เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 422

ดูเหมือนว่าเฟิ่งหมิงเซวียนจะเสพติดการตะโกนเรียก ’ ‘พี่เขย’ เสียแล้ว

เซียวอวี้ไม่ถือสาเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังรับสุราคารวะจากเขาทั้งหมดอีกด้วย

เฟิ่งจิ่วเหยียนกลับไม่มีรอยยิ้มเลยซักนิด สายตาที่นางมองเฟิ่งหมิงเซวียนราวกับมีมีดดาบอยู่ในนั้น

ดวงจันทร์ปรากฏขึ้นบนฟ้าเหนือยอดต้นหลิว จวนตระกูลเฟิ่งกลับยังคงคึกคักเป็นอย่างมาก

เฟิ่งเหยียนเฉินที่เลิกงานกลับมา ได้ยินเสียงเฟิ่งหมิงเซวียนร่ายกลอนดังมาแต่ไกล

“มีแขกหรือ?” เขาถามข้ารับใช้ที่กำลังยกอาหารเดินผ่านมา

ข้ารับใช้ผู้นั้นรีบตอยเขาทันที “เป็นฝ่าบาทกลับบ้านมาเยี่ยมญาติเป็นเพื่อนฮองเฮาขอรับ!”

เฟิ่งเหยียนเฉินตกตะลึงเป็นอย่างมาก

ฮองเฮาทรงมาเยี่ยมญาติ เหตุใดจึงไม่แจ้งจวนตระกูลเฟิ่งล่วงหน้า?

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ฝ่าบาททรงเสด็จมาเองด้วย

เขาไม่ได้ฟังผิดใช่หรือไม่?

เมื่อเฟิ่งเหยียนเฉินเดินไปที่โถงหลักก็พบฝ่าบาทเข้าจริง ๆ

เขารีบถวายคำนับทันที

“กระหม่อมถวายบังคมฝ่าบาทและฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ”

เซียวอวี้ที่ดื่มไปแก้วแล้วแก้วเหล้า สายตาเริ่มเยิ้มด้วยความมึนเมา

ทว่าเขายังคงรักษาความน่าเกรงขามของผู้เป็นฮ่องเต้เอาไว้ได้ราวกับไม่ได้เมาแต่อย่างใด

“ไม่ต้องมากพิธี วันนี้ไม่มีแบ่งแยกฮ่องเต้กับขุนนาง”

สะใภ้สกุลโจวลุกขึ้นมาต้อนรับสามีแล้วพูดเสียงเบาว่า

“ท่านพี่ ในที่สุดท่านก็มาซักที พวกท่านพ่อดื่มกันจนเมาเละไปหมดแล้ว น้องต่างมารดาก็สร้างเรื่องน่าขันไปไม่น้อยเลย”

เฟิ่งหมิงเซวียนลากเฟิ่งเหยียนเฉินมาตรงกลางแล้วพูดอย่างอ้อแอ้ว่า

“ท่านพี่ ท่านอย่าได้มากมารยาทไปเลย รีบคารวะฝ่าบาท...ไม่สิ ควรเรียกน้องเขย! วันนี้ไม่มีแบ่งแยกฮ่องเต้กับขุนนาง ไม่มีฝ่าบาท พวกเราเป็น...เป็นครอบครัวเดียวกัน!”

เมื่อพูดจบ เขาก็ดื่มคารวะฝ่าบาทก่อนจอกหนึ่ง

ยามที่เซียวอวี้กำลังจะยกถ้วยสุราขึ้นดื่มนั้นเอง เฟิ่งจิ่วเหยียนก็พลันลุกขึ้น

เขามองไปที่นางอย่างอดไม่ได้

“ฝ่าบาท หม่อมฉันอิ่มแล้วเพคะ”

เซียวอวี้มองออกว่านางไม่พอใจ สายตาก็มองตามนางไป

จนกระทั่งนางเดินออกไปจากโถงหลัก

เฟิ่งหมิงเซวียนยังคงชวนเขาดื่มสุราต่อ ทว่าฮูหยินเฟิ่งดูออกว่าฝ่าบาทดื่มต่อไปไม่ไหวแล้ว จึงส่งสัญญาณให้ข้ารับใช้มาพาเฟิ่งหมิงเซวียนออกไป

ส่วนสามีของนางที่เมาจนฟุบอยู่กับโต๊ะ นางไม่อยากจะมอง และไม่คิดจะสนใจเขาด้วย

ฮูหยินเฟิ่งที่มีท่าทีของผู้เป็นของมารดาของบ้านกล่าวเสนอ

“ฝ่าบาท ยามนี้ยังไม่ดึกนัก ท่านไปพักผ่อนที่ห้องโถงข้างก่อนดีหรือไม่เพคะ?”

เซียวอวี้ไม่ได้ปฏิเสธ

นางกล่าวกำชับ

“ตรวจสอบต่อไป ต้องระวังอย่าให้อีกฝ่ายรู้ตัวด้วย”

อู๋ไป๋พยักหน้า “ขอรับ!”

จากนั้นเขาก็กล่าวอีกว่า “ท่านแม่ทัพน้อย ศพของเฉียวม่อถูกขโมยไปจริงขอรับ ทว่าขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นฝีมือของผู้ใด”

หลายปีมานี้เฟิ่งจิ่วเหยียนช่วยคนเอาไว้จำนวนมาก ที่ฆ่าไปก็มีมากเช่นกัน จึงมีศัตรูไม่น้อยเลย

ถึงแม้ ’นาง’ จะตายไปแล้ว คู่แค้นเหล่านั้นก็คงไม่มีทางยอมให้นางตายอย่างสงบ

“นักฆ่าที่ชาวเหลียงส่งมา ไม่ใช่ว่ายังขาด ‘นักดาบปีศาจ’ อีกคนหรอกหรือ”

หลังจากรบชนะรัฐเหลียง ฮ่องเต้เหลียงก็ใช้ทองจำนวนมากว่าจ้างนักฆ่ากลุ่มหนึ่งเพื่อเอาชีวิตนาง

นางได้ส่งคนไปกำจัดนักฆ่าเหล่านี้อย่างลับ ๆ เหลือเพียง ‘นักดาบปีศาจ’ ที่เชี่ยวชาญการปลอมตัว การเคลื่อนไหวก็ลึกลับอย่างยิ่ง

“ขอรับ จากรายชื่อที่สืบถามมาได้ก่อนหน้านี้ มีคนผู้นี้อยู่จริง ยามปกติเขาไปมาอย่างไร้ร่อยรอย ทว่ายามฆ่าคนชอบซ่อนร่างเอาไว้ในถ้ำบนภูเขา ข้าน้อยจะไปตามหาดูขอรับ!”

เมื่ออู๋ไป๋ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากด้านนอกก็รีบหนีออกไปทางหน้าต่าง

เมื่อประตูเปิดออก เซียวอวี้ก็เดินเข้ามา

เขาดื่มสุราไปเยอะมาก ดวงตาคู่นั้นของเขาดำมืดลึกล้ำราวกับเหวลึก เขาจ้องมองมาที่นางอย่างแข็งกร้าว

เฟิ่งจิ่วเหยียนลุกขึ้นยืน “จะกลับวังแล้วใช่หรือไม่?”

ทว่ากลับเห็นเขาลงกลอนประตูเสียอย่างนั้น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย