรก ทั้งยังเหมือนสุนัขดุร้ายที่ร้องเห่าผู้อื่น
“ข้าต้องเรียกท่านว่าศิษย์พี่ หรือควรจักเรียกท่านว่าฮองเฮาดีเพคะ?”
ทันทีที่เอ่ยออกมานั้น ราวกับคลื่นพายุที่พัดกระทบฝั่ง คลื่นมากมายที่โถมกระหน่ำเข้าสู่จิตใจของผู้คน
โดยเฉพาะเซียวอวี้
ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างของ “เมิ่งสิงโจว” ภายใต้ท่าทางที่ดูเงียบสงบ กำลังเกิดการนองเลือดขึ้น...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...