เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 400

เฟิ่งจิ่วเหยียนเกิดความลังเลไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตนเองออก

สายตาของเซียวอวี้มิได้ละจากไปที่ใด ก่อนจะกำหมัดวางไว้บนเข่า

หลังจากผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จแล้วนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนก็มิอยากเก็บมันไว้อีกต่อไป

“ฝ่าบาท หม่อมฉัน...”

จู่ ๆ เซียวอวี้ตวัดสายตาหันมามองนางด้วยแววตาที่เย็นยะเยือกจนทำให้คนนึกขนลุก

“ฮองเฮา เจ้าควรคิดให้ดีก่อนที่จะพูดอันใดออกมา

“เรื่องงานมงคลสมรสแทนนั้น เป็นเรื่องใหญ่ที่ข้าพอจะถอยให้เจ้าได้”

หากยังมีเรื่องอื่นที่ร้ายแรงกว่างานมงคลสมรสละก็ เขาจักไม่ปล่อยนางไปอย่างแน่นอน

หากแต่สายตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเผยความแน่วแน่ขึ้นมา

“หม่อมฉันมิอยากปิดบังท่าน...ฮึก!”

จู่ ๆ เซียวอวี้ก็ดึงนางเข้ามาอยู่ในอ้อมอก พลางก้มลงมาปิดปากนางในทันที

เขาบดจูบนางด้วยความรุนแรง ราวกับว่าเขาต้องการกลืนกินนางลงไป

ยามที่เฟิงจิ่วเหยียนคิดจะผลักเขาออกไปนั้น เขาก็พลิกร่างของตนเอง กดนางลงไปกับเบาะภายในรถม้าในทันที...

รถม้ายังคงแล่นเข้าไปในพระราชวังโดยมิมีผู้ใดขัดขวาง

รถม้าพลันหยุดลงเมื่อมาถึงด้านนอกของตำหนักจื้อเฉิน

เฉินจี๋ที่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวภายในรถม้า ราวกับว่ามีสิ่งของบางอย่างตกหล่นลงมา

จากนั้นก็มีเสียงหอบหายใจผิดปกติ ราวกับว่ามีคนเป็นโรคหอบหืด

เขาจึงรีบถอยกายออกไปตามสัญชาตญาณในทันที ทั้งยังมิกล้ารบกวนอีกต่อไป

ทว่า ก็ยังมีเสียงบางอย่างที่หลุดลอยมาเข้าหูจนได้

ไม่นานนัก ม่านภายในรถม้าจึงถูกเปิดออกมา

พลันเห็นว่าฝ่าบาทเดินลงมาจากรถม้าก่อน จากนั้นก็ฉุดกระชากฮองเฮาให้ลงมาตาม ๆ กัน

จากนั้น ราวกับฝ่าบาทนึกรำคาญที่ฮองเฮาเดินได้เชื่องช้ายิ่งนัก พลันหันกลับไปพร้อมกับอุ้มนางขึ้นพาดบ่าไปในทันที

เฉินจี๋ตกตะลึงไปเล็กน้อย ก่อนจะนึกลังเลว่าตนเองควรจะตามไปหรือถอยกลับดี

เหล่าขันทีนางกำนัลภายในตำหนักจื้อเฉินต่างก็เห็นภาพตรงหน้าโดยทั่วกัน

พวกเขามิกล้ามองมากไปกว่านี้ พร้อมทั้งรีบร้อนก้มหน้าก้มตาโดยไว

ปั้ง

ประตูตำหนักถูกเซียวอวี้เตะเข้ามา

หลิวซื่อเหลียงตกใจเสียหวาดผวาไปหมด

เกิดอะไรขึ้นกับฝ่าบาทกัน?

……

ภายในตำหนักในนั้น

เฟิ่งจิ่วเหยียนคล้ายกับถูกจับโยนลงบนเตียง

ก่อนที่นางจะขมวดคิ้วมองดูฝ่าบาทที่สูญเสียสติไปแล้ว

ต่อมา เมิ่งเฉียวม่อกลับทำให้ความคาดหวังสูญหายไปจนสิ้น

สำหรับฮองเฮาแล้วนั้น เขากลับรู้สึกว่านางมีท่าทีสงบเกินไป สีหน้ากลับเรียบเฉยไร้อารมณ์ราวกับท่อนไม้ก็ไม่ปาน

อีกทั้ง ทั่วร่างของนางกลับแผ่กลิ่นอายอันองอาจสง่างามที่มิเหมือนสตรีนางใดออกมา คล้ายกับว่านางผ่านสนามรบมานับร้อย ทั้งยังขาดความไร้เดียงสาในช่วงวัยเช่นนาง ทำให้นางดูคล้ายกับสตรีโบราณคร่ำครึ

ถึงแม้ว่า หลังจากที่รู้ว่านางมีวรยุทธ์สูงส่งและซ่อนความสามารถเอาไว้นั้น เขาก็ยังมิเคยคิดเลยว่านางและ “เมิ่งสิงโจว” จักเป็นคนเดียวกัน...

เมิ่งสิงโจว...

ฮองเฮาจะเป็นเมิ่งสิงโจวไปได้อย่างไร! !

ฟึ่บ!

ภายในใจของเซียวอวี้รู้สึกกระสับกระส่ายยิ่งนัก ก่อนจะลุกขึ้นยืน

หยดน้ำมากมายเกาะอยู่บนหน้าอกของเขา พลางเผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่ดุร้ายและเย้ายวนของเขาออกมา

หากแต่ใบหน้ายังเต็มไปด้วยความเย็นชา ที่ทำให้คนรู้สึกห่างไกลกับเขานับพันลี้

ขณะเดียวกัน ภายในตำหนักในนั้น

เฟิ่งจิ่วเหยียนพยายามเป็นอย่างมากที่จะแกะเชือก ทว่า มิรู้ว่าเซียวอวี้มัดเช่นไร ยิ่งดิ้นมากเท่าใด เชือกก็ยิ่งมัดแน่นขึ้นเท่านั้น

นางจึงทำได้เพียงรักษาท่วงท่าเช่นนี้เอาไว้ ก่อนจะนอนแข็งทื่ออยู่บนเตียง ด้วยแววตาที่มืดมน

เซียวอวี้น่าจะคาดเดาได้แล้วกระมังว่านางคือเมิ่งสิงโจว

เขาควรจะโกรธมากจนอยากจะสังหารนางสิ นี่คือความคิดของมนุษย์ปกติทั่วไป

ทว่า การที่เขามัดตัวนางไว้กับเสาหัวเตียงเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน?

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย