เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 428

ณ สนามม้าหลวง วันนี้ลมแรงมาก

เฟิ่งจิ่วเหยียนว้าวุ่นโดยพลัน

เหตุใดถึงกลายมาเป็นนางสอนฮ่องเต้ยิงธนูล่ะ?

รอยช้ำบนดวงตาของเซียวอวี้จางหายไป ใบหน้าจึงงดงามไร้ที่ติ

เขาหยิบคันธนูขึ้นมา แล้วหันไปถามเฟิ่งจิ่วเหยียน

“เราจับท่านี้ ถูกต้องไหม?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเรียกสติกลับมา หันไปมองเขาจึงเห็นว่าท่วงท่าค่อนข้างดูสบาย ๆ เลยกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“อืม ใกล้เคียง”

เมื่อเขายิงธนูออกไป กลับห่างจากเป้านิ่งค่อนข้างไกล

เฉินจี๋ไม่เข้าใจ

ทักษะยิงธนูของฝ่าบาทแม่นยำมาตลอด แล้ววันนี้เป็นอะไรไป?

เซียวอวี้ยิงอีกลูก

ปั่ก!

ครั้งนี้แย่กว่าเดิม หลุดจากเป้านิ่งไปแล้ว!

เฉินจี๋ :แปลกมาก! ฝ่าบาทต้องตรวจตราสาส์นร้องทุกข์มากเกิน จนข้อมือเสียหายเป็นแน่!

ยิงธนูพลาดสองครั้งติด เซียวอวี้กลับไม่หงุดหงิดเลยสักนิด

“ฮองเฮา” เขาเงยหน้ามองเฟิ่งจิ่วเหยียน แม้นไม่มีท่าทีถ่อมตน แต่นัยน์ตากลับเต็มไปด้วยแววขอคำแนะนำ

เฟิ่งจิ่วเหยียนเคยเห็นภาพเขายิงธนูสังหารเฉียวม่อ จึงรู้ดีว่าทักษะยิงธนูของเขาเป็นเช่นไร

และรู้ด้วยว่าที่เขาอยากให้นางสอนในตอนนี้เพราะคิดอะไรอยู่

นางมองตรงไปยังเบื้องหน้า กล่าวเตือนอย่างไม่เกรงใจ

“ที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่สำหรับเล่นสนุก หากท่านอยากให้ข้าสอนจริง ๆ ก็ควรจริงจังมากกว่านี้”

นางวางมาดเคร่งขรึม ทำให้เซียวอวี้ซ่อนความคิดไม่ได้

เซียวอวี้ดึงมือของนาง น้ำเสียงไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนในยามปกติ

“ได้ เราจะฟังเจ้า จะตั้งใจ”

เขาไม่เคยใช้เล่ห์เหลี่ยมต่าง ๆ นานาเพื่อผู้หญิงคนไหนมาก่อน ดันมาเจอคนซื่อบื้อ หัวแข็งเสียได้

ต่อมาธนูลูกที่สาม ก็ยิงเข้าเป้านิ่ง

หลังจากนั้นก็เป็นเช่นนี้ ธนูทุกลูกยิงตรงเป้านิ่งอย่างแม่นยำ

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงออกคำสั่งให้ยิงเป้าโดยมีคนถือเคลื่อนไหวอยู่

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เซียวอวี้ก็ยิงไม่พลาดสักลูก

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทักษะการยิงธนูของเขาเหนือชั้นเพียงใด

เพราะถึงอย่างไร เชื้อพระวงศ์ก็ไม่เลี้ยงดูคนไร้ประโยชน์

คนที่สามารถมานั่งตำแหน่งฮ่องเต้ได้ ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวอย่างสุขุม

“ทักษะยิงธนูของท่านไม่มีปัญหา แต่ลูกธนูของท่าน ยิงถูกเป้านิ่งก็จริง ยามยิงคนใช่ว่าจะทำให้ถึงแก่ชีวิต

“เพราะท่านยังไม่เข้าใจร่างกายของมนุษย์ดีพอ”

ถ้อยคำนี้ตรงไปตรงมา

เซียวอวี้เองก็เคยนำทัพทำสงคราม สู้ศึกมาก่อน

เขาไม่ชอบยิงธนูสังหารคน เพราะรู้สึกว่ามันเปลืองแรง

แต่ดูจากตอนนี้แล้ว ทักษะยิงธนูของเขาคล่องแคล่วแต่เพียงเบื้องหน้า ไม่สามารถทำสงครามได้

ต่างรู้กันดีว่าบริเวณหน้าอกทำให้ตายได้ง่าย พวกเขาจึงต้องใส่เสื้อเกราะ หรือไม่ก็แผ่นเหล็กไว้ตรงหน้าอก หากยังไม่รัดกุมพอ ก็จะยัดนุ่นเสริมเข้าไปด้วย…

เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดอย่างจริงจัง

“ข้าเคยประมือกับชนเผ่ากลุ่มน้อยทางทิศเหนือ เสื้อเกราะของพวกเขากำบังได้ดีมาก พอตกอยู่ในกำมือของพวกเขา ข้าเสียเปรียบไปเยอะพอสมควร

“ดังนั้นยามที่ข้าสอนทหารใหม่ มักจะกำชับพวกเขา ให้ป้องกันจุดที่มองไม่เห็น”

เฟิ่งจิ่วเหยียนหยิบคันธนูขึ้นมา

เพียงชั่วพริบตา ลูกธนูก็ลอยหวือพุ่งไปยังส่วนหัวของหุ่น จนทะลุศีรษะ

เซียวอวี้ขมวดคิ้วมุ่น

ธนูที่นางใช้ เป็นของเขา

ธนูคันนี้ ชายฉกรรจ์ทั่วไปยังดึงสายแทบไม่ออก

ท่าทางนางดูเอวบางร่างเล็ก ไม่คิดเลยว่าจะมีพลังแขนล้นเหลือขนาดนี้

เฟิ่งจิ่วเหยียนวางธนูลง “อย่างน้อยข้าก็สู้ศึกมาหลายปี ยังไม่เคยเห็นใครใส่เกราะกำบังไว้บนศีรษะมาก่อน”

จากนั้นนางก็คืนธนูให้เขา พูดตามตรงอย่างไม่ปิดบัง

“ท่านให้ข้าสอนยิงธนู คงไม่ใช่แค่นึกสนุกอยากเล่นอย่างเดียว จะลองดูไหม?”

มือของเซียวอวี้เย็นชืด

จนวินาทีนี้ เขาถึงได้เริ่มเอาจริงเอาจังกับการสอนยิงธนูของนาง

เขายอมรับ ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องให้นางมาสอน เขาแค่อยากใช้เวลาอยู่กับนางให้มากขึ้นเท่านั้น

แต่ตอนนี้ ความจริงจังของนาง ทำให้เขาละอายใจที่สู้นางไม่ได้

ริมฝีปากบางของเขาประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา กล่าวอย่างยินดีเชื่อฟัง

“เช่นนั้นรบกวนแม่ทัพน้อยเมิ่งช่วยสอนด้วย”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย