เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 403

เซียวอวี้ระงับไฟโทสะที่พลุ่งพล่านอยู่ในทรวง แลดูเหมือนว่าอารมณ์ไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลงใด ๆ

ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นของเขา ราวกับถูกแช่อยู่ในน้ำค้างแข็ง ทั้งเยือกเย็นและลึกล้ำ

เขาหัวเราะเยาะ และเอ่ยอย่างเย้ยหยัน

“หากเป็นเช่นนั้น ที่เจ้ายอมเสี่ยงกับการสูญสิ้นพลังภายในทั้งหมด เพื่อช่วยขับพิษวารีสวรรค์ให้เรา ในงานเลี้ยงเทศกาลไหว้พระจันทร์ครานั้น ก็เสี่ยงชีวิตมาขวางลูกศรแทนเรา...ทั้งหมดก็เป็นเพราะว่าแม่ทัพน้อยเมิ่ง เป็นผู้ที่มีความจงรักภักดีนั่นเอง”

เฟิ่งจิ่วเหยียนกดคางลงเบา ๆ

“เพคะ”

เมื่อไม่เคยรู้สึกหวั่นไหวแม้สักนิด ก็ไม่จำเป็นต้องพูดโกหก

นับตั้งแต่เข้าวัง นางก็ตระหนักได้ดีว่าตนเองนั้นต้องการสิ่งใด

อาจารย์มักจะสอนนางว่าเมื่อได้ตั้งเป้าหมายแล้ว จักต้องทุ่มเทสุดกำลังเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น อย่าได้สองจิตสองใจ โดยเฉพาะในเรื่องของความรู้สึก ทั้งความรักและมิตรภาพ ก็ล้วนเป็นเช่นนี้

สิ่งใดที่ไม่ควรแตะต้อง นางก็จะไม่แตะต้อง

ในใจของนางนั้น เห็นเขาเป็นฮ่องเต้ที่นางต้องภักดีด้วย หน้าที่ของนางคือการปกป้องเขาด้วยชีวิต ก็แค่นี้เอง...

หมัดของเซียวอวี้ที่ซ่อนอยู่ใต้แขนอาภรณ์กว้างนั้นสั่นระริก ท่อนแขนเกร็งแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาจดจ้องมองคนที่อยู่เบื้องหน้าอีกครู่หนึ่ง

เขาอยากจะฉีกกระชากนางออกเป็นชิ้น ๆ จริง

ทว่าเขายังสามารถทำอันใดต่อนางได้บ้าง?

เป็นเขาเองที่แสร้งทำตัวเป็นคนใจกว้าง เพื่อหลอกล่อให้นางยอมสารภาพความจริง

ย่อมไม่สามารถหันกลับมาเปลี่ยนสีหน้าอย่างกะทันหันได้

ทว่า หากจะให้เขายุติไว้เพียงเท่านี้ มันก็เป็นไปไม่ได้!

เซียวอวี้ควบคุมอารมณ์จนเกือบจะใกล้เหมือนคนป่วยจิต บนสีหน้าแสดงออกถึงความไม่ใส่ใจ จนอาจกล่าวได้ว่าใจกว้างได้เลย

“แม่ทัพน้อย มีจิตใจที่ซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อเราจริง ๆ เจ้ายอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเรากี่ครั้งกี่หนแล้ว เราควรตอบแทนเจ้าอย่างไรดีเล่า?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนก็เชื่อ

ดวงตาของนางมุ่งมั่น และเปิดริมฝีปากเอ่ย

“ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่มีความปรารถนาอื่นใด แค่หวังว่าบ้านเมืองจะปลอดภัย และได้รับใช้ชาติอย่างภักดีตลอดชีวิตเพคะ”

พูดให้ชัดเจนคือ นางต้องการที่จะเป็นอิสระ และกลับสู่ค่ายทหารอีกครั้ง

เซียวอวี้มีน้ำเสียงเรียบเรื่อย

“นั่นเป็นเรื่องธรรมชาติ ทว่า ทำดีจะได้รับรางวัล ทำไม่ดีก็ต้องถูกลงโทษ”

ดวงตาของเขาพลันเข้มงวดเย็นชา

“เราไม่พอใจในคำรับสารภาพที่เจ้าเขียนมาเมื่อครู่นี้”

หลังพูดจบ เขาก็ก้าวเดินไปอยู่ที่ข้างโต๊ะ หยิบพู่กันขึ้นมาแล้วจรดเส้นสายลายพู่กันที่สง่างามดุจมังกร

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็โยนสิ่งที่เขียนไปไว้ต่อหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียน

สิ่งที่เขียนไว้บนนั้น ล้วนเกี่ยวกับการไร้ความสามารถของนางในฐานะฮองเฮา ทั้งละเลยกิจการทั่วไป ไม่เคารพผู้อาวุโส ไม่มีบุตร...

เซียวอวี้จึงกล่าวอีกครั้ง

“และอีกเรื่อง การที่เราประหารเฉียวม่อในคืนนี้ กลับมิอาจเปิดเผยเรื่องที่นางสวมตัวตนของบุคคลอื่นต่อสาธารณชนได้ เพื่อไม่ให้ทั้งราชสำนักและราษฎรเกิดความวุ่นวาย

“ทว่าอีกด้านหนึ่ง ในราชสำนักและในค่ายทหาร จักต้องมีคนที่ไม่พอใจเราเป็นแน่ เรื่องที่จะตามมาเหล่านี้ เจ้าจะไม่สนใจไยดีได้จริงหรือ?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนตกอยู่ในความชะงักงันทันที

ในแววตาของเซียวอวี้เผยความผิดหวังวาบผ่าน

“เราคิดว่าเจ้าซึ่งเป็นแม่ทัพน้อยเมิ่ง ได้สืบทอดเจตนารมณ์ของเมิ่งฉวีผู้เป็นอาจารย์ เป็นคนที่ไม่ทำการใดแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่

“กลายเป็นว่าเรามองเจ้าผิดไป

“เจ้าคิดเกษียณราชการและออกจากพระราชวังก็ตาม หากความวุ่นวายในราชสำนัก และการกบฏในกองทัพที่เจ้าก่อทิ้งไว้ จะให้เราจัดการคนเดียว...”

เฟิ่งจิ่วเหยียนทนฟังไม่ไหวอีกแล้ว

นางเอ่ยขัดจังหวะเขาทันที

“ฝ่าบาท หม่อมฉันจะจัดการปัญหาของเมิ่งเฉียวม่อให้จบสิ้นอย่างสมบูรณ์แน่นอน”

เซียวอวี้เอ่ยอย่างเย็นชา

“หากเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ ก็อย่าให้สัญญาพล่อย ๆ ดีกว่า เมื่อเจ้าออกจากพระราชวังไปแล้ว นภาไร้ขอบเขตทะเลแผ่ไพศาล ผู้ใดจักตามหาตัวเจ้าพบ?”

หัวคิ้วของเฟิ่งจิ่วเหยียนขมวดมุ่น

“เช่นนี้ ท่านคิดจะทำอย่างไรเพคะ?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย