ตำหนักจื้อเฉิน ยามกลางคืน
เซียวอวี้เตรียมจะบรรทมแล้ว กลับเห็นฮองเฮากำลังอ่านตำราอยู่
เขาเดินไปถาม “ตำรานี้มีอะไรน่าดูขนาดนั้นเชียวหรือ?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบอย่างไม่เงยหน้าขึ้นมา
“ข้าได้สั่งคนไปสืบรายการซื้อขายผ้าไหมหัวหลัวในหลายปีมานี้แล้ว มีเวลาว่าง จึงค้นหาดูเบาะแสของภาพงูเก้าหาง”
เซียวอวี้เดินไปแย่งตำราเล่มนั้นมา ทำให้นางต้องเงยศีรษะขึ้นมามองดูเขา
“อาจจะเป็นเพียงภาพสัญลักษณ์ธรรมดา”
“อาจจะใช่” เฟิ่งจิ่วเหยียนอยากเอาตำรากลับคืนมา กลับได้ยินเขาเอ่ยถาม
“ค่ายเป่ยต้ามีหมอทหารสกุลต้วน วิชาเข็มเชียนอวี่ เขาเป็นคนสอนเจ้าใช่หรือไม่?”
แววตาเฟิ่งจิ่วเหยียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เซียวอวี้ถามต่ออย่างหมดความอดทน
“เราต้องการฟังความจริง เป็นเขาใช่ไหม”
เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบด้วยแววตาเยือกเย็นชา “ใช่เพคะ”
ในใจเซียวอวี้อัดอั้น
เข็มเชียนอวี่ของตระกูลต้วน ไม่สืบทอดให้กับคนนอก นอกเสียจากเป็นคนกันเองในตระกูลกันเอง
ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับหมอทหารคนนั้น จะต้องไม่ธรรมดาแน่
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เซียวอวี้ลองถามขึ้นมา
“เจ้ารู้ไหม ตระกูลต้วนสมรู้ร่วมคิดก่อกบฏ ถูกประหารเก้าชั่วโคตร? คนนั้นเป็นคนของตระกูลต้วน มีความผิด”
ท่าทีเฟิ่งจิ่วเหยียนเป็นปกติ
“ข้ารู้”
“รู้แล้วทำไมไม่มอบตัวเขาให้กับทางการ? หรือว่า เจ้าตั้งใจ...”
“เขาตายไปแล้ว” เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดออกมาอย่างสงบ
เซียวอวี้ตอบสนองไม่ทันชั่วขณะ
ตายแล้ว?
บนใบหน้าเฟิ่งจิ่วเหยียนไม่มีความเสียใจ ราวกับคนนั้นเป็นเพียงคนแปลกหน้า
“ตายด้วยพิษวารีสวรรค์”
เซียวอวี้อึ้งตะลึง
“เขาก็คือ สหาย คนนั้นที่เจ้าพูดถึง?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนซ่อนบางสิ่งไว้ในดวงตา พร้อมพูดตอบ “ใช่เพคะ”
จากนั้นนางก็ลุกขึ้นมา พร้อมพูดขึ้นมาอย่างจริงจัง
“เขาตายไปแล้ว หากฝ่าบาทยังคิดจะลงโทษเขา ก็ไม่สามารถทำได้แล้ว”
เซียวอวี้ขมวดคิ้วแน่น “เรา...”
เขาไม่ได้หมายความเช่นนั้น
แต่นางไม่มีความอดทนฟังเขาพูดจนจบ คนก็เดินเข้าไปในห้องอุ่นแล้ว เหลือไว้เพียงเงาหลังไร้ความปรานีให้กับเขา
เซียวอวี้กำหมัดแน่น
เพลิงไฟนั้นแผดเผาเขาจากข้างในถึงข้างนอก ทำให้ในใจเขาหงุดหงิด อึดอัด
เดิมเฟิ่งจิ่วเหยียน ไม่อยากหวนคิดถึงเรื่องพวกนั้น
แต่เรื่องมาถึงตอนนี้ นางปิดบังต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร
“แทนที่จะพูดว่าหม่อมฉันใช้เข็มเชียนอวี่ช่วยชีวิตท่าน สู้พูดว่าเป็นเขาจะดีกว่า ดังนั้นฝ่าบาท ท่านไม่ควรกล่าวหาว่าเขาเป็นนักโทษกบฏ”
สำหรับเซียวอวี้เมื่อได้ยินเช่นนี้ ยอมหมายถึงนางกำลังปกป้องผู้ชายคนนั้น
ต่อให้ในใจเขามีความขุ่นเคืองแค่ไหน แต่เพื่อไม่เป็นการผลักไสคนตรงหน้ายิ่งห่างไกล เขาจำต้องอดกลั้นไว้
และน้ำเสียงของเขา แฝงไปด้วยความอ่อนโยนอย่างบอกไม่ถูก
“เจ้าพูดถูก จะว่าไปแล้ว เขาเป็นคนช่วยชีวิตเราไว้ เราควรประทานตำแหน่งให้กับเขา ทำพิธีฝังศพให้เขาอย่างสมเกียรติ”
อย่าเห็นว่าเขาพูดออกมาอย่างน่าฟัง ในใจกลับคิดว่า...ตายไปก็ดี!
เฟิ่งจิ่วเหยียนฟังไม่รู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงในคำพูดของเขา
“ประทานตำแหน่งนั้นไม่จำเป็น เขาไม่ใส่ใจสิ่งพวกนี้ ขอเพียงฝ่าบาทปกครองประเทศอย่างอุตสาหะ คิดว่าเขาก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจแล้ว”
ใบหน้าเซียวอวี้ยิ้มแย้ม
“เจ้าวางใจ เราจะทำให้เขา นอนตายตาหลับ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน
แต่มองดูเซียวอวี้ เขาไม่มีความผิดปกติอะไร
“ดึกแล้ว เจ้าพักผ่อนก่อน เรา...ยังมีราชกิจ”
เซียวอวี้เดินออกมาจากห้องอุ่น สีหน้ามืดครึ้ม ราวกับพายุกำลังจะมา ท้องฟ้ามืดสนิท

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...