เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 401

หลังจากเวลาผ่านไปสองถ้วยชา

เฟิ่งจิ่วเหยียนเพิ่งจะได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวอีกครั้ง

เป็นเสียงของเซียวอวี้ที่กลับมาจากการสรงน้ำ

เขายกเปิดม่านขึ้นมา พลางมองดูนางจากเบื้องบนอย่างน่าเกรงขามและเย็นชา

สายตาของนางเคลื่อนมองตาม ได้เห็นเขาอยู่ในชุดบรรทม ปล่อยเส้นผมดำสยาย ใบหน้างดงามดุจหยกนั้นถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายสังหาร เปรียบเสมือนปีศาจร้ายที่เย้ายวนใจผู้คน

ยามที่ได้เผชิญหน้ากับฮ่องเต้ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้เช่นนี้ เฟิ่งจิ่วเหยียนย่อมจะต้องรักษาความระมัดระวังอยู่เสมอ

หลังจากนั้น เซียวอวี้ก็ย่อกายนั่งลง

เขาผินดวงพักตร์มาทางนาง นัยน์ตาเงียบสงัดเยือกเย็น

เมื่อเขาไม่เอ่ยปากก่อน เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ไม่พูดเช่นกัน เพราะกลัวว่าจะทำให้เขาโกรธขึ้นมาอีก

ในม่านเงียบสงบผิดปกติ ไม่ต่างจากการตั้งป้อมคุมเชิงประจันหน้ากันเงียบ ๆ ก่อนเริ่มสงคราม ได้แต่หยั่งเชิงกันและยังหาทางออกไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะข่มอารมณ์ไม่ไหวก่อนกัน

เมื่อถูกจ้องมองด้วยสายตาเยือกเย็นของบุรุษผู้นั้น ถึงแม้ว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนอยากจะเมินเฉย ก็ยังหนีไม่พ้นความรู้สึกกระสับกระส่ายเล็กน้อย

นางชอบวิถีที่ตรงไปตรงมามากกว่า

หากเขาต้องการถามเรื่องใด ก็เพียงแค่ถามออกมา

หรือบางทีอาจจะต้องการลงโทษนาง...

ทันใดนั้น เซียวอวี้พลันโน้มตัวเข้ามาชิดใกล้

ลมหายใจของนางหยุดชะงัก ตรงขอบรองเท้าก็ปรากฏใบมีดแหลมคมขึ้นมา

โชคดี ที่เขาทำเพียงแค่ช่วยปลดพันธนาการที่มือของนางออกให้เท่านั้น

หลังจากที่สองมือได้รับอิสรภาพ เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ผุดลุกขึ้นทันที

ทว่าทันใดนั้นก็ได้ยินเขาเอ่ย “เราได้อดทนกับเจ้ามานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ครั้งนี้เราจะให้โอกาสเจ้า ได้สารภาพเป็นครั้งสุดท้าย”

เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่เอ่ยคำใด เพียงพยักหน้า

จู่ ๆ เขาพลันเชยคางของนางขึ้นมา แววตาเฉียบขาดและกดดัน “โอกาสสุดท้ายนี้ หากยังกล้าที่จะปิดบังเรื่องใดอีก ก็จักมีความผิดมหันต์!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ทราบดีว่า จะไม่มีคำว่าให้โอกาสครั้งแล้วครั้งเล่านั้นอีกเด็ดขาด

ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าตอนนี้นางอยากจะปกปิดเรื่องใด ก็ไม่สามารถจะแก้ต่างคำโกหกกลับมาได้อย่างแนบเนียน

ก่อนหน้านี้ที่นางฟ้องร้องเฉียวม่อต่อหน้าเซียวอวี้นั้น เมื่อกล่าวถึงสาเหตุที่เฉียวม่อใช้ทำร้ายผู้คนนั้น ล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่าเฉียวม่อเป็นแม่ทัพน้อยเมิ่งตัวจริง

ในราตรีนี้นางปรากฏตัวในฐานะของเมิ่งสิงโจว ทั้งยังได้เปิดโปงว่าเฉียวม่อเป็นตัวปลอม ซึ่งอธิบายได้ว่านางทราบตัวตนของเฉียวม่อมานานแล้ว

ทั้งสองเหตุการณ์นี้ไม่สอดคล้องกันเลย

หากตอนนี้นางสารภาพความจริง ก็ยังมีโอกาสที่จะผ่อนโทษหนักเป็นเบาได้

ดังนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงคิดให้รอบคอบก่อนจะเอ่ย

เซียวอวี้กวาดตาอ่านสามบรรทัดในครั้งเดียวอย่างรวดเร็ว

คำสารภาพผิดครั้งนี้ กล่าวได้ว่าครบถ้วนสมบูรณ์มาก

นับตั้งแต่การอภิเษกแทน มาจนถึงการใช้เรื่องที่อธิษฐานขอพรเป็นข้ออ้างเพื่อเข้าสู่สมรภูมิ ณ ชายแดนเหนือ จนกระทั่งการไม่รายงานความจริงที่ว่าเฉียวม่อคือแม่ทัพน้อยเมิ่งตัวปลอม...

ทั้งเรื่องที่เขารู้ และเรื่องที่เขาไม่รู้มาก่อน ล้วนแต่ถูกเขียนลงไปทั้งหมด

หลังจากอ่านมาถึงคำสารภาพที่นางได้ปกปิดว่าตนเองเป็นแม่ทัพน้อยเมิ่ง สีหน้าของเซียวอวี้พลันเปลี่ยนจากเขียวคล้ำเป็นซีดเซียว

แม้จะเป็นไปตามที่คิดไว้ก็ตาม ทว่าเขายังคงรู้สึกประหลาดใจ

ฮองเฮาของเขา กลับกลายเป็นแม่ทัพน้อยผู้ที่นำพาค่ายเป่ยต้าไปสู่ผลงานทางการศึกสงครามครั้งยิ่งใหญ่ตั้งแต่อายุยังน้อย

นางคือแม่ทัพน้อยเมิ่งที่ทหารทุกคนของค่ายเป่ยต้าเคารพเทิดทูน!

หมัดของเซียวอวี้กำแน่นขึ้นอีก โดยที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัว

เส้นเลือดตรงขมับปูดโปนออกมา แสดงออกว่าพยายามข่มกลั้นอารมณ์

จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นจ้องมองนางราวกับดาบคมกริบที่กำลังเฉือนนางออกเป็นชิ้น ๆ วาจาฉายชัดถึงการเหน็บแนม

“ฮองเฮาของเรา ช่างมีความสามารถในการปิดบังเสียจริง!

“หากในค่ำคืนนี้เฉียวม่อไม่แหกคุก และไม่มีกองทัพอินทรีเหินมาเกี่ยวข้อง เจ้าคิดจะปิดบังไว้อีกนานแค่ไหนกันเชียว”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย