ทันใดนั้น มีเงาร่างขนาดใหญ่ทอดยาวอยู่ที่เบื้องหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียน
นางเงยหน้าขึ้นมอง ก็ได้เห็นเซียวอวี้มายืนประชิดหน้านางแล้ว ดวงตาเจือความเย็นชา
เขาเปิดริมฝีปากบางเบา ๆ น้ำเสียงเย็นชาไม่เปลี่ยน
“เราจะให้เวลาเจ้าหนึ่งปี เพื่อจัดการกับเรื่องเหล่านี้
“ในอีกหนึ่งปีนับจากนี้ เจ้ายังต้องอยู่ในพระราชวัง และเป็นฮองเฮาของเรา
“เหตุผลแรกเพื่อชดเชยที่เจ้าได้ละทิ้งหน้าที่ของฮองเฮาตลอดช่วงปีที่ผ่านมานี้ เหตุผลที่สอง เนื่องจากเมิ่งเฉียวม่อก่อปัญหาใหญ่หลวง เจ้ากลับปกปิดไม่ยอมรายงาน ก็ไม่ต่างจากการสมรู้ร่วมคิด ดังนั้น เจ้าควรรับผิดชอบต่อผลที่ตามมาทั้งหลายเหล่านั้น จวบจนกว่าสถานการณ์จะมั่นคง
“เช่นนี้ เจ้ามีข้อโต้แย้งอะไรหรือไม่?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนได้แต่เงียบงัน
ยังต้องอยู่ในวังอีกหนึ่งปีเชียวหรือ?
นางเผลอแสดงความต่อต้านออกมาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งปฏิกิริยานี้ทำให้พลังงานลบในร่างกายของเซียวอวี้แผ่ขยายยิ่งขึ้น
นัยน์ตาของเขาฉายความเฉียบขาด
“นอกจากนี้ ทั้งตระกูลเฟิ่ง และตระกูลเมิ่งจะได้รับการอภัยโทษที่หลอกลวงเบื้องสูงทั้งหมด
“แม่ทัพน้อยเมิ่ง เรื่องที่เจ้าปิดบังตัวตน และเข้าพิธีอภิเษกแทนเฟิ่งเวยเฉียงนั้น เมิ่งฉวีย่อมไม่ใช่คนเดียวที่รู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้เด็ดขาด
“ป้ายทองไว้ชีวิตเพียงแผ่นเดียวย่อมไม่เพียงพอ”
เขาจับจุดอ่อนของนางได้อย่างแม่นยำ และใช้ประโยชน์จากมันอย่างง่ายดาย
เฟิ่งจิ่วเหยียนมีสีหน้ามืดครึ้ม
เพิ่งจะผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ เซียวอวี้กลับร้อนรนทนไม่ไหวแล้ว
เขาขมวดคิ้ว พลางเร่งรัด
“รีบตัดสินใจซะ เรามิใช่คนที่จะมีความเมตตาได้ตลอดเวลา...”
“ตกลงเพคะ” เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ตัดสินใจเด็ดขาด
นางเงยหน้าขึ้นเผชิญหน้ากับเขา ด้วยแววตากล้าหาญเด็ดเดี่ยว
“ฝ่าบาท ตกลงตามที่ท่านได้ตรัสไว้ว่าเป็นระยะเวลาหนึ่งปีเพคะ”
ความรู้สึกบางจุดที่ตึงเครียดอัดแน่นในใจของเซียวอวี้พลันผ่อนคลายลงทันที ทว่าใบหน้าไม่เผยความรู้สึกเลย
เขาคาดการณ์ไว้แล้ว ด้วยอุปนิสัยของนางจะต้องรับปากอย่างแน่นอน
ทุกคนล้วนทราบดี แม่ทัพน้อยเมิ่งทำการใดก็ตาม มิเคยล้มเลิกกลางคัน และไม่เคยปัดความรับผิดชอบระหว่างทางเด็ดขาด
และนางปกป้องคนใกล้ชิด ทั้งยังให้ความสำคัญกับมิตรภาพ
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคุณสมบัติที่ดี ทว่าก็ถูกหลอกใช้ได้ง่ายเช่นกัน
กลยุทธ์ของฮ่องเต้ สำคัญตรงที่การประเมินจิตใจของผู้คน...
เซียวอวี้ยกแขนขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะชี้นิ้วเรียวยาวไปที่โต๊ะตัวนั้น
“เพิ่มสิ่งที่เราเพิ่งเขียนไปเมื่อครู่ด้วย จงเขียนคำสารภาพผิดที่สมบูรณ์อีกรอบ”
นางเคยบีบบังคับให้เขาเขียนราชโองการสารภาพผิดของตัวเขาเอง ตอนนี้ก็ถือว่าได้แก้แค้นกลับแล้ว
เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่เอื้อนเอ่ยวาจาใด
หลังจากนั้นไม่นาน นางก็เขียนเสร็จสิ้น
เมื่อเซียวอวี้ได้กวาดสายตามองอย่างรอบคอบแล้ว ก็พอใจมาก
ทว่าหลังจากนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวอย่างจริงจัง
“ฝ่าบาท ขอท่านได้โปรดร่างสัญญาระบุช่วงเวลาของปีนั้นได้หรือไม่เพคะ?”
เซียวอวี้ย่นคิ้วเบา ๆ ทว่าเพียงชั่วครู่ก็กลับสู่สภาพเดิม
ลืมไปเลยว่า นางก็เชี่ยวชาญตำรายุทธพิชัยสงครามด้วย
การศึกไม่หน่ายเล่ห์
นางก็คอยระวังเขาอยู่เช่นกัน!
เซียวอวี้มีสีหน้าเย็นชา
“คำสัญญาของฮ่องเต้ก็เพียงพอแล้ว ทำไม เจ้าคิดว่าเราเป็นคนพูดจากลับกลอกหรือ?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนใช้สองมือยื่นพู่กันไปให้เขาอย่างนอบน้อม
“หามิได้เพคะ เป็นเพราะหม่อมฉันกลัวว่าตนเองจะรักษาสัญญาไม่ได้ จึงทำเพื่อให้ท่านมั่นใจเพคะ”
เดิมคิดว่าสตรีในยุคสมัยนี้นิยมชมชอบการสักเพื่อประดับร่างกาย เมื่อเขาได้เห็นมันครั้งแรก ก็เพียงแค่ตกตะลึงเล็กน้อย และคิดว่ามันงดงามมาก มิได้คิดเป็นอย่างอื่นให้มากนัก ยามนี้เมื่อหวนคิดดูอีกที...เกรงว่ามันจะเป็นการปกปิดรอยแผลเป็นเสียมากกว่า
เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบตามความจริง
“อาจารย์หญิงของหม่อมฉันวางแผนเรื่องการแต่งงานไว้ให้ล่วงหน้า จึงทำยารักษาแผลเป็นที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยมด้วยตัวเอง ตอนนี้แผลจากการถูกมีดแทงจึงหายแล้วเพคะ
“ทว่า...บางทีในคืนวันส่งท้ายปีเก่าครั้งนั้น ฝ่าบาทไม่ได้ทอดพระเนตรให้ละเอียด ตอนนั้นที่หน้าท้องของหม่อมฉัน ยังมีแผลเป็นจาง ๆ อยู่เพคะ”
พวกเขาได้แสดงความใกล้ชิดต่อกันสองครั้ง ครั้งหนึ่งเกิดขึ้นที่ตำหนักหย่งเหอ สาเหตุเพื่อให้เหลียนซวงได้ออกจากวัง ในขณะนั้น รอยแผลที่หน้าท้องของนางก็จางลงมากแล้ว อีกทั้ง นางยังขอให้เขาดับไฟด้วย หากเขาจะมองไม่เห็น ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด
ทว่าที่น่าแปลกใจก็คือ ในคืนวันส่งท้ายปีเก่านั้น รอยแผลเป็นยังไม่จางลงมากนัก เขากลับมองไม่เห็นเลยหรือ?
หลังจากถามออกไปเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ค้นพบว่าสีหน้าของเซียวอวี้ดูแปลก ๆ ไป
เซียวอวี้เม้มริมฝีปากจนแน่น
เขาจะพูดได้อย่างไรว่าในคืนวันส่งท้ายปีเก่านั้น สิ่งที่เขาเห็นเพียง...รอยจุมพิตที่ตัวเขาได้ประทับเอาไว้
ในขณะนั้น เขาทั้งจูบและกัดไปตามลำคอของนาง และหน้าอก ไล่เรื่อยลงไปถึงเอวและหน้าท้อง
เมื่อเผชิญกับการจ้องมองที่สงสัยของนางแล้ว เซียวอวี้จึงเอ่ยอย่างแข็งทื่อ
“ตาอยู่บน ปากอยู่ล่าง เจ้าลองทำดูว่าจะมองเห็นหรือไม่”
เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้ ทันใดนั้นเฟิ่งจิ่วเหยียนก็จดจำขึ้นมาได้ว่าหลังจากวันส่งท้ายปีเก่านั้นแล้ว เอวและหน้าท้องของนางก็แต้มด้วยรอยช้ำ...
คราวนี้ แม้แต่สีหน้าของนางก็พลันแปลกไปด้วย
จากนั้นก็บังเกิดความเงียบงันที่กินเวลาอีกยาวนาน
สุดท้ายเป็นเฟิ่งจิ่วเหยียนที่เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน
“หากฝ่าบาทหมดสิ้นคำถามใด ๆ แล้ว หม่อมฉันขอทูลลาเพคะ”
ทว่า ทันทีที่นางเปิดปากเอ่ย ชายคนนั้นก็คว้าจับมือของนางไว้
“ในสัญญาระบุไว้ว่าภายในช่วงหนึ่งปีนี้ เจ้าจะต้องปฏิบัติหน้าที่ของฮองเฮาให้เต็มที่
“การปรนนิบัติสามีเช่นเรา มิได้อยู่ในหน้าที่เหล่านั้นหรือ?”
ทันใดนั้น รูม่านตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันขยายใหญ่ขึ้นมา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...