หลังจากเวลาผ่านไปสองถ้วยชา
เฟิ่งจิ่วเหยียนเพิ่งจะได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวอีกครั้ง
เป็นเสียงของเซียวอวี้ที่กลับมาจากการสรงน้ำ
เขายกเปิดม่านขึ้นมา พลางมองดูนางจากเบื้องบนอย่างน่าเกรงขามและเย็นชา
สายตาของนางเคลื่อนมองตาม ได้เห็นเขาอยู่ในชุดบรรทม ปล่อยเส้นผมดำสยาย ใบหน้างดงามดุจหยกนั้นถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายสังหาร เปรียบเสมือนปีศาจร้ายที่เย้ายวนใจผู้คน
ยามที่ได้เผชิญหน้ากับฮ่องเต้ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้เช่นนี้ เฟิ่งจิ่วเหยียนย่อมจะต้องรักษาความระมัดระวังอยู่เสมอ
หลังจากนั้น เซียวอวี้ก็ย่อกายนั่งลง
เขาผินดวงพักตร์มาทางนาง นัยน์ตาเงียบสงัดเยือกเย็น
เมื่อเขาไม่เอ่ยปากก่อน เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ไม่พูดเช่นกัน เพราะกลัวว่าจะทำให้เขาโกรธขึ้นมาอีก
ในม่านเงียบสงบผิดปกติ ไม่ต่างจากการตั้งป้อมคุมเชิงประจันหน้ากันเงียบ ๆ ก่อนเริ่มสงคราม ได้แต่หยั่งเชิงกันและยังหาทางออกไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะข่มอารมณ์ไม่ไหวก่อนกัน
เมื่อถูกจ้องมองด้วยสายตาเยือกเย็นของบุรุษผู้นั้น ถึงแม้ว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนอยากจะเมินเฉย ก็ยังหนีไม่พ้นความรู้สึกกระสับกระส่ายเล็กน้อย
นางชอบวิถีที่ตรงไปตรงมามากกว่า
หากเขาต้องการถามเรื่องใด ก็เพียงแค่ถามออกมา
หรือบางทีอาจจะต้องการลงโทษนาง...
ทันใดนั้น เซียวอวี้พลันโน้มตัวเข้ามาชิดใกล้
ลมหายใจของนางหยุดชะงัก ตรงขอบรองเท้าก็ปรากฏใบมีดแหลมคมขึ้นมา
โชคดี ที่เขาทำเพียงแค่ช่วยปลดพันธนาการที่มือของนางออกให้เท่านั้น
หลังจากที่สองมือได้รับอิสรภาพ เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ผุดลุกขึ้นทันที
ทว่าทันใดนั้นก็ได้ยินเขาเอ่ย “เราได้อดทนกับเจ้ามานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ครั้งนี้เราจะให้โอกาสเจ้า ได้สารภาพเป็นครั้งสุดท้าย”
เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่เอ่ยคำใด เพียงพยักหน้า
จู่ ๆ เขาพลันเชยคางของนางขึ้นมา แววตาเฉียบขาดและกดดัน “โอกาสสุดท้ายนี้ หากยังกล้าที่จะปิดบังเรื่องใดอีก ก็จักมีความผิดมหันต์!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ทราบดีว่า จะไม่มีคำว่าให้โอกาสครั้งแล้วครั้งเล่านั้นอีกเด็ดขาด
ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าตอนนี้นางอยากจะปกปิดเรื่องใด ก็ไม่สามารถจะแก้ต่างคำโกหกกลับมาได้อย่างแนบเนียน
ก่อนหน้านี้ที่นางฟ้องร้องเฉียวม่อต่อหน้าเซียวอวี้นั้น เมื่อกล่าวถึงสาเหตุที่เฉียวม่อใช้ทำร้ายผู้คนนั้น ล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่าเฉียวม่อเป็นแม่ทัพน้อยเมิ่งตัวจริง
ในราตรีนี้นางปรากฏตัวในฐานะของเมิ่งสิงโจว ทั้งยังได้เปิดโปงว่าเฉียวม่อเป็นตัวปลอม ซึ่งอธิบายได้ว่านางทราบตัวตนของเฉียวม่อมานานแล้ว
ทั้งสองเหตุการณ์นี้ไม่สอดคล้องกันเลย
หากตอนนี้นางสารภาพความจริง ก็ยังมีโอกาสที่จะผ่อนโทษหนักเป็นเบาได้
ดังนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงคิดให้รอบคอบก่อนจะเอ่ย
เซียวอวี้กวาดตาอ่านสามบรรทัดในครั้งเดียวอย่างรวดเร็ว
คำสารภาพผิดครั้งนี้ กล่าวได้ว่าครบถ้วนสมบูรณ์มาก
นับตั้งแต่การอภิเษกแทน มาจนถึงการใช้เรื่องที่อธิษฐานขอพรเป็นข้ออ้างเพื่อเข้าสู่สมรภูมิ ณ ชายแดนเหนือ จนกระทั่งการไม่รายงานความจริงที่ว่าเฉียวม่อคือแม่ทัพน้อยเมิ่งตัวปลอม...
ทั้งเรื่องที่เขารู้ และเรื่องที่เขาไม่รู้มาก่อน ล้วนแต่ถูกเขียนลงไปทั้งหมด
หลังจากอ่านมาถึงคำสารภาพที่นางได้ปกปิดว่าตนเองเป็นแม่ทัพน้อยเมิ่ง สีหน้าของเซียวอวี้พลันเปลี่ยนจากเขียวคล้ำเป็นซีดเซียว
แม้จะเป็นไปตามที่คิดไว้ก็ตาม ทว่าเขายังคงรู้สึกประหลาดใจ
ฮองเฮาของเขา กลับกลายเป็นแม่ทัพน้อยผู้ที่นำพาค่ายเป่ยต้าไปสู่ผลงานทางการศึกสงครามครั้งยิ่งใหญ่ตั้งแต่อายุยังน้อย
นางคือแม่ทัพน้อยเมิ่งที่ทหารทุกคนของค่ายเป่ยต้าเคารพเทิดทูน!
หมัดของเซียวอวี้กำแน่นขึ้นอีก โดยที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัว
เส้นเลือดตรงขมับปูดโปนออกมา แสดงออกว่าพยายามข่มกลั้นอารมณ์
จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นจ้องมองนางราวกับดาบคมกริบที่กำลังเฉือนนางออกเป็นชิ้น ๆ วาจาฉายชัดถึงการเหน็บแนม
“ฮองเฮาของเรา ช่างมีความสามารถในการปิดบังเสียจริง!
“หากในค่ำคืนนี้เฉียวม่อไม่แหกคุก และไม่มีกองทัพอินทรีเหินมาเกี่ยวข้อง เจ้าคิดจะปิดบังไว้อีกนานแค่ไหนกันเชียว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...