เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวอย่างตายด้าน
“ต้องสอนตามความสามารถของผู้เรียน หากเป็นคนมีทักษะยิงธนูธรรมดา ข้าจะให้เขายิงตำแหน่งกลางอก เพราะเป้านิ่งค่อนข้างกว้าง โอกาสชนะมีสูง
“แต่คนที่มีทักษะยิงธนูเหนือชั้นเช่นท่าน พุ่งโจมตีส่วนหัว จะยิ่งทำให้ถึงแก่ชีวิตได้แม่นยำมากกว่า
“แต่ส่วนหัวเองก็มีชั้นเชิง อาจจะดูเหมือนว่าหน้าผากคือจุดเล็ง แต่ความจริงจุดเล็งอยู่หลังศีรษะ——บริเวณกะโหลกส่วนล่าง หรือก็คือจุดที่เชื่อมต่อกับกระดูกไขสันหลังบริเวณลำคอนั่นเอง…”
ขณะที่นางพูด เซียวอวี้ก็ฟังอย่างตั้งใจ
แต่ไม่ทันได้รู้ตัว พอมองริมฝีปากที่กำลังขยับอ้าของนาง หัวใจของเขาก็กระตุกไหว
ณ ตำหนักฉือหนิง
องค์หญิงใหญ่ปักถุงหอมเรียบร้อย จึงตั้งใจว่าจะไปส่งให้ฮองเฮาด้วยตนเอง
“อะไรนะ? ฝ่าบาทกำลังสอนฮองเฮายิงธนูอยู่งั้นหรือ?”
เพ้อเจ้อ!
เหล่าข้าหลวงต้องส่งสารผิดแน่นอน!
ทักษะยิงธนูของแม่ทัพน้อยไม่เป็นสองรองใครในใต้หล้า! จำเป็นต้องให้ฝ่าบาทสอนด้วยหรือ?
องค์หญิงใหญ่ตรงไปที่สนามม้าหลวงด้วยท่าทางองอาจ
เป็นดั่งคาด สิ่งที่นางเห็น เป็นฮองเฮากำลังสอนฮ่องเต้ชัด ๆ!
นางมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับฮ่องเต้ผู้เป็นน้องชาย ยามที่ยังเป็นเด็กนางรู้สึกว่าเขาน่าสงสาร เพราะมารดาล่วงลับไปตั้งแต่ลืมตาดูโลก จึงดีกับเขาเป็นพิเศษ ได้รับผลประโยชน์อะไรก็คำนึงถึงเขาเสมอ
ทว่าดูเขาตอนนี้สิ ช่างขัดหูขัดตาไปเสียหมด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเขาอยู่ใกล้ฮองเฮา แทบจะเอาลูกตาไปแนบติดตัวฮองเฮาอยู่แล้ว!
กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของแผ่นดิน ช่างมีแววจริง ๆ!
องค์หญิงใหญ่คิดมาตลอด ว่าน้องชายของตัวเองไม่คู่ควรกับเฟิ่งจิ่วเหยียน
นางเดินก้าวยาว ๆ เข้าไปอย่างว่องไว ใบหน้าประดับรอยยิ้ม เอ่ยถามทั้ง ๆ ที่รู้
“ฝ่าบาท ฮองเฮา นี่พวกเจ้า?”
เมื่อเซียวอวี้ได้ยินเสียงขององค์หญิงใหญ่ ระหว่างคิ้วก็ก่อเกิดแววรำคาญ
“ท่านมาทำไม”
องค์หญิงใหญ่มองข้ามคำถามของเขา เดินตรงเข้าไปยืนข้าง ๆ เฟิ่งจิ่วเหยียน
“กำลังยิงธนูอยู่หรือ? ฮองเฮา ข้าเองก็อยากเรียนด้วย”
เซียวอวี้ : …
เขารู้แก่ใจ เซียวฉีกำลังเล่นซน!
สมควรให้นางแต่งออกเรือนไปไว ๆ
ก่อนที่เฟิ่งจิ่วเหยียนจะตอบ เซียวอวี้ก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
“หลายวันมานี้เสด็จพี่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ควรพักฟื้นอยู่ในตำหนักฉือหนิงดี ๆ ทหาร ไปส่งองค์หญิงใหญ่กลับด้วย!”
องค์หญิงใหญ่ไม่ใช่คนนิสัยอ่อนหวาน เมื่อเห็นฮ่องเต้ทำอะไรสุดโต่งถึงเพียงนี้ ก็เดินเข้าไปแทรกกลางระหว่างสองคน เพื่อผลักเซียวอวี้ออกไป
“ฮองเฮา หนึ่งคนยังสอนได้ สองคนย่อมสอนได้สิ เรื่องยิงธนู ข้ามีพรสวรรค์ยิ่งกว่าฝ่าบาทเสียอีก ตอนนั้นเสด็จพ่อยังชมข้าอยู่เลย”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเหมือนเห็นเงาของหร่วนฝูอวี้ในร่างกายขององค์หญิงใหญ่ จึงถอยออกห่างในทันที
อีกฝ่ายราวมองไม่เห็นอาการต่อต้านของนาง ยังคงตามตอแยไม่หยุด
เซียวอวี้ขมวดคิ้ว
ฮองเฮามีอาการปวดหัว?
เรื่องนี้ ทำไมเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
องค์หญิงใหญ่เห็นเขาเหมือนไม่รู้ จึงย้อนถามกลับไปอย่างหาเรื่อง
“ข้าเพิ่งกลับวังหลวงได้ไม่กี่วันยังรู้เลย อย่าบอกนะว่าฝ่าบาทไม่รู้?”
เซียวอวี้แย่งถุงหอมในมือของเฟิ่งจิ่วเหยียน โยนคืนไปให้องค์หญิงใหญ่
ถุงหอมไร้สาระนี่ เซียวฉีกล้าเอามาให้ได้อย่างไร
อีกอย่าง สตรีส่งถุงหอมนั่นมีความหมายอะไร นางรู้หรือไม่
“ฮองเฮามีอาการปวดหัว เราจะให้หมอหลวงมาตรวจให้นาง ไม่รบกวนเสด็จพี่ดีกว่า”
“เจ้า…” องค์หญิงใหญ่เกือบจะไม่สนยศถาบรรดาศักดิ์ แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าอีกฝ่ายเป็นฮ่องเต้ ก็ต้องกล้ำกลืนอารมณ์คุกรุ่นนี้เอาไว้
นางมองไปทางฮองเฮา ทว่า ปฏิกิริยาของเฟิ่งจิ่วเหยียนยิ่งเย็นชากว่าเดิม
“ข้าไม่เคยใช้ถุงหอม ส่วนน้ำใจขององค์หญิง ข้ารับไว้แล้ว”
องค์หญิงใหญ่ชะงักงัน
เซียวอวี้ที่อยู่ข้าง ๆ กลับสะใจเป็นอย่างยิ่ง
เดิมเขาก็รู้สึกว่า ยามที่ฮองเฮาปฏิเสธเขาอย่างเลือดเย็น ชวนให้รู้สึกเสียใจอย่างมาก แต่พอเห็นนางทำเช่นนี้กับคนอื่นเหมือนกัน ก็รู้สึกช่างดีจริง ๆ!
สมควรเด็ดขาดเช่นนี้แหละ!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...