ภายในตำหนักมีเสียงกรีดร้องขึ้นมาราวกับหมูถูกเชือด
“สารเลว! ผู้ใดป่วย? เจ้าว่าผู้ใดสติฟั่นเฟือน? ข้าสบายดีมาก! อ้าก! พวกเจ้าจะทำอะไร!”
อาจเป็นเพราะองค์หญิงใหญ่มีปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรง ไทเฮาจึงสั่งคนมัดไว้
ผ่านไปสักพัก องค์หญิงใหญ่ถูกมัดไว้บนเตียง นางดิ้นรน บิดเคลื่อนไหวไปมา ตะโกนพูดกับไทเฮาที่อยู่ข้างประตู
“เสด็จแม่! ช่วยข้าด้วย!”
ไทเฮาก็ทำใจไม่ได้
“ฉีเอ๋อร์ เสด็จแม่กำลังช่วยเจ้า”
องค์หญิงใหญ่รู้สึกงงงวย
นางเย็บปักถุงหอมอยู่ดี ๆ เสด็จแม่กลับคิดว่านางป่วย
“ฮองเฮา...ไปตามฮองเฮา!” องค์หญิงใหญ่ตะโกนสั่งสาวใช้
เวลานี้หนิงเฟยยืนอยู่ด้านข้างไทเฮาอย่างหวาดกลัว
ตามฮองเฮาทำไม?
พี่หญิงคงไม่ได้บ้าไปแล้วจริง ๆ มั้ง?
……
ตำหนักหย่งเหอ
เฟิ่งจิ่วเหยียนกำลังพลิกอ่านตำราโบราณ เพื่อหาภาพงูเก้าหางนั่น
ซุนหมัวมัววิ่งเข้ามาในตำหนักอย่างกะทันหัน พร้อมพูดขึ้นด้วยเสียงหายใจหอบ
“ฮองเฮา! แย่แล้ว! ทางด้านตำหนักฉือหนิง...องค์หญิงใหญ่นาง นางอาละวาดขึ้นมาแล้ว...”
เฟิ่งจิ่วเหยียนขมวดคิ้วขึ้นมา
“มีเรื่องอันใด”
“เห็นพูดว่าเพราะการตายของแม่ทัพน้อยเมิ่ง องค์หญิงเสียใจสิ้นหวัง มีพฤติกรรมผิดปกติ ไทเฮาจึงให้หมอหลวงไปรักษานาง องค์หญิงไม่ยอม จึงถูกมัดตัวไว้”
เฟิ่งจิ่วเหยียนฟังแล้วก็รู้ว่า เรื่องนี้เป็นการเข้าใจผิด
องค์หญิงใหญ่รู้สถานะที่แท้จริงของเฉียวม่อแล้ว จะเสียใจจนเสียสติเพราะนางได้อย่างไร?
ไทเฮาเป็นมารดาขององค์หญิงใหญ่ ทำอะไรก็ย่อมมีความพอดี
เรื่องนี้ นางที่เป็นฮองเฮา ไม่จำเป็นต้องไปยุ่ง
……
ตำหนักฉือหนิง
องค์หญิงใหญ่ไม่อาละวาดแล้ว
ราวกับนางยอมจำนน ปล่อยให้หมอหลวงตรวจอาการของตนเอง บนใบหน้าไม่แสดงออกถึงความรู้สึกใด
ไทเฮามองดูอยู่ด้านข้าง อย่างยิ่งเป็นกังวล
“ฉีเอ๋อร์ เสด็จแม่รู้ เมิ่งเฉียวม่อตายแล้ว ในใจเจ้ารู้สึกแย่ แต่เจ้าก็ยังมีเสด็จแม่”
หนิงเฟยก็พูดกล่อมตาม “ใช่พี่หญิง เพียงขจัดภาวะซึมเศร้านั้นออกไป ท่านก็จะไม่เป็นไรแล้ว พวกเราไม่ทำร้ายท่านหรอก”
องค์หญิงใหญ่หัวเราะเย้ย รู้สึกจนใจอย่างยิ่ง
เดิมนางก็ไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว นางสบายดีอย่างมาก
หลังจากผ่านไปสิบห้านาที หมอหลวงลุกขึ้นมากราบทูลรายงาน
“กราบทูลไทเฮา พระนาง จากที่กระหม่อมตรวจดู องค์หญิงมีความโกรธมากกว่าคนปกติเพียงเล็กน้อย ไม่มีความผิดปกติอย่างอื่น”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ท่าทีไทเฮายิ่งหนักหน่วงขึ้นมา
หนิงเฟยพูดขึ้นมา “ท่านป้า ในเมื่อหมอหลวงพูดว่าพี่หญิงไม่เป็นไร อาจเป็นเพราะพวกเราคิดมากไปแล้วจริง ๆ ...”
“ไทเฮา พระนาง อาการป่วยบางอย่าง หมอหลวงอาจจะไม่สามารถตรวจพบได้อย่างชัดเจน” กุ้ยหมัวมัวพูดขึ้นมาพร้อมถอนหายใจยาว
นางหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดเพิ่มเติมขึ้นมา “ไม่ทราบว่า เชิญพระภิกษุผู้ประเสริฐเข้าวัง มาทำพิธีดีไหม?”
องค์หญิงใหญ่อยากยกฝ่ามือฟาดตบหน้ายายเฒ่าคนนี้!
ทำพิธี?
เห็นว่านางถูกผีเข้าหรือ!
ไม่นาน จิ้งเฟยมาขอเข้าเฝ้า
นางยืนอยู่ข้างนอกห้องทรงพระอักษร เห็นเพียงหลิวซื่อเหลียงออกมา
“พระนาง ฝ่าบาทกำลังยุ่ง ท่านมีธุระอันใด บอกบ่าวก็เหมือนกัน”
จิ้งเฟยอ่อนโยนเรียบร้อย พูดจาอย่างใจเย็นเชื่องช้า
“พรุ่งนี้เป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของพี่หญิง ข้าอยากร้องขอฝ่าบาท อนุญาตให้ข้าไปร่วมเซ่นไหว้ รบกวนกงกงด้วย”
สาวใช้ชิวหงค่อนข้างรู้งาน ยัดแผ่นทองให้หลิวซื่อเหลียงหนึ่งใบ
หลิวซื่อเหลียงไม่กล้ารับไว้ รีบปฏิเสธทันที
“พระนางวางใจ บ่าวจะไปกราบทูลให้อย่างแน่นอน”
ภายในตำหนัก
เซียวอวี้ฟังหลิวซื่อเหลียงรายงานเสร็จ สีหน้าฉายแววหนักหน่วง
“ครบรอบการตายของหรงเฟยหรือ”
ระยะนี้มีงานมาก เขาเกือบลืมไปแล้ว
ความตั้งใจของจิ้งเฟยนี้ หาได้ยากยิ่งนัก
ตำหนักซินฮุ่ย
ชิวหงยุ่งอย่างมาก กับการเลือกอาภรณ์ให้กับพระนางของตนเอง
“พระนาง นี่เป็นครั้งแรกที่ท่านร่วมออกเดินทางพร้อมกับฝ่าบาท จะต้องแต่งตัวอย่างงดงาม ทำให้ฝ่าบาทหลงไหลจิตใจว้าวุ่นจึงจะดี!”
จิ้งเฟยอมยิ้มจาง ๆ อย่างเมินเฉย
“วันครบรอบวันตายของพี่หญิง จะแต่งตัวอย่างมีสีสันเช่นนั้นได้อย่างไร? เรียบง่ายหน่อยถึงจะดี”
“เพคะพระนาง แต่ไม่ว่าพระนางจะสวมอะไรก็ล้วนงดงามดั่งนางฟ้า”
จิ้งเฟยยิ้มหัวเราะ
นางหวังเพียงว่าพรุ่งนี้ ทุกอย่างจะราบรื่น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...