“ปิดประตู!” เซียวอวี้ออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด
ปั้ง—
ประตูคุกเทียนเหลาถูกปิดอย่างเต็มแรง
เฟิ่งจิ่วเหยียนหยุดฝีเท้าลง ก่อนจะยืนนิ่งอยู่ที่เดิมมิได้ขยับไปที่ใด
ด้านบนกำแพงนั้น
องค์หญิงใหญ่แทบไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่นางเพิ่งจะได้ยิน
ศิษย์พี่? ฮองเฮา?
เมิ่งเฉียวม่อต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ !
ใช่ นางจะต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ !
เมิ่งเฉียวม่อยิ้มเยาะออกมาราวกับคนบ้า
ถึงอย่างไรก่อนตายนั้น นางยังสามารถลากคนไปเป็นเพื่อนได้อีกคน
ป้ายทองไว้ชีวิตนั้น ศิษย์พี่เอามาช่วยเหลือท่านอาจารย์ไปแล้ว
เหตุใดถึงลืมไปแล้วเล่าว่ายังมีตัวเองอยู่!
เฉียวม่อหันไปกล่าวกับฝ่าบาทที่อยู่บนกำแพงว่า
“ฝ่าบาทเพคะ! ท่านคงมิทราบกระมัง! ว่าผู้ที่แอบอ้างเป็นเมิ่งสิงโจวนั้น หาได้มีเพียงหม่อมฉันไม่ ยังมีฮองเฮา…”
ฉึก —
ลูกธนูอันแหลมคมพลันบินทะลุมาที่ทรวงอกของเฉียวม่อในทันที
ความหวาดกลัวต่อความตายพลันแผ่กระจายไปทั่วร่างในทันที
ดวงตาของเฉียวม่อถึงกับเบิกโพลงขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะมองยังทิศทางที่ลูกธนูบินมา...
นางมิเคยคิดเลยว่า ผู้ทำการสังหารนางนั้นจักเป็นฝ่าบาท!
สายตาของเซียวอวี้พลันทอประกายความเย็นชาออกมา เขาง้างคันธนูออกมาและปล่อยลูกธนูออกไปด้วยความว่องไว
องค์หญิงใหญ่ที่อยู่ข้างกายเขานั้น ยังมิทันได้สติกลับมา นางเอาแต่จ้องมองผู้คนที่อยู่ด้านล่างด้วยแววตาเหม่อลอย
ก่อนจะหันไปมองเซียวอวี้ด้วยท่าทีตกตะลึง
เหตุใดฝ่าบาทถึงลงมือในเวลานี้กัน?
เมื่อครู่เฉียวม่อคล้ายกับมีเรื่องอยากจะเอ่ยออกมา...
ธนูลูกนี้ เฟิ่งจิ่วเหยียนก็มิคาดคิดเช่นกัน
ยามที่นางได้ยินลูกธนูกำลังแหวกอากาศเข้ามานั้น นางคิดว่าธนูลูกนี้จักถูกเล็งมาที่นางเสียอีก
เมื่อหันกลับไปมอง กลับพบว่าเป็นเฉียวม่อที่ถูกยิงล้มลงไป
ร่างของเฉียวม่อกระตุกขึ้นมาสองสามครั้ง พลางเอ่ยออกมาอย่างติดติดขัดขัด
“ไย... ไย... นาง หลอกลวง...เบื้องสูง เหตุใด ถึงสังหาร... ข้า”
เมื่อพูดจบนั้น เฉียวม่อก็สิ้นลมจากไปในทันที
นางตายตาไม่หลับ
ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนทั้งเจือไปด้วยความเย็นชาและเต็มไปด้วยความซับซ้อนมากมาย
นางรู้ว่าวันนี้จักต้องมาถึง แต่เหตุใดถึงยังนึกเป็นกังวลอีก
นัยน์ตาของเซียวอวี้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว หากแต่ยังมีท่าทีนิ่งเฉย
เขาโยนคันธนูให้เฉินจี๋ จากนั้นก็ค่อย ๆ เดินลงบันไดกำแพงไปทีละขั้น
องค์หญิงใหญ่ตกตะลึงไปอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตามเซียวอวี้ลงไปติด ๆ
……
เฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้คิดหลบหนี
หากนางต้องการหนีไปนั้น นางย่อมสามารถหลบหนีไปได้
หากแต่นางก็รู้ดีว่า ช้าเร็วอย่างไรวันนั้นก็ต้องมาถึง
เซียวอวี้เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของนาง เฟิ่งจิ่วเหยียนจับหอกในมือเอาไว้แน่น
เขาหาได้เอ่ยอันใดออกมาสักคำไม่ พลางใช้สายตาจ้องมองนางอยู่เช่นนั้น
ก่อนจะยกมือขึ้นมา เพื่อถอดหน้ากากที่อยู่บนใบหน้าของนางออกด้วยตนเอง...
ภายใต้หน้ากากนั้น คือใบหน้าที่เขาคุ้นเคย
เป็นฮองเฮาของเขาจริง ๆ !
สายตาทั้งสองคู่พลันสบตากัน ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนสงบเงียบราวกับสายน้ำ
กลับกัน เซียวอวี้นึกอยากจะบีบคอนางให้ตายยิ่งนัก
จนถึงตอนนี้ นางก็ยังมิรู้ว่าท่านแม่ทัพน้อยเมิ่งที่ช่วยเหลือนางเอาไว้ในปีนั้น เป็นผู้ใดกันแน่!
แต่มิใช่เมิ่งเฉียวม่ออย่างแน่นอน!
ภายในรถม้าที่กลับวังนั้น
เซียวอวี้มิได้เอ่ยอันใดออกมา
เฟิ่งจิ่วเหยียนที่มิอยากจะโกหกอีกต่อไป จึงเปิดปากพูดขึ้นมาว่า
“ฝ่าบาท……”
“หุบปาก” เซียวอวี้เอ่ยตัดบทนางขึ้นมา ทั้งยังตวัดสายตามองมาด้วยความโกรธเกรี้ยว
จู่ ๆ เซียวอวี้ก็สั่งให้หยุดรถม้า พลางเอ่ยสั่งการกับเฉินจี๋ว่า
“ไปหาอาภรณ์ของสตรีมาหนึ่งชุด”
รถม้าพลันหยุดลงที่ข้างถนน ยามที่รั้งรอนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงคิดที่จะเอ่ยพูดขึ้นมาอีกครั้ง
เซียวอวี้จึงเอ่ยตัดบทขึ้นมาอีก พลางกล่าวเตือนนางขึ้นมาว่า
“มิต้องเอ่ยอันใดออกมาทั้งนั้น เรายังมิอยากฟังเจ้าพูดในตอนนี้”
เซียวอวี้พยายามอดทนเป็นอย่างมาก สายตาของเขาราวกับมีพายุโหมกระหน่ำอยู่ด้านใน
มิต่างอันใดกับภูเขาไฟที่กำลังรอการปะทุขึ้นมา
ไม่นานนัก เฉินจี๋ก็กลับมา
เขาส่งอาภรณ์เข้ามาด้านในรถม้า
เซียวอวี้มองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยความเย็นชา
“เปลี่ยนเสีย”
เธอมิอาจสวมใส่อาภรณ์บุรุษกลับวังไปได้
เฟิ่งจิ่วเหยียนเงียบงันไร้เสียง พลางถืออาภรณ์เอาไว้ ยามที่คิดจะออกไปหาสถานที่เปลี่ยนอาภรณ์ของตนเองนั้น
เซียวอวี้พลางเอ่ยออกมาด้วยท่าทีอดรนทนไม่ได้
“เปลี่ยนที่นี่เสีย”
ทุกส่วนในร่างกายของนาง มีที่ใดบ้างที่เขามิเคยเห็น?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...