เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 420

สิ่งที่ฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ได้บอกเซียวอวี้ก็คือ ต้วนไหวซวี่ตายเพราะช่วยนาง

พิษวารีสวรรค์นั่น เดิมนั้นพุ่งเป้ามาที่นาง ต้วนไหวซวี่ช่วยรับแทนนาง

นางก็ไม่ได้บอกเซียวอวี้ ต้วนไหวซวี่ถ่ายทอดเคล็ดวิชาเข็มเชียนอวี่ให้นางแล้ว แต่นางมัวแต่ทำศึก เรียนรู้ได้ครึ่งเดียว

ดังนั้นหลังจากที่เขาถูกพิษ ต่อให้นางรีบเรียนรู้อีกครึ่งหนึ่ง ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตเขาไว้ได้...

ด้วยเหตุนี้ ทำให้นางไม่สามารถให้อภัยตนเองไปตลอด

ค่ำคืนนี้ คนมากมายไม่อาจข่มตานอน

เซียวอวี้ฝึกวิชามวยกับเหล่าองครักษ์ทั้งคืน

เหล่าองครักษ์ลำบากรันทดจนไม่รู้จะพูดยังไง

จิ้งเฟยรอคอยวันพรุ่งนี้ ที่จะได้ออกจากวัง ร่วมเดินทางไปกับฝ่าบาท ไม่อาจสงบสติอารมณ์ได้ ลืมตาจนถึงเช้า

วันรุ่งขึ้น

ยามเช้าตรู่ จิ้งเฟยก็เก็บของเสร็จเรียบร้อย พร้อมกับของเซ่นไหว้

องครักษ์ที่รับผิดชอบรับส่ง เตรียมรถม้าเสร็จเรียบร้อย

นางสนมออกจากวัง ออกทางประตูด้านข้าง

จิ้งเฟยไม่ยอมขึ้นรถม้า พร้อมถามองครักษ์

“ฝ่าบาทยังว่าราชการเช้าไม่เสร็จหรือ?”

ชิวหงก็มองดูเส้นทางเดินทอดยาวในวัง รอคอยเงาร่างของจักรพรรดิ

เหล่าองครักษ์ต่างมองหน้ากัน

จากนั้นก็มีคนหนึ่งเดินออกมาเอ่ย “จิ้งเฟย เชิญขึ้นรถม้าเถิด”

จิ้งเฟยสวมชุดผ้าโปร่งธรรมดา เพรียวบางสง่างาม

นางค่อนข้างสุภาพเรียบร้อย

“ไม่ได้ ฝ่าบาทยังไม่มา ข้าจะขึ้นรถม้าไปก่อนได้อย่างไร?”

ชิวหงคาดเดาพร้อมพูดขึ้นมา “พระนาง อีกประเดี๋ยวฝ่าบาทก็มาถึงแล้ว”

ทว่า องครักษ์กลับพูดขึ้นมา

“พระนาง ฝ่าบาทมีรับสั่งเพียงให้พวกกระหม่อมรับส่งพระนาง ไม่ได้ตรัสสั่งว่าขบวนเสด็จจะร่วมเดินทางไปด้วย”

จิ้งเฟยอึ้งตะลึงทันที

สีหน้าชิวหงที่อยู่ด้านข้างนาง ก็เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

เป็นเพราะเหตุใด?

จิ้งเฟยยับยั้งอารมณ์ความรู้สึกของตนเองไว้ พร้อมพูดขึ้นมาอย่างอ่อนโยน

“ฝ่าบาทคงมีพระราชกิจยุ่ง ไม่เป็นไร ข้ารอได้”

วันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของหรงเฟย ไม่มีทางที่ฝ่าบาทจะไม่ไป

จิ้งเฟยจะรอ เหล่าองครักษ์ก็ไม่รู้จะพูดกล่อมอย่างไร

ทว่า การรอครานี้ เวลาก็ผ่านไปแล้วสองชั่วยาม

แดดข้างนอกนั้นแรงมาก สาดส่องจนจิ้งเฟยวิงเวียนศีรษะ

นางสั่งองครักษ์คนหนึ่งไปดู หลังจากองครักษ์คนนั้นกลับมา ก็รายงานว่า

“พระนาง ฝ่าบาทไปกรมศัสตราวุธพร้อมกับฮองเฮาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

จิ้งเฟยพูดอะไรไม่ออก

นี่เป็นไปได้อย่างไร!

หรือว่าฝ่าบาทลืม ว่าวันนี้เป็นวันอะไร?

……

ภายในรถม้า

บรรยากาศเยือกเย็น ทำให้หายใจติดขัด

ในมือจิ้งเฟยกำผ้าเช็ดหน้าไว้ สีหน้าย่ำแย่อย่างยิ่ง

มีปืนหอกไฟอันนี้ ก็ไม่ต้องกลัวเป่ยเยี่ยนจะแอบเลียนแบบแล้ว

……

ระหว่างทางกลับวัง เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดขึ้นมา “ฝ่าบาท หม่อมฉันอยากกลับไปทำธุระที่จวนตระกูลเฟิ่ง”

ที่สำคัญคืออยากไปหาอู๋ไป๋

เดิมคิดว่าให้เซียวอวี้กลับวังไปก่อน เขากลับพูดขึ้นมาอย่างมีเวลาว่าง

“เรากลับไปพร้อมกับเจ้า”

จวนตระกูลเฟิ่ง

นายท่านเฟิ่งกำลังบ่นกับภรรยา

“ฮองเฮายังไม่มีโอรสสักที แบบนี้จะไปได้อย่างไร นิสัยของนางเย็นชาเกินไป เจ้าบอกให้นางอ่อนน้อมหน่อย เรียนรู้ความเป็นกุลสตรีเรียบร้อยพวกนั้น ไม่อย่างนั้นจะได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาทได้อย่างไร?”

ฮูหยินเฟิ่งคิดปลง ไม่ว่าเขาจะพูดยังไง นางก็ล้วนยิ้มแย้ม เข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวา

ในใต้หล้านี้ มีพ่อที่ไหนสอนลูกสาวให้ไปแย่งชิงความโปรดปราน?

สิ่งที่เขาพูดมา ใช้ไม่ได้สักอย่าง

“นายท่าน นายท่าน” บ่าวใช้วิ่งเข้ามาอย่างกะทันหัน

นายท่านเฟิ่งพูดตำหนิ “ไม่มีมารยาท พูดจาดี ๆ !”

ฟ้าถล่มลงมาแล้วหรือไร?

มือไม้บ่าวรับใช้สั่นเทา ชี้ไปยังข้างนอก เท้าก็สั่นเทา

“ฮองเฮากลับมาแล้ว ยังมี...ฝ่าบาท!”

“อะไรนะ! ฝ่าบาท?” ขาของนายท่านเฟิ่งก็สั่นเทาขึ้นมา

เขาคว้าจับแขนฮูหยินเฟิ่ง ค่อยสามารถยืนได้มั่นคง

“เร็ว รีบไปต้อนรับขบวนเสด็จ!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย